เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ดูทั้งหมด

คุยกับ แม่ทัพ AWS ไทย ทำไม “คลาวด์” เป็นเมกะเทรนด์เปลี่ยนโลก

12 มิ.ย. 2565 | 08:35น.

โควิดเป็นตัวเร่งให้การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจที่เติบโตแบบก้าวกระโดด ขยับจากทางเลือกเป็นทางรอดของหลายธุรกิจ นั่นยิ่งทำให้การใช้งาน “คลาวด์คอมพิวติ้ง” เพิ่มขึ้นมาก ทั้งเพื่อรองรับรูปแบบการทำงานทางไกล (remote work) ของพนักงาน และการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น

“อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส” หรือ AWS เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการแถวหน้าด้านคลาวด์ ทั้งในแง่การเป็นผู้บุกเบิกตลาดและถือครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดทั้งในระดับโลกและในบ้านเราเอง

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “วัตสัน ถิรภัทรพงศ์” Country Manager ของ AWS ประจำประเทศไทย เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2565 มุมมองต่อการเปลี่ยนแปลง การขยายตลาด และเติบโตด้านการใช้คลาวด์ของธุรกิจในไทย ตลอดจนบทเรียนจากโควิดที่ผ่านมา

Q : แผนการดำเนินธุรกิจในไทย

ในไทยเราโฟกัส 3 เรื่อง ทำมาตั้งแต่ปี 2020 เรื่องแรกคือ ลูกค้า เราให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เดิม AWS มีทีมดูแลลูกค้าองค์กร และลูกค้า SMEs ก็เพิ่มทีม digital native business มาดูแลลูกค้ากลุ่มสตาร์ตอัพที่ประสบความสำเร็จโดยเฉพาะ รวมถึงกลุ่มที่จะเติบโตเป็นยูนิคอร์นในบ้านเรา

การแบ่งทีมก็เพื่อให้สอดคล้องกับรายละเอียดในแต่ละอุตสาหกรรมมากขึ้น จากเดิมทีมงานจะคละกันหนึ่งทีมดูแลทั้งธนาคารและโทรคมนาคม ซึ่งไม่สามารถตอบความต้องการของลูกค้าในเชิงลึกได้ จึงแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น

2.เน้นการสร้างการเติบโตไปกับพาร์ตเนอร์ (scaling with AWS partner) และ 3.การแบ่งระดับเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละลำดับ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1.secured cloud infrastructure AWS ในไทยตั้งมาปีที่ 6 จะเห็นว่าลูกค้าจะโฟกัส infrastructure services คือหาสิ่งไปแทนเซิร์ฟเวอร์เดิมเพื่อใช้ในการคำนวณและเก็บข้อมูลเป็นหลัก

องค์กรส่วนใหญ่ยังใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบ on-premise และ hybrid และใช้จ่ายสำหรับคลาวด์เพียง 5% เท่ากับมีตลาดที่ยังเปิดกว้างอีกมาก เพราะคลาวด์คืออนาคต เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก เป็นเมกะเทรนด์

2.modernization เป็นกลุ่มที่ผ่านการใช้ระบบคลาวด์มาระยะหนึ่ง และพร้อมพัฒนาไปใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น เช่น AI และ machine learning และ 3.intelligent services and sustainability เรามองไปถึงการเตรียมความพร้อมลูกค้าสู่ความยั่งยืน เช่น รักษาระดับประสิทธิภาพการทำงานในระดับที่ลูกค้าต้องการใช้งานจริง แต่ใช้พลังงานน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เป็นต้น

สรุปคือ ลูกค้าที่ยังไม่ใช้คลาวด์เราจะผลักดันให้ใช้คลาวด์มากขึ้น ลูกค้าที่เริ่มใช้แล้วจะปูไปสู่ระดับที่ 2 ส่วนระดับที่ 3 จะพยายามปูทางสำหรับอนาคตที่ลูกค้าจะใช้คลาวด์ที่มีความสลับซับซ้อนและมีความฉลาดมากขึ้น

Q : บทเรียนโควิด-19

ถ้าเรื่องพนักงานเราให้ความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง จะมีเรื่องของการทำงานที่บ้าน บริษัทเทคโนโลยีจะทำงานผ่านรีโมตเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว ในส่วนของลูกค้าองค์กรเราสนับสนุนเขาว่าหลังผ่านพ้นเรื่องความปลอดภัยไปแล้ว

