เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
Economic น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
ดูทั้งหมด

คริปโตขาลงนักลงทุนถอย ยักษ์ธุรกิจทยอย “เลิกจ้าง”

23 มิ.ย. 2565 | 07:02น.
บิตคอยน์

ตลาดคริปโตขาลง ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลร่วงหนัก นักลงทุนถอนทัพ ผู้ให้บริการซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของไทย ปรับแผน “เลิกจ้าง” พนักงานเอาต์ซอร์ซ หลังยอดเทรด-เปิดบัญชีใหม่วูบ “กูรูอีคอมเมิร์ซ” ชี้เศรษฐกิจไม่ดีกระทบทุกธุรกิจ

แหล่งข่าวในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ขาลงของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลก จากปัจจัยลบต่าง ๆ โดยเฉพาะนโยบายการขึ้นดอกเบี้ย และการดูดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี ร่วงลงอย่างรุนแรง โดยราคาของบิตคอยน์จากที่เคยทำสถิติสูงกว่า 60,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อบิตคอยน์ ล่าสุดร่วงมาลงมาอยู่ที่ระดับ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อบิตคอยน์เท่านั้น

โดยกระแสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มชะลอลงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทั้งในกลุ่มที่เปิดบัญชีซื้อขายอยู่แล้ว และการเปิดบัญชีของลูกค้าใหม่ ส่งผลผู้ประกอบการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบางแห่งปรับแผนการบริหารจัดการกำลังคนใหม่ หลังจากในปีที่ผ่านมามีการประกาศรับคนเพิ่มจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การรับคนเพิ่มในช่วงที่ผ่านมา ของบริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่จะใช้วิธีทำสัญญาจ้างกับบริษัทรับช่วงงานหรือเอาต์ซอร์ซ (outsourcing) อีกที โดยมีการแบ่งทำสัญญากับหลายบริษัท

โดยการจ้างงานที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเป็นงานเกี่ยวกับการยืนยันตัวตนผู้ใช้รายใหม่ หรือ KYC (know your customer) และงานดูแลลูกค้า (customer support) เนื่องจากในช่วงตลาดขาขึ้น มีนักลงทุนหน้าใหม่สนใจเข้ามาเปิดบัญชีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

“ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่มีการทำสัญญาจ้างเอาต์ซอร์ซกับ 3 บริษัท เป็นสัญญาปีต่อปี เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดการกำลังคน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหรือลด ก็ทำได้คล่องตัวกว่ารับเป็นพนักงานประจำ ทั้งยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการต่าง ๆ ด้วย และเมื่อครบสัญญาอาจจ้างต่อหรือไม่ก็ได้”

แหล่งข่าวจากบริษัทเอาต์ซอร์ซแห่งหนึ่งเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทเป็นคู่สัญญารายปีกับผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่แห่งหนึ่ง โดยมีพนักงานสัญญาจ้างงาน
ด้านการดูแลลูกค้าราว 80 คน และเพิ่งครบกำหนดสัญญาไปในช่วง เม.ย.ที่ผ่านมา และไม่มีการต่อสัญญาอีก ทั้งไม่ได้รับพนักงานสัญญาจ้างบางส่วนที่คัดเลือกไว้ว่าจะรับเป็นพนักงานประจำตามที่เคยทาบทามไว้ก่อนหน้านี้ด้วย โดยบริษัทดังกล่าวให้เหตุผลว่าไม่มีงบประมาณ และต้องการรัดเข็มขัด

“ตลาดคริปโตทั่วโลกอยู่ในช่วงขาลง ส่งผลกระทบกับตลาดบ้านเราด้วยเช่นกัน ทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับคริปโตหรือสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปรับแผนการลงทุนใหม่ การปรับลดคนก็เป็นเรื่องปกติ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา มีจำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ เดือน ธ.ค.64 มีจำนวนบัญชีรวม 2,271,442 บัญชี เทียบปีก่อนหน้ายังถือว่าเติบโตก้าวกระโดด แต่ในปี 2565 เติบโตลดลง

ขณะที่บัญชีแอ็กทีฟจากเดือน ม.ค.65 มี 6.82 แสนบัญชี และลดลงเหลือ 1.9 แสนบัญชี ในเดือน พ.ค. 65 โดยข้อมูล ก.ล.ต.ระบุว่า ณ สิ้นเดือน พ.ค.มีจำนวนบัญชี 2,853,178 บัญชี แม้จะมีการเปิดบัญชีเพิ่มขึ้นแต่วอลุ่มในการซื้อขายลดระดับลงค่อนข้างมาก จากเดือน พ.ย. 2564 มีการซื้อขายสุทธิสูงสุด 2.53 แสนล้านบาท ลดลงเหลือ 1.28 แสนล้านบาท ใน ม.ค. 65 และ พ.ค.65 เหลือ 9.1 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการรายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่า ยักษ์สตาร์ตอัพ SEA Group เจ้าของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ช้อปปี้” (Shopee) สั่งปลดพนักงานทั่วภูมิภาคกลางที่ประชุมออนไลน์ และในส่วนของประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบกว่า 300 คน ในส่วนทีมที่ดูแลบริการชำระเงินออนไลน์ ShopeePay และบริการฟู้ดดีลิเวอรี่ ShopeeFood

ด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ ผู้ก่อตั้ง Tarad.com และผู้เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดีนักส่งผลกระทบกับหลายธุรกิจ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรม แม้แต่ธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีก็ค่อนข้างกว้างมาก บางตัวไปได้ดีมาก แต่บางตัวอาจไม่ดีนัก ทำให้บางบริษัทต้องเริ่มมีมาตรการ “รัดเข็มขัด”

“สถานการณ์ตอนนี้ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ อย่างตอนนี้แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ก็ยังแข่งขันกันรุนแรงมาก ขณะที่แพลตฟอร์มเกี่ยวกับงานด้านฟรีแลนซ์บางตัวยังเติบโตได้ เป็นต้น ซึ่งตนมองว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับออนไลน์จะยังไปได้ โดยเฉพาะค้าปลีกออนไลน์ เพราะคนยังใช้จ่ายผ่านออนไลน์อยู่มาก ที่น่ากังวลจะเป็นธุรกิจออฟไลน์ เพราะคนเริ่มประหยัดและคิดว่าซื้อของออนไลน์ถูกกว่า”

สำหรับการปลดพนักงานทั่วภูมิภาคของ Shopee โดยส่วนตัวมองว่าน่าจะเป็นการกลับไปโฟกัสธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์มด้านอีคอมเมิร์ซที่ตนมีความถนัดที่สุด และ “รัดเข็มขัด” ในส่วนของช้อปปี้เพย์ และช้อปปี้ฟู้ดที่เพิ่งเริ่มต้น และมีการแข่งขันรุนแรง แม้ธุรกิจจะยังเติบโต


แท็กที่เกี่ยวข้อง

บิตคอยน์ (Bitcoin)