เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

อียู ปลุกชาติสมาชิก ลดใช้ก๊าซ 15% รับมือรัสเซียปิดท่อฤดูหนาว

23 ก.ค. 2565 | 15:13น.

สหภาพยุโรปออกแผนรับมือวิกฤตพลังงาน เตรียมพร้อมหากรัสเซียตัดท่อส่งก๊าซ เร่งตุนพลังงานสำรองฤดูหนาว ชาติยุโรปเตรียมแผนเลิกพึ่งพารัสเซีย เยอรมนีตั้งเป้าเข้าสู่พลังงานทดเเทน

วันที่ 23 กรกฎาคม 2565 สื่อตะวันตกรายงานสถานการณ์วิกฤตพลังงานในอียูหลังรัสเซียขู่จะตัดการส่งก๊าซในช่วงฤดูหนาว เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย

บีบีซี เผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้กระตุ้นให้ประเทศในกลุ่มสมาชิกอียูเตรียมลดปริมาณการใช้ก๊าซกว่า 15% ตั้งเเต่ช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนมีนาคม ท่ามกลางความหวาดวิตกว่ารัสเซียจะหยุกชะงักการส่งพลังงาน

ทางการอียูยังระบุด้วยว่าเป้าหมายกว่า 15% นี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของรัฐบาลแต่ละประเทศ แต่มันจะกลายเป็นข้อปฏิบัติทางกฎหมายหากรัสเซียปิดท่อส่งในเร็ววันนี้

หลังจาก 10 วันที่ผ่านมา (11-21 ก.ค.) ท่อส่งก๊าซหลัก นอร์ด สตรีม 1 จากรัสเซียที่ส่งก๊าซมายังเยอรมนีได้ถูกปิดลง เพื่อทำการซ่อมบำรุง และมีกำหนดการที่จะถูกเปิดใช้งานอีกในวันจันทร์นี้ (25 ก.ค.)

ทว่า มันกลับมีข้อกังวลว่าทางการรัสเซียจะไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้

นอกเหนือจากความไม่เเน่นอนนี้ นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังได้กล่าวไว้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (19 ก.ค.) ว่ายังไม่มีความชัดเจนว่าระบบใบพัดของท่อขนส่งก๊าซ (Gas Turbine) จะถูกนำกลับมาหลังจากการซ่อมบำรุงที่เเคนาดาด้วยเงื่อนไขใด หรือจะเป็นไปอย่างไร

ปูตินยังกล่าวด้วยว่ามันมีความเสี่ยงที่อุปกรณ์จะต้องถูกปิด ณ “เวลาใดเวลาหนึ่ง” และท่อส่งก๊าซนอร์ด สตรีม 1 จะต้องหยุดทำงาน

เมื่อปีที่เเล้ว รัสเซียได้มีการขนส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่ยุโรปไปกว่า 40% โดยมีเยอรมนีเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดในทวีปเมื่อปี 2563 ตามมาด้วยอิตาลี

นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลาเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ณ ขณะนี้ การถูกตัดพลังงานเชื้อเพลิงในยุโรปเป็นวงกว้างนั้น “เป็นสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้สูง”

“รัสเซียกำลังขู่เเบล็คเมลพวกเราและรัสเซียกำลังใช้พลังงานเป็นเครื่องมือต่อสู้” เธอกล่าว

ด้วยเหตุนี้ ในทุก ๆ สถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการตัดก๊าซจากรัสเซียเพียงบางส่วน หรือว่าการตัดก๊าซทั้งหมด ยุโรปนั้นจำเป็นต้องมีความพร้อม

นับตั้งเเต่รัสเซียได้รุกรานยูเครน พวกเขาได้ตัดพลังงานที่ถูกส่งเข้าไปในหลายประเทศ ทั้งโปแลนด์ บัลเเกเรีย เนเธอร์เเลนด์ เดนมาร์ก เเละฟินเเลนด์ เนื่องจากประเทศเหล่านี้ปฏิเสธความต้องการของรัสเซียที่จะรับชำระก๊าซในสกุลเงินรูเบิลรัสเซียเท่านั้น

นอกจากนี้รัสเซียยังถูกกล่าวหาว่าได้ลดปริมาณพลังงานเพื่อให้การสำรองพลังงานไว้ใช้ในช่วงฤดูหนาวของประเทศสมาชิกอียูนั้นยากยิ่งขึ้น

ทางสหราชอาณาจักรเองนั้นได้รับก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียเพียงไม่ถึง 5% เเต่ราคาก๊าซภายในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากความผันผวนในตลาดโลก

Gazprom ก๊าซพรอม รัสเซีย โปแลนด์ รัสเซีย
สถานีส่งก๊าซของบริษัทร่วมทุน ก๊าซพรอม ในโปแลนด์ (ภาพจาก REUTERS/Kacper Pempel/File Photo)

พลังงาน คือ  ‘อาวุธ’

คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป กล่าวว่า การตัดก๊าซอย่างเต็มรูปแบบในช่วงฤดูหนาวอาจส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อระบบเศรษฐกิจของอียู ซึ่งจะลดอัตราการเติบโตสูงถึง 1.5%

สัปดาห์ที่เเล้ว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เตือนว่า มันอาจฉุดประเทศต่าง ๆ เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย รวมถึงทวีความรุนเเรงของวิกฤตการณ์พลังงานที่ทำให้ค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคสูงขึ้น

หลายชาติในยุโรปเองก็ได้พยายามกักตุนพลังงานก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว เผื่อไว้ในกรณีที่ทางการรัสเซียสั่งหยุดการขนส่งพลังงานเพิ่มเติม

ข้อเสนอให้ลดการใช้พลังงานกว่า 15% ได้ถูกเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของการบริโภคในช่วงเวลาเดียวกัน ตั้งเเต่ปี 2559-2564

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เขียนข้อความไว้ในทวิตเตอร์ส่วนตัวระบุว่า ก๊าซที่ประหยัดได้นั้นจะได้รับการจัดเก็บเข้าสู่คลังสำรอง

เธอกล่าวด้วยว่า “นี่คือข้อเรียกร้องครั้งใหญ่สำหรับสมาชิกอียูทั้งหมด มันเป็นเรื่องจำเป็นที่จะปกป้องพวกเรา”

เธอยังกล่าวเสริมว่าประเทศสมาชิกบางเเห่งนั้นมีความเปราะบางต่อการขาดก๊าซธรรมชาติ “สูงกว่า” ประเทศสมาชิกอื่น ๆ และประเทศสมาชิกอียู “ล้วนต่างต้องมีความพร้อมที่จะเเบ่งปันก๊าซ”

แผนการนี้ได้ถูกต่อต้านจากโปแลนด์ ซึ่งได้เติมก๊าซสำรองของตนไปแล้วกว่า 98% และไม่ได้รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องลดปริมาณการใช้ก๊าซ

ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ นั้นมีการสำรองที่น้อยกว่า เช่น ฮังการี ซึ่งกำลังมีปริมาณการจัดเก็บอยู่ที่ 47%

ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอมาตรการที่รัฐบาลสามารถใช้เพื่อลดการใช้ก๊าซธรรมชาติ ประกอบไปด้วยการออกเงินชดเชยให้เเก่อุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซน้อย และจำกัดอุณหภูมิการปรับความร้อนและความเย็นในอาคารสาธารณะ

รวมถึงคำแนะนำให้รัฐบาลต่าง ๆ เตรียมออกคำสั่งมาตรการบังคับปิดโรงงาน กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินทางด้านต้นทุนพลังงาน

ในส่วนของภาคครัวเรือนจะถูกจัดไว้ในฐานะ ‘ผู้บริโภคที่ต้องได้รับคุ้มตรอง’ ภายใต้กฏของสหภาพยุโรป และจะถูกปกป้องจากมาตรการดังกล่าว

ประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรปจะลงมติในแผนการแบ่งสันปันส่วนของสภาในการจัดประชุมระหว่างรัฐมนตรีพลังงานในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้

ขณะเดียวกันเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เยอรมนีได้มีการดำเนินการในเเผนจัดการก๊าซนี้ไปเเล้ว ผ่านการส่งสัญญาณเริ่มต้นการเข้าสู่ระดับอันตรายในแผนการจัดการการขาดพลังงานฉุกเฉิน

ฟาตีห์ บิรอล ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ หรือ ไออีเอ กล่าวว่า แม้จะมีความพยายามลดการพึ่งพาก๊าซนำเข้าจากรัสเซีย แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้ยุโรป “ต้องตกอยู่ในสถานะที่เปราะบางอย่างยิ่งในปัจจุบัน” โดยอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านั้นจะเป็นช่วงเวลาที่วิกฤต

ทั้งนี้ อ้างอิงจากข้อมูลขององค์กรพลังงานฯ ประเทศที่รัสเซียมีการส่งออกก๊าซไปมากที่สุด 10 อันดับ ได้เเก่ เยอรมนี อิตาลี เบลารุส ตุรเคีย เนเธอร์เเลนด์ ฮังการี คาซัคสถาน โปแลนด์ จีน และ ญี่ปุ่น โดยมีประเทศในสหภาพยุโรปเป็น 3 อันดับเเรก และมีตัวเลขการส่งออกก๊าซให้กับเยอรมนีอยู่ที่ 42.6 พันล้านลูกบาศก์เมตร สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง

ข้อมูลอ้างอิงจาก วอกซ์ ระบุว่า ท่อส่งก๊าซของรัสเซียสู่เยอรมนีนั้นมีที่มาจากข้อตกลงของ วิลลี่ บรันดท์ นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีตะวันตกในช่วงสงครามเย็น ที่ได้มีการบรรลุข้อตกลงท่อส่งพลังงานเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหภาพโซเวียต

เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลาเยน
เออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลาเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (ภาพจาก REUTERS/Yves Herman)

เเล้วเยอรมนีเเละยุโรปจะทำอย่างไร

ดอยช์ เวเลย์ หรือ DW รายงานเพิ่มเติมว่า ถ้าหากรัสเซียตัดขาดการขนส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม 1 สหภาพยุโรปจะนำข้อบังคับด้านความมั่นคงทางพลังงานของปี 2017 (SOS) มาบังคับใช้ในทันที

โดยภายใต้กฏนี้ ประเทศสมาชิกทุกเเห่งจะต้องมีแผนฉุกเฉินและระดับการเตือนภัย 3 ขั้นตอน แต่ยังไม่มีประเทศใดปฏิบัติตาม

อีกทั้ง ระหว่างสถานการณ์ฉุกเฉิน ประเทศสมาชิกจะต้องรวมเป็นหนึ่งเดียวกันในการให้ความช่วยเหลือประเทศอื่น ซึ่งหมายรวมถึงการเเลกเปลี่ยนข้อมูลเเละการเเลกเปลี่ยนก๊าซ

นอกจากนี้ กลุ่มประเทศสมาชิกยังจำเป็นต้องกักเก็บก๊าซธรรมชาติไว้ในคลังเป็นอย่างน้อยกว่า 80% จนกว่าจะถึงฤดูใบไม้ร่วง หรือระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม

รัสเซีย นอร์ด สตรีม
ท่อส่งก๊าซ นอร์ด สตรีม 1 ในเมืองลูบลิน เยอรมนี (ภาพจาก FILE PHOTO: Pipes at the landfall facilities of the ‘Nord Stream 1’ gas pipeline are pictured in Lubmin, Germany, March 8, 2022. REUTERS/Hannibal Hanschke/File Photo)

เยอรมนีรับมือวิกฤตพลังงาน

ขณะที่รายงานจาก เอเนอร์ยี่ อินเทลลิเจนซ์ ระบุว่า เยอรมนีกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์พลังงานที่จะย่ำเเย่ลงอีกในช่วงฤดูหนาวนี้ จากสาเหตุการดำเนิน ‘ยุทธศาสตร์ทางนโยบายที่ผิดพลาด’ จากการที่เยอรมนีพึ่งพาพลังงานจากภายนอกถึง 70% และความสามารถทางเศรษฐกิจนั้นขึ้นอยู่กับการไหลเวียนอย่างต่อเนื่องของพลังงานเหล่านี้

หากเเต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เยอรมนีมีนโยบายด้านการเปลี่ยนเเปลงพลังงาน (Energiewende) และการขยายตัวต่อเนื่องของการผลิตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเเม้จะส่งผลให้เยอรมนีเป็นผู้นำด้านพลังงานสีเขียว แต่ก็ได้มาด้วยการเเลกกับยุทธศาสตร์ทางพลังงานที่กระจายเเละครอบคลุม และถึงจะทำให้เกิดพลังงานหมุนเวียน เยอรมนีเองยังคงต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย

การพึ่งพานี้ยังทวีคูณในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาหลังจากความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของรัฐบาลเยอรมนีที่จะเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์ภายในปี 2565 ซึ่งเป็นคำประกาศที่มีการวางแผนมาตั้งแต่หลังจากเหตุการณ์นิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ที่ญี่ปุ่น ระเบิดเมื่อปี 2554

ความเร่งรีบในการเลิกใช้พลังงานนิวเคลียร์นี้เองเป็นต้นเหตุให้เกิดความเปราะบางในความมั่นคงด้านพลังงาน เนื่องจากเยอรมนีจำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานก๊าซธรรมชาติอย่างหนัก เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดเเทน เเละเเทนที่จะระมัดระวัง เยอรมนีกลับคำนวณผิดพลาดว่าข้อผูกพันทางการค้ากับรัสเซียนั้นจะเป็นผลดีต่อทั้งคู่เเละเลือกที่จะพึ่งพาพลังงานไฮโดรคาร์บอนจากรัสเซียต่อไป ซึ่งได้นำมาสู่การขาดเเคลนพลังงานเเละต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และตัวเลือกอื่น ๆ ทั้งเเก๊สแอลเอ็นจี ถ่านหิน พลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียนต่างก็ไม่สามารถทดเเทนช่องว่างนี้ได้

สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแนวร่วมรัฐบาลผสมใหม่ฝั่งซ้ายของเยอรมนีที่ประกอบไปด้วยพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย พรรคกรีน เเละพรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย ที่จะต้องตัดสินใจนโยบายพลังงานให้เด็ดขาดเเละรวดเร็วยิ่งกว่าในยุดสมัยของรัฐบาลก่อน

โดยทางการเยอรมนีมีเเผนที่จะยกเลิกการพึ่งพาก๊าซของรัสเซียให้ได้กว่า 30% ภายในปลายปีนี้ และยกเลิกอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของสหภาพยุโรป รวมถึงปรับเเผนที่จะใช้พลังงานทดเเทน 100% ให้ได้ภายในปี 2578 เร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่ปี 2583