เขาต้องคิดแล้วว่าจะทำให้ธุรกิจดำเนินต่ออย่างไร มีหลายองค์กรที่ต้องช่วยให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อทำงานต่อไปได้ แม้จะทำงานแบบรีโมตหรือแบบหน้าจอเสมือน (virtual desktop)

องค์กรต่าง ๆ ใช้โอกาสนี้ปรับตัว เพราะเริ่มเห็นแล้วว่าแม้โควิดจะหายไปแต่นิวนอร์มอลยังอยู่ เขาต้องปรับตัวเพื่อให้อยู่รอด เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ทำแพลตฟอร์มโรบินฮูดที่จะเป็น new S-curve

Q : ทำไมองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่ใช้พับลิกคลาวด์

ต้องบอกว่าเป็นเรื่องของความเข้าใจ ซึ่งเป็นหน้าที่เราที่จะทำความเข้าใจกับลูกค้า พยายามช่วยลูกค้า เพิ่มทักษะและความรู้ในการใช้คลาวด์ ถือเป็นโอกาส มีปัจจัยเชิงบวกหลายอย่าง 1.การดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องใช้คนจำนวนมาก หลายองค์กรมองว่าการย้ายไปคลาวด์ไม่ต้องหาคนมาช่วยดูแลมากนัก

2.ทักษะคน IT เขาไปเป็น DEV สร้างแอปพลิเคชั่นที่มีประโยชน์กับธุรกิจดีกว่ามานั่งดูแลเซิร์ฟเวอร์ ที่เห็นชัดอีกอย่าง คือ การขาดแคลนชิปเซตที่ใช้ทำเซิร์ฟเวอร์ แต่ก่อนรอ 2-3 เดือนก็ทำได้ ตอนนี้ 6-12 เดือน ลูกค้ารอไม่ไหวธุรกิจต้องเดินหน้า

ปัจจุบันสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ ๆ ที่เราเรียกว่า born in cloud เทรนด์ที่จะเห็นคือบริษัทสตาร์ตอัพใหม่จะกระโดดเข้ามาใช้คลาวด์เลย เป็นข้อดีสำหรับบริษัทเกิดใหม่ คลาวด์ตอบโจทย์ หากโตเร็วก็จะช่วยสเกลธุรกิจได้

Q : มีคำแนะนำองค์กรที่ยังไม่ใช้

ต้นทุนในการทำเซิร์ฟเวอร์หรือดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทต้องดูว่ามีอะไรบ้าง 1.ฮาร์ดแวร์ 2.ซอฟต์แวร์ 3.คน ฮาร์ดแวร์ โดยเฉลี่ย 3-5 ปีจะหมดดอายุ ยืดได้อีกหน่อยก็ไม่ควรเกิน 7 ปี เพราะ 4-5 ปีผู้ผลิตก็ไม่ทำอะไหล่ต่อแล้ว จึงเป็นระเบิดเวลา ซอฟต์แวร์ก็ด้วย

เมื่อเวลาผ่านไปจะไม่มีการบำรุงรักษาหรืออัพเดตระบบ ส่วนสกิลคนที่จะมาทำงาน มีองค์กรเยอะมากบอกว่า 95% รู้สึกกลาง ๆ ว่าจะเปลี่ยนดีไหม บางองค์กรเพิ่งซื้อของทำดาต้าเซ็นเตอร์ บางองค์กรมาลองใช้บางส่วนเป็นคลาวด์

เราจะค่อย ๆ ให้ความรู้ว่าส่วนที่กำลังหมดอายุนี้ขึ้นไปบนคลาวด์ได้อย่างไร ทั้งข้อดีข้อเสียและต้นทุนที่ต้องจัดการ

บริษัทที่ลงทุนทำเซิร์ฟเวอร์ไปแล้ว และกำลังพิจารณาเรื่องต้นทุน เราจะมีทีม cloud economic team ช่วยพิจารณาในแง่ของรูปแบบการเงินเป็นรายกรณี และมีทีมช่วยบริการองค์กรขนาดใหญ่ที่สองจิตสองใจ คือ เพิ่งลงทุนทำระบบไป 2-3 ปี

ทีมจะเข้าไปช่วยหาวิธีการบริหารจัดการ นำบางส่วนขึ้นคลาวด์ มีพาร์ตเนอร์รับซื้อ asset ของเซิร์ฟเวอร์ไปบริหารต่อ เพื่อให้องค์กรขนาดใหญ่พิจารณาย้ายไปคลาวด์ได้ง่ายขึ้น

