เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
Finance AIA จับมือไวทัลไลฟ์ เจาะลูกค้าสินทรัพย์สูง ชู Longevity เริ่มบริการ ม.ค. 2570
สุญญากาศ กสทช. จบแล้ว? บอร์ด จับตาศาลฯ ชี้ชะตา นพ.สรณ
Tech สุญญากาศ กสทช. จบแล้ว? บอร์ด จับตาศาลฯ ชี้ชะตา นพ.สรณ
เตรียมปลุกรันเวย์  “ELLE FASHION WEEK 2026” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม
Biz Movement เตรียมปลุกรันเวย์  “ELLE FASHION WEEK 2026” ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม
‘ซักเคอร์เบิร์ก’ รวยเพิ่ม 8.3 แสนล้าน รับเทคโนโลยีใหม่ ก่อนงาน Meta Connect
Business ‘ซักเคอร์เบิร์ก’ รวยเพิ่ม 8.3 แสนล้าน รับเทคโนโลยีใหม่ ก่อนงาน Meta Connect
ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (23 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 300 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,100 บาท
ทุ่ม 390 ล้าน ผุดสะพานต่างระดับ แก้รถติด ลดอุบัติเหตุ คลองหลวง ปทุมธานี เสร็จปี’72
Economic ทุ่ม 390 ล้าน ผุดสะพานต่างระดับ แก้รถติด ลดอุบัติเหตุ คลองหลวง ปทุมธานี เสร็จปี’72
5 กระทรวง พท. จ่อของบ ‘พ.ร.ก.เงินกู้’ พัฒนาทักษะรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน
Politics 5 กระทรวง พท. จ่อของบ ‘พ.ร.ก.เงินกู้’ พัฒนาทักษะรับเปลี่ยนผ่านพลังงาน
SAWAD แจกปันผลระหว่างกาล 0.35 บาท จ่าย 581.53 ล้าน ขึ้น XD 6 ต.ค.
Finance SAWAD แจกปันผลระหว่างกาล 0.35 บาท จ่าย 581.53 ล้าน ขึ้น XD 6 ต.ค.
บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ อุ้ม SMEs ครั้งแรกค้ำประกัน ‘น็อนแบงก์-Virtual Bank’
Finance บสย. เปิดตัว ‘นาโนพลัส’ อุ้ม SMEs ครั้งแรกค้ำประกัน ‘น็อนแบงก์-Virtual Bank’
ปิดฉาก…โยกย้ายคลังจบเกมวัดพลังตั้ง ‘อธิบดีสรรพากร’
Finance ปิดฉาก…โยกย้ายคลังจบเกมวัดพลังตั้ง ‘อธิบดีสรรพากร’
ดูทั้งหมด

เมื่อโลก “หันหลัง” ให้กับเงินสกุลดอลลาร์

13 เม.ย. 2566 | 06:36น.
ดอลลาร์
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา “จีน” กับ “บราซิล” บรรลุความตกลงว่า ต่อไปนี้ทั้งสองประเทศสามารถชำระเงินเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าด้วยเงินสกุล “เรอัล” หรือ “หยวน” ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินสกุลดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกาเป็นตัวกลางในการชำระเงินทางการค้าอีกต่อไป

ข้อเท็จจริงที่ว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา จีนค่อย ๆ ขยับแซงหน้าสหรัฐอเมริกาขึ้นไปเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญที่สุดของบราซิล ทำให้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ถ้าหากนำบริบทแวดล้อมเข้ามาคำนึงร่วมด้วย ก็จะเห็นได้ว่าความตกลงดังกล่าวคืออีกหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เป็นรูปธรรมของการที่ค่าเงินดอลลาร์ถูกลดบทบาทลง ไม่ได้มีบทบาทสำคัญในการที่เงินดอลลาร์เป็นสกุลเงินที่ถือเป็น “ตัวกลาง” ในระบบการค้าระหว่างประเทศทั่วโลก ด้วยเหตุนี้บรรดาธนาคารกลาง, กระทรวงการคลังของประเทศต่าง ๆ รวมไปถึงบรรดาบริษัทข้ามชาติระดับบิ๊กทั้งหลายจึงถือครองเงินดอลลาร์เอาไว้เป็นสัดส่วนสูงสุดในทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ

การถือครองทุนสำรองดังกล่าว ไม่ได้ถือครองอยู่เฉย ๆ แต่นำส่วนหนึ่งไปใช้เพื่อให้เกิดดอกออกผลไปด้วย วิธีหาผลกำไรจากเงินสกุลดอลลาร์ที่ง่ายที่สุดและเสี่ยงน้อยที่สุด ก็คือการหันไปใช้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทำให้ความต้องการพันธบัตรรัฐบาลอเมริกันสูงขึ้นในตลาดเงินโลก

ผลในทางปฏิบัติที่ต่อเนื่องตามมาก็คือ ทำให้เงินสกุล “ดอลลาร์” กลายเป็นสกุลเงินหลักในการค้าระหว่างประเทศไปโดยอัตโนมัติ มากจนถึงขนาดที่สามารถ “ครอบงำ” และ “กำหนด” ทิศทางของโลกได้ในที่สุด

