เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ดูทั้งหมด

Box Office สหรัฐฟื้น ลุ้นยอดตั๋วพุ่งเท่าก่อนโควิด ปี 2019

14 เม.ย. 2566 | 07:51น.
Box Office
คอลัมน์​ : Market Move

หลังภาวะซบเซานานกว่า 3 ปี บ็อกซ์ออฟฟิศหรือเม็ดเงินจากการขายตั๋วภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกาก็ใกล้ที่จะกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับช่วงปี 2562 หรือก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว

โดยนอกจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทุนสร้างมหาศาลอย่างอวตาร : วิถีแห่งสายน้ำ, แอนท์-แมน และเดอะ วอสพ์ : ตะลุยมิติควอนตัม, ท็อปกัน : มาเวอริค ฯลฯ แล้วภาพยนตร์ทุนสร้างระดับกลางหลายเรื่อง อาทิ เมแกน และหมีคลั่งยังมีส่วนสำคัญในการดึงดูดผู้ชมจำนวนมากให้กลับมาชมภาพยนตร์ในโรง

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ทัพภาพยนตร์ทุนสร้างระดับกลางหลากหลายแนวที่ทยอยเข้าฉายในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นแม็กเนตสำคัญที่ช่วยดึงดูดผู้ชมและสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับวงการภาพยนตร์สหรัฐ ไม่แพ้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอชื่อดัง ช่วยให้ยอดบ็อกซ์ออฟฟิศฟื้นกลับมาจนใกล้จะเท่ากับตัวเลขของปี 2562 แล้ว

“พอล แดร์การาบีเดียน” นักวิเคราะห์อาวุโสด้านสื่อของบริษัทวิจัยคอมสกอร์ กล่าวว่า ไม่เพียงตอนนี้ยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์ในสหรัฐเกือบจะกลับไปเท่ากับปี 2562 แล้วเท่านั้น แต่ปี 2562 ที่เป็นฐานเปรียบเทียบยังเป็นปีที่วงการภาพยนตร์ทำยอดขายตั๋วได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

ทั้งนี้ตัวเลขของปี 2562 ถือเป็นฐานเปรียบเทียบสำคัญของวงการภาพยนตร์เช่นเดียวกับวงการอื่น ๆ เนื่องจากเป็นปีสุดท้ายก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19

นับตั้งแต่โรงภาพยนตร์ในสหรัฐเริ่มกลับมาเปิดบริการเมื่อปลายปี 2563 ยอดขายตั๋วในประเทศเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการเติบโตทุกปี รวมถึงปี 2565 ที่ผ่านมาซึ่งยอดขายตั๋วขยับขึ้นมาอยู่ที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 64% จากยอดขายในปี 2564 ที่ทำได้ 4.58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 7.5 พันล้านนี้ยังต่ำกว่าปี 2562 อยู่ถึง 34%

ด้านนักวิเคราะห์ในวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ต่างลงความเห็นว่า การฟื้นตัวที่ค่อนข้างช้านี้ เป็นเพราะตลาดภาพยนตร์ยังขาดความหลากหลายของทั้งแนวภาพยนตร์และจำนวนโรงที่ฉายมากกว่าจะเป็นเพราะผู้บริโภคชาวอเมริกันไม่สนใจชมภาพยนตร์ในโรงแล้ว สะท้อนได้จากตัวเลขของภาพยนตร์ที่เข้าฉายมากกว่า 2,000 โรงนั้นลดลงจากปี 2562 ในสัดส่วนเดียวกับยอดขายตั๋วที่ลดลง