Q : อะไรทำให้ AWS มีมาร์เก็ตแชร์ถึง 30%

น่าจะมี 3 อย่าง 1.บริการ เราลงทุนกับการพัฒนาบริการเยอะมาก ปีที่ผ่านมามีฟีเจอร์และบริการเพิ่มขึ้น 3,000 กว่าอย่าง ทิ้งห่างคู่แข่งไปเยอะมาก หากเราเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการพับลิกคลาวด์คงไม่อยากสลับไปใช้บริการหลายอย่างเพราะขาดบริการบางตัวที่ต้องใช้ ความหลากหลายของบริการและเทคโนโลยีน่าจะตอบโจทย์ลูกค้าและครอบคลุมมากที่สุด ทำให้ได้รับความนิยมที่สุด

2.ฐานลูกค้าครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม ทั้งเอ็นเตอร์ไพรส์ ธนาคาร สตาร์ตอัพ SMB digital native หรือแม้แต่ภาครัฐรวมกันแล้วน่าจะมีฐานลูกค้าหลักล้านรายเข้ามาบนพับลิกคลาวด์

3.พาร์ตเนอร์ครอบคลุมกว่าแสนรายทั่วโลก น่าจะตอบโจทย์ลูกค้าในมุมที่เขาเข้าถึงพาร์ตเนอร์อื่น ๆ มีพื้นที่สนับสนุนลูกค้าได้เต็มที่ ส่วนในไทยเข้าใจว่ายังไม่มีคนทำ เราจึงมีฐานลูกค้าที่กว้างที่สุด

เชื่อว่าการแข่งขันทำให้ตลาดโตขึ้น และตลาดยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น หากมีคนเข้ามามากขึ้นก็สะท้อนทิศทางการเติบโตที่ชัดเจน ส่งผลดีในระดับประเทศด้วย เป็นทางเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น

Q : ธุรกิจในไทยอยู่ในระดับไหน

ตอบรายอุตสาหกรรมยาก แต่โดยรวมไปในทิศทางที่ดี ในแง่ของการมีออปชั่นในคลาวด์ ถ้าเรามองประโยชน์ในเรื่องต้นทุน บุคลากร เรื่องการที่ต้องปรับตัวเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เปิดตลาดไปภูมิภาคหรือระดับโลก องค์กรควรมูฟไปคลาวด์ตั้งแต่วันนี้

อย่างน้อยควรเป็นสเตจหนึ่ง สุดท้ายเราเชื่อว่าองค์กรทุกขนาดทุกอุตสาหกรรมว่าการทรานส์ฟอร์มไม่ใช่ “ถ้า” อีกแล้ว แต่ต้อง “ทำอย่างไร” มากกว่า และการใช้คลาวด์เป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้องค์กรทรานส์ฟอร์ม

Q : การผลักดันให้ไทยเป็น Technology Hub

ประเทศไทยมีความสามารถและศักยภาพในการเป็นเทคโนโลยีฮับ เอกชนตื่นตัวนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้งมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร การนำนวัตกรรมออกสู่ตลาด เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ลูกค้า AWS เช่น เอสซีจี ซีเมนต์-วัสดุก่อสร้าง นำ AWS IOT มาใช้ในโซลูชั่นสมาร์ทโฮม หรือสตาร์ตอัพ Pomelo ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใช้ Amazon Personalize เพิ่มประสิทธิภาพข้อเสนอสำหรับลูกค้าทางออนไลน์

ภาครัฐก็มุ่งมั่นที่จะปรับตัวและส่งเสริมให้เอกชนนำเทคโนโลยีมาใช้ ล่าสุดกระทรวงดีอีเอสร่วมกับ AWS ทำงานร่วมกันบนระบบคลาวด์

สิ่งสำคัญที่ต้องร่วมมือกัน คือ การพัฒนาทักษะบุคลากร จากผลการสำรวจล่าสุดที่เราให้อัลฟ่าเบต้าจัดทำเพื่อดูความต้องการของบุคลากรที่มีทักษะด้านคลาวด์ในเอเชีย-แปซิฟิก พบว่ามีแรงงานถึง 86 ล้านคนที่จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลภายในปีหน้าเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในตลาด และทักษะด้านคลาวด์คอมพิวติ้งเป็นทักษะที่สำคัญอันดับต้น ๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คลาวด์ Cloud