เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สมาคม บลจ. ชี้เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย ปัจจัยฉุดทิศทางลงทุน 1 ปีข้างหน้า

14 ก.ค. 2565 | 15:07น.
เงินเฟ้อ

เงินเฟ้อ

นายกสมาคม-สมาคมบริษัทจัดการลงทุน เผยผลสำรวจทิศทางการลงทุน 1 ปีข้างหน้า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยบวก ขณะที่ปัจจัยฉุดคืออัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย แนะนักลงทุนให้น้ำหนักลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ และกระจายการลงทุนหลายสินทรัพย์

วันที่ 14 กรกฎาคม 2565 นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคม-สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยถึงแนวคิดในการสำรวจความคิดเห็นของผู้จัดการกองทุนบริษัทสมาชิกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เกี่ยวกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อการทิศทางการลงทุนใน 1 ปีข้างหน้า ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลให้นักลงทุนได้ใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจการลงทุนในสภาวการณ์ที่ตลาดการเงินมีความผันผวนสูง

ทั้งนี้ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) มีการดำเนินการออกแบบสอบถามถึงปัจจัยต่าง ๆ ด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อทิศทางการลงทุน การจัดน้ำหนักการลงทุน ประเทศและอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจในการลงทุนใน 1 ปีข้างหน้าของผู้จัดการกองทุนบริษัทสมาชิก AIMC ซึ่งผลการสำรวจที่ได้คือเศรษฐกิจโลกมีลักษณะทรงตัวหรือเติบโตในอัตราลดลง

โดยจะเห็นว่าปัจจัยที่ส่งผลดีต่อการลงทุนคือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP Growth) ปัจจัยที่เป็นตัวฉุดรั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนคือ อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย

ในมุมมองด้านการจัดน้ำหนักการลงทุนในตลาดโลก ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Markets) มากกว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets) ในด้านสินทรัพย์แต่ละประเภทนั้นไม่ได้ให้น้ำหนักไปยังสินทรัพย์ใดเป็นพิเศษ

แต่การลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทนั้น ตราสารหนี้เสียงส่วนใหญ่ให้น้ำหนักไปยังตราสารหนี้ระยะสั้นของประเทศสหรัฐ จีนและไทย ตราสารทุนมีมุมมองในการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (large cap) ในประเทศจีน เวียดนามและสหรัฐ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างโดดเด่นคือ กลุ่มสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศและสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน

สำหรับมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทยนั้น มีมุมมองเชิงบวกโดยมีความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยจะมีการปรับตัวดีขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น มาตรการการเปิดประเทศ ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น การส่งออกที่อยู่ในอัตราการเติบโตที่ดีจากค่าเงินบาทที่มีการอ่อนตัวลง

ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อในระดับสูงจะเป็นปัจจัยลบต่อการลงทุน การจัดน้ำหนักการลงทุนในประเทศนั้นเน้นให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดใหญ่ การลงทุนในตราสารหนี้และสินทรัพย์ทางเลือกมีมุมมองเป็นกลางค่อนไปทางลบ กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นคือ กลุ่มสุขภาพ ธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ

ทั้งนี้ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุนกล่าวว่า สมาคมบริษัทจัดการลงทุนจะจัดให้มีการสำรวจมุมมองทิศทางการลงทุนของผู้จัดการกองทุนบริษัทสมาชิกอย่างต่อเนื่องไตรมาสละครั้ง ซึ่งสมาคมมีความเห็นว่า ข้อมูลมุมมองการลงทุนของนักลงทุนสถาบันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ ผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไป ในการจัดสรรและวางแผนการลงทุนอย่างมีวินัยและเกิดประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