“Talent War” AI เดือด บิ๊กเทคยอมจ่ายเงินเดือนสูงลิ่ว รักษาคนในองค์กร หลังเกิดศึกชิงทาเลนต์ครั้งใหญ่ ด้าน “อีลอน มัสก์” เผยจ่ายเงินเดือนวิศวกร AI เพิ่ม หวังรั้งพนักงานอยู่ต่อ แต่ใช่ว่าจะสำเร็จทุกกรณี
วันที่ 5 เมษายน 2567 นับตั้งแต่ OpenAI เปิดตัวแชตบ็อตอัจฉริยะ “ChatGPT” ราว 2 ปีก่อน “AI” ก็กลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกสาดสปอตไลท์จากทุกทิศทุกทาง และมีการนำไปใช้ในองค์กรใหญ่ ๆ อย่างรวดเร็ว รวมถึงเหล่าบิ๊กเทค เช่น ไมโครซอฟต์ (Microsoft), กูเกิล (Google), เมตา (Meta) และแอมะซอน (Amazon) ต่างออกมาประกาศบนหน้าสื่อว่าบริษัทจะมุ่งโฟกัสไปที่การพัฒนาโมเดล AI ของตนเอง
แน่นอนว่าแนวโน้มความต้องการ AI ที่มีแต่จะมากขึ้น ทำให้ความต้องการ “ทาเลนต์” หรือบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ความซับซ้อนของเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทาเลนต์ด้าน AI มีอยู่อย่างจำกัด จนเกิด “Talent War” หรือสงครามแย่งชิงกลุ่มคนเหล่านี้ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีน้อยใหญ่
สำนักข่าว Business Insider รายงานว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การแย่งชิงทาเลนต์ด้าน AI ระหว่างกลุ่มบิ๊กเทคเป็นไปอย่างดุเดือด โดยที่แต่ละบริษัทต่างก็มีวิธีในการจูงใจพนักงานของตนเอง เช่น “มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก” (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของเมตา (Meta) บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก (Facebook) และอินสตาแกรม (Instagram) ส่งอีเมลส่วนตัวถึงนักวิจัย AI ของ DeepMind บริษัทพัฒนา AI ของ Google เพื่อเสนอตำแหน่งงานโดยไม่ต้องมีการสัมภาษณ์ใด ๆ
หรือแม้แต่ “เซอร์จีย์ บริน” (Sergey Brin) ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ก็ยกหูโทรหาพนักงานที่คิดจะลาออก และไปทำงานที่ OpenAI เป็นการส่วนตัว เพื่อเสนอเงินเดือนใหม่ในอัตราที่สูงลิ่ว และจูงใจให้ทำงานที่บริษัทต่อไป
“อีลอน มัสก์” (Elon Musk) มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจดังอย่าง “เทสลา” (Tesla) และ X (Twitter) เปิดเผยผ่าน X ส่วนตัวว่า วิศวกร AI ของ Tesla กำลังถูก OpenAI ดึงตัวอย่างหนัก ซึ่งทาง Tesla ได้ปรับขึ้นอัตราค่าตอบแทน เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานมากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรั้งพนักงานไว้กับบริษัทได้ทุกคน
ตัวอย่างเช่น กรณีของ “อีธาน ไนท์” (Ethan Knight) นักวิทยาศาสตร์ด้าน machine learning ของ Tesla ที่กำลังจะถูกย้ายไปที่ xAI (บริษัทด้านการพัฒนา AI ของมัสก์) กลับตัดสินใจไปร่วมงานกับ OpenAI แทน
“สงครามแย่งชิงทาเลนต์ด้าน AI ถือเป็นสงครามแย่งชิงทาเลนต์ที่บ้าบอที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา”
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานโดยอ้างอิงการวิเคราะห์ของ “Levels.fyi” แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลค่าตอบแทนในอาชีพสายเทคที่เผยแพร่เมื่อเดือน พ.ค. 2566 ระบุว่า วิศวกร AI มีรายได้มากกว่าวิศวกรสาขาอื่น 8-12.5%
และจากข้อมูลของ ZipRecruiter แพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลการจ้างงานในสหรัฐ ระบุว่า รัฐที่มีการจ่ายค่าตอบแทนให้วิศวกร AI มากที่สุด คือวอชิงตัน (Washington) เฉลี่ย 117,304 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 4.2 ล้านบาท) ส่วนรัฐที่จ่ายค่าตอบแทนน้อยที่สุด คือฟลอริดา (Florida) เฉลี่ย 72,345 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 2.6 ล้านบาท)