เดอะคอฟฟี่คลับ กางแผนปูพรมสาขา เจาะเมืองท่องเที่ยว

นงชนก สถานานนท์
นงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินการของบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

เดอะ คอฟฟี่ คลับ เปิดเกมรุกรับตลาดดีดกลับ ขนเมนูอาหาร-เครื่องดื่ม กาแฟดริป เอาใจลูกค้าไทย-เทศ มั่นใจสิ้นปีกวาดรายได้เบาะ ๆ 500 ล้าน

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 นางนงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ คอฟฟี่ คลับ ภายใต้การดำเนินการของบริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ส่งผลให้มีผู้เข้ามาใช้บริการที่ร้านจำนวนมากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

โดยทางแบรนด์ได้พัฒนาและปรับปรุงเมนูใหม่ ๆ ทั้งในกลุ่มที่เป็นซิกเนเจอร์อย่าง เมนูอาหารเช้า (Breakfast Credentials) และเครื่องดื่มเมนูกาแฟ (Coffee Credentials) ให้ตรงใจผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยความสำเร็จในการเติบโตของแบรนด์ เดอะ คอฟฟี่ คลับ

เดอะ คอฟฟี่ คลับ

ในขณะที่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2565 เดอะ คอฟฟี่ คลับ มองว่ายังมีโอกาสในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ และมาตรการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ จึงมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม กาแฟดริป (Drip Coffee) รวมถึงอีกหนึ่งไฮไลต์คือเมนู ออลเดย์เบรกฟาสต์ ทั้งสไตล์ไทยและฝรั่ง เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกค้า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่มาพร้อมความอร่อย และดีต่อสุขภาพ

อีกทั้งยังออกแคมเปญทางการตลาด โปรโมชั่นรูปแบบต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการรับรู้ใน 35 สาขาทั่วประเทศ ด้วยการให้สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าที่เป็น VIP Member เท่านั้น เพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ให้กว้างมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายสมาชิกอยู่ที่ราว 100,000 ราย รวมถึงทยอยปรับโลโก้แบรนด์ และดีไซน์ร้าน ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีความทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ เดอะ คอฟฟี่ คลับ มีแพลนที่จะเปิดสาขาเพิ่มตามแหล่งท่องเที่ยวหลัก โดยเตรียมจะขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 6 สาขา แบ่งเป็นสาขาขนาดเล็ก 4 สาขา สาขาขนาดใหญ่ 2 สาขา และสาขาในสนามบินสุวรรณภูมิ 5 สาขา ซึ่งจะเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก

เดอะ คอฟฟี่ คลับ

ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจในรูปแบบ Grab&Go ที่มีขนาดใหญ่ 30-40 ตารางเมตร ในคอนเซ็ปต์ใหม่ที่มีความเรียบง่าย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับ Australian Café โดยจะมีการเปิดตัวที่แรก ณ ศูนย์การค้า จังซีลอน จังหวัดภูเก็ต ภายในเดือนธันวาคม 2565 อีกทั้งยังวางแผนขยายโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ เช่น ฟู้ดทรัก และคีออสก์ เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และเป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าคนไทยให้เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งคาดว่าภาพรวมตลอดปี 2565 จะมีการเติบโตมากกว่า 150% สะท้อนความเป็นไลฟ์ฮับร้านกาแฟ ฮอลเดย์ไดนิ่ง ที่มีอาหาร และเครื่องดื่ม ครบครัน พร้อมทั้งได้ตั้งเป้าฐานกลุ่มลูกค้า คนไทยและชาวต่างชาติเติบโตในสัดส่วน 60:40

เดอะ คอฟฟี่ คลับ


ส่วนของทิศทางปี 2566 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 800 ล้านบาท หรือมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 50% จากปีนีคาดว่าจะมีรายได้กว่า 500 ล้านบาท