โดยช่วงระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. สตูดิโอส่งภาพยนตร์เข้าฉายแบบวงกว้าง 18 เรื่อง ต่ำกว่าตัวเลขช่วงเดียวกันของปี 2562 ที่มีภาพยนตร์เข้าฉายวงกว้าง 24 เรื่องอยู่ 25% ส่วนตัวเลขยอดขายตั๋วไปในทิศทางเดียวกัน โดยมียอดขายรวม 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าปี 2562 ที่มียอดขาย 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่ 25% เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้สูงกว่าปี 2565 ที่มีภาพยนตร์เข้าฉายวงกว้างเพียง 16 เรื่อง สร้างรายได้จากการขายตั๋วไปแค่ 1.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่ในปี 2566 นี้เพียงแค่ช่วงไตรมาสแรกจำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายในวงกว้างเริ่มกลับมาอีกครั้งแล้ว “ชอว์น ร็อบบินส์” หัวหน้านักวิเคราะห์ของ BoxOffice.com อธิบายว่า จำนวนภาพยนตร์ที่เข้าฉายในวงกว้างที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ช่วยผลักดันให้ทั้งตลาดเติบโต

ขณะเดียวกัน พอล แดร์การาบีเดียน และ ชอว์น ร็อบบินส์ ต่างยืนยันว่า ทัพภาพยนตร์ทุนสร้างระดับกลาง-เล็กที่ทยอยเข้าฉายอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เนื่องจากตัวเลือกแนวภาพยนตร์ที่หลากหลายจะช่วยดึงดูดผู้ชมได้หลากหลายกลุ่มตามไปด้วย รวมถึงปีนี้ยังมีภาพยนตร์ที่ทำมาจับกลุ่มผู้ใหญ่มากขึ้นด้วยเช่นกัน

สอดคล้องกับข้อมูลของบริษัทวิจัยคอมสกอร์ ที่เก็บข้อมูลยอดขายตั๋วชมภาพยนตร์ในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งแม้ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ภาคต่อทั้งอวตาร : วิถีแห่งสายน้ำ (279.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ), แอนท์-แมน และเดอะ วอสพ์ : ตะลุยมิติควอนตัม (210.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ), พุซ อิน บู๊ทส์ 2 (128.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และครี้ด 3 (143.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะพากันครองตำแหน่งหนังทำเงินท็อป 4 ของวงการ

แต่ภาพยนตร์ออริจินัลทุนสร้างไม่อลังการอย่างเมแกน (95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ), หมีคลั่ง (62.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Jesus Revolution (49.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่างติดท็อป 10 ด้วยเช่นกัน โดยทั้ง 3 เรื่องทำรายได้รวมกันประมาณ 207.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าแอนท์-แมนฯเล็กน้อย

นอกจากนี้ผลสำรวจความเห็นของผู้บริโภคชาวอเมริกันจำนวน 2,000 คน อายุ 15-69 ปี ยังพบว่า 33% จะไปชมภาพยนตร์ในโรงบ่อยขึ้น หากมีตัวเลือกภาพยนตร์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ขณะที่ 75% ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่า ปีนี้มีแผนจะชมภาพยนตร์ในโรงให้บ่อยกว่าปีที่แล้ว

ซึ่งเมื่อดูกำหนดการเข้าฉายในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 66 ซึ่งมีภาพยนตร์จ่อคิวเข้าฉายมากถึง 21 เรื่อง ทั้งภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ไม่ว่าจะเป็น Guardians of the Galaxy Vol. 3, Fast X, Transformers : Rise of the Beasts, และอื่น ๆ อีกทั้งภาพยนตร์ออริจินัลอีกหลายเรื่อง มีโอกาสที่จะทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์สหรัฐคึกคักยิ่งขึ้นไปอีก

“ชอว์น ร็อบบินส์” กล่าวว่า การที่ผู้ชมเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงจะให้ผลบวกกับตลาดแบบลูกโซ่ เนื่องจากผู้ชมจะได้เห็นตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ ทั้งที่กำลังฉายและกำลังจะเข้าโรง จึงเพิ่มโอกาสที่ผู้ชมเหล่านี้จะกลับมาดูเรื่องที่ได้ชมตัวอย่างไปอีกครั้งด้วย