ซึ่งนั่นก่อให้เกิดปัญหา เพราะเงินดอลลาร์ถูกนำมาใช้เป็น “อาวุธ” ในทางการเมืองระหว่างประเทศ กลายเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลงโทษจนสร้างความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่เฉพาะคู่กรณีของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่กระทบไปถึงชาติอื่น ๆ ที่อยู่ในระบบการค้าระหว่างประเทศเหล่านั้นอีกด้วย

ความพยายามในการลดการครอบงำของดอลลาร์ หรือ “ดี-ดอลลาไรเซชั่น” (De-dollarization) จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ถกกันมาต่อเนื่องหลายสิบปีแล้ว

ปรากฏการณ์อย่างเช่น การหันมาใช้เงินเรอัล-หยวนในการค้าระหว่างบราซิลกับจีนนั้น เป็นเพียงรูปธรรมล่าสุดของความพยายามแสวงหาเงินสกุลที่ “เป็นกลางทางการเมือง” มาใช้เป็นทุนสำรองแทน “ดอลลาร์” อันเป็นแนวโน้มที่เติบใหญ่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ เท่านั้นเอง

ภาวะปั่นป่วนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากกรณีการแซงก์ชั่นอิหร่าน หรือในกรณีล่าสุดก็คือการแซงก์ชั่นรัสเซีย ด้วยการตัดขาดจากกลไกในการชำระเงินระหว่างประเทศที่เรียกว่า “สวิฟต์” (SWIFT) คือเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายประเทศหันมาหา “ทางเลือก” อื่น เพื่อรับมือกับสถานการณ์

ตัวอย่างเช่นอินเดียกับมาเลเซีย หันมาใช้เงินรูปีของอินเดียในการชำระเงินในการค้าบางประเภท และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ การที่ซาอุดีอาระเบีย รวมไปถึงชาติผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายอื่น ๆ เริ่มหันหลังให้กับดอลลาร์ในการซื้อขายน้ำมันกันแล้ว

แม้แต่ประเทศอย่างฝรั่งเศส ก็เริ่มต้นทดลองซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับจีนในรูปของ “เงินหยวน” แล้วเช่นกัน

การใช้ดอลลาร์เป็น “อาวุธ” ในการทำ “สงครามเศรษฐกิจ” ไม่ได้เป็นปัญหาเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น เหตุปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การกำหนดนโยบายทางการเงินที่บกพร่องและผิดพลาดของสหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ความสนใจที่จะถือครองดอลลาร์ลดน้อยลงมากเช่นเดียวกัน

นโยบายที่สหรัฐอเมริกานำมาใช้ในการรับมือกับวิกฤตการณ์ทางการเงินเมื่อปี 2008 ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ผันผวนอย่างหนักชนิดไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางได้ คือตัวอย่างรูปธรรมในกรณีนี้

เช่นเดียวกับนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกาที่นำมาใช้รับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปี 2020 ที่ส่งผลให้สภาวะเงินเฟ้อกระฉูดถึงระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี แล้วหักมุมพลิกผันไปอีกทางอย่างกะทันหันและสุดโต่ง จนเกิดปัญหาขึ้นกับสถาบันการเงินอย่างที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้

กระนั้น การหันหลังให้กับเงินดอลลาร์ที่เป็นสกุลเงินของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อแทนที่ด้วยสกุลเงินอื่น ๆ จากประเทศหรือเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดเล็กกว่า ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ และรวดเร็วอย่างที่คาดหมายกัน

การหันหลังให้กับเงินดอลลาร์มีอุปสรรค อยู่ไม่น้อย ทั้งในเชิงประวัติศาสตร์, เชิงเทคนิค, การเงิน ฯลฯ ในเวลาเดียวกันก็เกิดผลกระทบทางลบต่อเครือข่ายการค้า
ที่ต้องเอาชนะให้ได้ขึ้นตามมาอีกด้วย

ข้อเท็จจริงก็คือว่า ในเวลานี้ยังมีอีกหลายประเทศมากที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นสกุลเงินของตนเองโดยตรง และยังมีอีกไม่น้อยกว่า 22 ประเทศทั่วโลกที่ยังตรึงค่าเงินของตนเองโดยตรงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ยังคงเป็นหนทางที่ “ต้นทุนต่ำที่สุด” ในการเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ต่อไป

กระนั้นความพยายามหันหลังให้กับเงินดอลลาร์ที่ดำเนินมานานปี อาจส่งผลกระทบต่อสหรัฐอเมริกาในที่สุด เงินดอลลาร์อาจยังคงอยู่ต่อไปอีกยาวนานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

แต่การใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ ไม่ช้าก็เร็วจะนำดอลลาร์ไปสู่จุดจบของการเป็นเงินสกุลหลักในการค้าระหว่างประเทศ และยุติการครอบงำโลกไปในที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินหยวน ดอลลาร์