เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ถามหา สปิริต สิ่งก่อสร้างถล่ม

03 ส.ค. 2565 | 06:38น.

คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์

ทุกครั้งที่เกิดเรื่องเหตุสุดวิสัย หรือ “อุบัติเหตุ” จากสิ่งที่ไม่คาดฝัน จนนำมาซึ่งความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สิน

บอกกง ๆ โคตรเครียด

ยิ่งสิ่งที่เกิดขึ้น อุบัติมาจากความประมาท ความสะเพร่า และความชุ่ยของมนุษย์ ผู้ดูแลและรับผิดชอบ จึงยากยิ่งที่จะทำใจ

อย่างเคสล่าสุด ดูคลิปวินาทีมรณะ “สะพานกลับรถพระราม 2” หน้าโรงพยาบาลวิภาราม กม. 34 ใกล้เมืองมหาชัยที่ถล่มลงมาเป็นม่านน้ำตกนั้น น่าตกใจและหดหู่มาก

เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้วงการก่อสร้างทั้งภาครัฐและเอกชนต้องตระหนักหนัก ๆ

ใจเขาใจเรา…

ถ้าคนที่เสียชีวิตอย่างไม่น่าจะเกิดเป็นคนรัก คนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัวเรา ความรู้สึกจะดิ่งขนาดไหน ลองคิดดู

แน่นอน ตามกระบวนการเมื่อเกิดเรื่องแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก็ต้องตั้งทีมเฉพาะกิจ หรือคณะกรรมการขึ้นมาสรุปหาสาเหตุ

เพื่อสอบสวนหา “ต้นตอ” ของปัญหาที่เกิดขึ้น และทำรีพอร์ตเสนอ “นาย” ตามลำดับ

จะว่าไปแล้ว ที่ผ่าน ๆ มา เมืองไทยอาจคุ้นชินกับปัญหาสิ่งก่อสร้างถล่มอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อเกิดปุ๊บก็จะเป็นข่าวดังทันที แต่จะดังนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ “ข่าวใหม่” จะดังกว่ารึป่าว

แล้วคนไทยลืมง่าย หดหู่แป๊บ ๆ ก็หาย และอาจลืมไปว่า เรื่องที่เกิดขึ้นได้ถูกสะสาง แก้ไข และป้องกัน กันหรือไม่ อย่างไร

โดยเฉพาะ “สปิริต” ของผู้รับผิดชอบ ในสายงานภาครัฐ ทั้งรัฐวิสาหกิจและราชการ ที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนอย่างเรา ๆ

ยิ่งเกิดเคสแบบรุนแรงเช่นนี้ คุณท่านต้องโชว์สปิริตทันที ไม่มีเอื้อนเอ่ย แต่ยอมให้หน้าเศร้าได้ จิตตกได้ แต่คุณท่านต้องรับผิดชอบด้วยวิถีแมน ๆ

แม้ยังไม่มีใครมาด่าว่า หรือสรุปว่า “คุณผิด”

แต่คุณต้องเผชิญหน้าออกมารับผิดก่อน พร้อมโยกตัวเองออกไป

เพื่อเคลียร์พื้นที่ พร้อมสร้าง “โมเดลใหม่” ให้กรอบราชการบริหารแบบไร้กรอบ เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดีขึ้น

เป็นแบบอย่างของคนทำงานที่มีศักดิ์ศรี ทั้งรับผิดและรับชอบในคราเดียว โดยใช้ “สามัญสำนึก” ตัดสินตัวเอง

ถ้าจะรอให้กระบวนการมาตัดสินก็เข้าอีหรอบเดิม ทุกอย่างผ่านมาก็ผ่านไป ล่องลอยในสายลมเหมือนลมปาก

ส่งผลให้ประชาชนดูถูก เหยียดหยาม และด้อยค่าพวกคุณอยู่ในใจ จะยกมือไหว้แต่ละทีก็ทำแบบขอไปที เพราะพวกเขาไม่มีศรัทธาต่อระบบและบิ๊กข้าราชการที่ไม่เอาไหน เอาแต่อยู่ในเซฟโซนดึกดำบรรพ์

คำเปรียบเปรย “เช้าชามเย็นชาม” อาจดูล้าสมัยแล้ว

เพราะปัญหาของโครงสร้างและระบบ “ข้าราชการ” ถูกฝังรากลึกเกินกว่าจะเยียวยาแบบสองชาม

“พรรคข้าราชการ” จึงถือเป็นพรรคการเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อยู่ยาวนานที่สุด (นายกฯตู่อยู่ยาว 8 ปี) และทรงอิทธิพลที่สุด ซึ่งประเทศไทยและคนไทยจำต้องอดทนไปอีกนาน

อดทนเหมือนการดูจำอวดของพวกพรรคการเมืองในยุค 2022

ล่าสุด อาจารย์ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ออกมาเปิดเผยในอีกมุมมองของภาคเอกชนเพื่อสังคมว่า

“ผมยิ่งเศร้าใจมากขึ้น เพราะ วสท.ที่ผมศรัทธาและประชาชนทั่วไปเคยเห็นเป็นที่พึ่งมาตลอดอย่างยาวนานนั้น มาวันนี้ดูไม่เป็นที่พึ่ง ไม่เป็นองค์กรของภาควิชาชีพแล้ว หลังชี้ปัญหาแผงกั้นที่ถล่มเกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย”

ทำให้คนในวงการทั้งฝ่ายช่าง วิศวกร พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “จบเห่กันละ”

ขนาดระดับเบอร์ใหญ่พูดแบบนี้ แล้วพวกกระจอกข่าวแบบจิ๊บ ๆ อย่างเราจะยังงัยดี ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สามัญสำนึก