อินโดนีเซียยอมเลื่อน ขึ้นค่าบัตรเข้าชมวัด บุโรพุทโธ – เจอกระแสต้านหนัก
บุโรพุทโธ
หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก บุโรพุทโธ กลายเป็นประเด็นถกเถียงในอินโดนีเซีย เรื่องการขึ้นราคาค่าเข้าชมเพื่อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ถูกชุมชนชาวพุทธต่อต้านว่ากำลังทำให้ศาสนสถานมี “ราคาแพง”
วันที่ 9 มิถุนายน จาการ์ตาโพสต์ รายงานว่า รัฐบาลบาลอินโดนีเซีย เลื่อนแผนงานขึ้นราคาบัตรเข้าชม บุโรพุทโธ วัดพุทธนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่สุดของเกาะชวา จากเดิมที่รัฐบาลชี้แจงว่าต้องทำเพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์และทางวัฒนธรรม แต่ถูกกระแสต่อต้านหนัก
ลูฮูต บินเซาร์ ปันด์ไจตัน รัฐมนตรีประสานงานกิจการทางทะเลและการลงทุน กล่าวว่า การขึ้นราคาจะช่วยจำกัดนักท่องเที่ยววันละ 1,200 คน
แต่แผนการขึ้นราคาค่าเข้าชมบุโรพุทโธทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ทั้งจากภาคการท่องเที่ยว และจากชุมชนชาวพุทธตั้งคำถามถึงการเข้าวัด ซึ่งเป็นศาสนสถานของทุกคนที่มีจิตศรัทธา

สจวร์ต แมคโดนัลด์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Travelfish เว็บไซต์ท่องเที่ยวเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวกับ ซีเอ็นเอ็น ว่า แผนเก็บค่าเข้าชมแพงขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีส่วนน้อยในขณะนี้ เป็นความคิดที่อยู่ๆ ก็นึกเองเออเอง ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรองอย่างดี
การคิดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีความสำคัญด้านการเงินของวัดบุโรพุทโธเป็นเรื่องต้องระวังว่าเกินจริงไปหรือไม่ และจริงๆ แล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะลดเวลาเที่ยวในเมืองยอกยาการ์ตา หรือกาทิ้งเมืองนี้ออกจากแผนท่องเที่ยวซึ่งจะส่งผลกระทบแน่นอน
ตามแผนการขึ้นราคาเดิม เก็บค่าเข้าชมนักท่องเที่ยวต่างชาติคนละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,400 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเสียคนละ 71 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,400 บาท ขณะที่ค่าเข้าชมในปัจจุบัน เสียค่าธรรมเนียมคนละ 25 ดอลลาร์ หรือประมาณ 850 บาท

กฎใหม่นี้ยังระบุให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเดินชมพร้อมกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นตลอดเวลาและมีแผนที่จะนำรถไฟฟ้ามารับส่งนักท่องเที่ยวบริเวณโดยรอบวัดและสถานที่ใกล้เคียง
นายลูฮูตกล่าวว่ากฎใหม่นี้จะสร้างงานใหม่ๆ และเพิ่มความรู้สึกเป็นเจ้าของ รวมทั้ง ความรับผิดชอบต่อโบราณสถานซึ่งจะส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ในอนาคตจากการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันร่ำรวย
บุโรพุทโธ ตั้งอยู่อำเภอมาเกอลัง เมืองยอกยาการ์ตา ตอนกลางของจังหวัดชวา เชื่อว่าสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ซึ่งได้รับการอนุรักษ์และบูรณะปฏิสังขรณ์หลายครั้ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากยูเนสโกในปี ค.ศ.1982 (พ.ศ.2525)
เจดีย์ทรงระฆังทำจากก้อนหินเรียงกัน 9 ชั้นล้อมรอบด้วยพระพุทธรูป สะท้อนถึงสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของชาวพุทธบนเกาะชวา ก่อนหน้าโควิด-19 ระบาด มีนักท่องเที่ยวหลายพันคนต่อวัน

เมื่อเปรียบเทียบกับนครวัดในกัมพูชา แม้มีรูปแบบต่างกัน แต่โบราณสถานทั้ง 2 แห่งกำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องเดินชมพร้อมกับมัคคุเทศก์ที่มีใบอนุญาตจากทางการเท่านั้นและขึ้นราคาค่าธรรมเนียมเข้าชมกับนักท่องเที่ยวเป็นระยะ
นครวัดเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าชมตั้งแต่ปี 2017 (พ.ศ.2560) ทำให้มีรายได้กว่า 100 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 3,400 ล้านบาท แต่ผู้สังเกตการณ์เป็นห่วงว่าวิธีการนี้จะเป็นการกีดกันชาวต่างชาติ
อาเด วิจัสโต มัคคุเทศก์กล่าวว่าการขึ้นราคาตั๋วมีแต่จะกีดกันผู้เข้าชมบุโรพุทโธ แต่ช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 มัคคุเทศก์ตกงานกันหลายคนและสูญเสียรายได้จำนวนมาก หลายคนกำลังลืมตาอ้าปากได้ แต่รัฐบาลกลับจะขึ้นค่าตั๋วก็จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง