เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
News นิด้าโพล ชี้ประชาชน 33% ค้านหั่นงบ ‘Thai PBS’ หวั่นการเมืองแทรกแซง-เสียอิสระ
กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
News กทม. อัปเดตจ่ายเยียวยาน้ำท่วม ทะลุ 4.2 พันล้าน ‘เขตลาดกระบัง’ แชมป์ยื่นขอเหลือช่วยสูงสุด
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตอนสีดา
เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
News เช็กตารางรถไฟ! รฟท. เปิด ‘ที่หยุดรถพืชสวนโลกอุดรธานี’ ขนคนเที่ยวงานยักษ์
บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
SD บิ๊กคอร์ป เติมฝัน H.O.W.ปักธงบ้านใหม่ ‘คิงบริดจ์ ทาวเวอร์’
ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
เศรษฐกิจภูมิภาค ผ่าโมเดล B2 เชียงใหม่ แฟรนไชส์บัดเจตโฮเทลเมืองรองทั่วไทย
‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
Real Estate ‘ไตรเตชะ’ จับจังหวะอสังหาฯ ซื้อที่ดินถูก-รุกคอนโด-เปิดทำเลใหม่ 
ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
SD ปิดฉาก COP17 เร่งแผนปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เอกวาดอร์เจ้าภาพ COP18
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ดูทั้งหมด

นำพื้นที่ว่างมหา’ลัย พัฒนาเชิงพาณิชย์ดีไหม ?

11 ม.ค. 2561 | 15:25น.

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

วันก่อน เห็นข่าวเล็ก ๆ บนหนังสือพิมพ์รายวันลงข่าวทำนองว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งทยอยปิดคณะนิเทศศาสตร์ และคณะต่าง ๆ ที่มีผู้เรียนน้อยลง เพราะไม่มีคนเรียน

เห็นแล้วพอจะเข้าใจได้ เพราะทุกวันนี้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับคณะนิเทศศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ โฆษณา และประชาสัมพันธ์ ต่างถูกกงล้อของเทคโนโลยีสมัยใหม่หมุนรอบตัวเองเร็วมาก จนทุกอย่างเข้าไปอยู่ในสมาร์ทโฟนหมดแล้ว

ใครเล่าจะอยากเสพสื่อเหล่านี้ ใครเล่าจะอยากเสียตังค์ เพราะทุกอย่างสามารถดาวน์โหลดฟรีมาอ่าน มาดู และมาฟังได้ทั้งสิ้น

แต่กระนั้น อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ในการเสพสื่อต่าง ๆ ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งจะว่าไปใคร ๆ สามารถเป็นผู้รายงานข่าวได้ทุกคน ทั้งในรูปแบบของตัวหนังสือ คลิปวิดีโอ หรือแม้แต่การไลฟ์สดอะไรก็ตาม แต่จะมีสักกี่สำนัก หรือกี่คนที่รายงานอย่างถูกต้องครบถ้วนรอบด้าน

โดยอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ซึ่งไม่มีอคติเข้ามาเจือปน ผมว่าตรงนี้คือปัญหาอย่างหนึ่งของการทำหน้าที่สื่อออนไลน์ของบางสำนัก และบางคน โดยเฉพาะอาชีพบล็อกเกอร์ที่ดูเหมือนกำลังเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำงานสื่อ บล็อกเกอร์บางคนมีค่าตัวด้วย

เพราะเขามีแฟนเพจติดตามเป็นหมื่น ๆ แสน ๆ คน ดังนั้น เวลาองค์กรหนึ่งองค์กรใดเชิญไปทำข่าว นอกจากจะต้องจ่ายค่าเดินทาง ค่าที่พัก และรับรองอาหารทั้ง 3 มื้อแล้ว องค์กรเหล่านั้นจะต้องจ่ายค่าตัวอันแสนดีงามให้กับพวกเขาด้วย และเขาจะทำหน้าที่รีวิวในทุกสิ่งที่องค์กรต้องการ ด้วยการนำเสนอผ่านโลกออนไลน์

ทั้งยังมีแนวโน้มว่า “บล็อกเกอร์” จะเกิดขึ้นจำนวนมากด้วย เพราะนักข่าวหลายคนที่ลาออกจากงานประจำ (จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม) ต่างผันตัวเองมาทำงานทางด้านนี้ แต่กระนั้น มีคำถามเกิดขึ้นตามมาว่า เส้นจริยธรรมของการทำงานข่าวครอบคลุมบุคคลเหล่านี้ด้วยหรือไม่

เพราะเขาเมกมันนี่กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

สิ่งที่เล่าให้ฟังเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นของผลผลิตที่เกิดจากคณะนิเทศศาสตร์ หรือสาขาที่เรียนเกี่ยวกับด้านสื่อสารมวลชน ที่ปัจจุบันกำลังกลายเป็นคณะที่ไม่มีคนอยากเรียน

ทั้ง ๆ ที่สมัยหนึ่งเป็นคณะยอดฮิต คิดอะไรไม่ออกก็เรียนนิเทศศาสตร์ไปก่อน เพราะเท่ เพราะเป็นอาชีพที่อหังการ และเป็นฐานันดรที่ 4 ที่มีอภิสิทธิ์ชน (สำหรับบางคน) แต่ในวันนี้กลับกลายเป็นอาชีพที่ไม่ค่อยมีใครอยากเป็น (สำหรับบางคนอีกเช่นกัน) ผมอ่านจากข่าวก็พอเข้าใจได้

แต่กระนั้น อยากชวนคิดต่อว่า ถ้าหากคณะอื่น ๆ มีแนวโน้มที่จะปิดตัวลงอย่างคณะนิเทศศาสตร์ด้วยล่ะจะทำอย่างไร เพราะจากความท่อนหนึ่งของอาจารย์ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คณะ สาขามีคนเรียนน้อย เพราะอัตราการเกิดของประชากรมีแนวโน้มลดลง ยิ่งปัจจุบันมีการเรียนผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้นด้วย

หรือถ้าอยากจะเรียนปริญญาโทในต่างประเทศ ก็ไม่ต้องบินไกลถึงเมืองนอกแล้ว สามารถเลือกเรียนมหา”ลัยไหน ๆ ได้ด้วยการลงทะเบียนผ่านโลกออนไลน์ เพราะโลกของการศึกษาถูกย่อเข้ามาอยู่ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กหมดแล้ว

คำถามคือมหา’ลัยจำเป็นต้องใช้พื้นที่มากมายในการเรียนการสอนไหม ?

นำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ดีไหม ? เพื่อจะได้มีเงินไปพัฒนางานวิจัย และงานวิชาการของนิสิต นักศึกษา และเหล่าบรรดาคณาจารย์

เพราะอย่างที่ทุกคนทราบ เงินอุดหนุนจากกระทรวงศึกษาธิการอาจไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายของมหา’ลัยทั้งระบบในปัจจุบัน อีกทั้งจำนวนนิสิต นักศึกษาที่ลดลง จึงทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการลงทุนทางด้านการศึกษา

ดังนั้นเพื่อให้แต่ละมหา’ลัยมีงบประมาณเพิ่มขึ้น จึงน่าจะนำพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลมาพัฒนาเชิงพาณิชย์น่าจะดีกว่า ไหน ๆ มหา’ลัยก็เป็นธุรกิจการศึกษากันอยู่แล้ว สู้เปิดหน้า เปิดตา เปิดแผนการลงทุนกันให้รู้เรื่องไปเลย จะได้มีเงินอุดหนุนเข้ามามาก ทั้งยังจะได้นำเงินไปลงทุนให้นิสิตนักศึกษาบางคณะที่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือในการพัฒนาทักษะอาชีพให้มีความเชี่ยวชาญทัดเทียมในระดับสากล

ผมคิดของผมเล่น ๆ นะครับ

อาจเสียงดังไปหน่อย

ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมบ้าง

ยกมือขึ้น ?