เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

การลงทุนจากต่างประเทศ

31 ธ.ค. 2562 | 15:19น.

คนเดินตรอก
ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

ขณะนี้ประเทศไทยได้พัฒนาเศรษฐกิจจนมาถึงขั้นที่รายได้ต่อหัวประชากร ถึงขั้นเข้าข่ายเป็นประเทศที่ประชากรมีรายได้ปานกลางขั้นสูง กำลังจะพัฒนาต่อไปอีกขั้นหนึ่งก็จะถูกจัดให้เข้าอยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่อจากประเทศมาเลเซีย ต่อจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี และฮ่องกง ซึ่งได้ถูกจัดอันดับเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่มากกว่า 2 ทศวรรษแล้วทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศอุตสาหกรรมใหม่ หรือเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ ถ้าจะเรียกให้ถูก เพราะฮ่องกงไม่ถือว่าเป็นประเทศ เพราะเป็นเขตการปกครองพิเศษของจีน ไม่มีอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็น “รัฐ” ตามคำจำกัดความของสหประชาชาติ เช่นเดียวกับไต้หวัน เพราะสหประชาชาติถือว่าไต้หวันเป็นจังหวัดหนึ่งของจีน พัฒนาจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนา หรือประเทศกำลังพัฒนา มาสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว หรือมาเป็นประเทศอุตสาหกรรมผ่านการค้าระหว่างประเทศ หรือการส่งออกและนำเข้า

ไม่ใช่ประเทศที่มีขนาดพื้นที่และตลาดในประเทศที่ใหญ่โต จนสามารถรองรับอุตสาหกรรมหนักที่มีขนาดใหญ่ เพื่อให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง เช่น สหรัฐอเมริกา หรือยุโรปตะวันตกที่เมื่อรวมตัวกันเข้าเป็นตลาดร่วมยุโรป ประชาคมยุโรป และพัฒนามาเป็นสหภาพยุโรป หรือกลุ่มประเทศที่เคยเป็นสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ซึ่งขณะนี้ได้แตกสลาย แต่ก็ยังรวมกลุ่มเศรษฐกิจภายใต้การนำของรัสเซียอยู่ ต่อมาก็ได้แก่ จีนและอินเดีย

จีนและอินเดียก็พัฒนาผ่านการเปิดประเทศ รับการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ จีนเคยอาศัยความได้เปรียบจากการมีกองทัพแรงงานที่ใหญ่โต ค่าจ้างแรงงานถูกเพราะระดับมาตรฐานในการดำรงชีวิตอยู่ในระดับต่ำ สินค้าของจีนแม้จะมีคุณภาพ แต่ก็มีราคาถูก เช่นเดียวกับสินค้าญี่ปุ่น เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พวกเราก็เคยคิดว่าเป็นสินค้าคุณภาพต่ำ ราคาถูก สินค้าจีนก็ถูกจัดว่าเป็นสินค้าอุตสาหกรรมคุณภาพต่ำ ราคาถูก ขายไปประเทศที่ประชาชนมีรายได้ต่ำ

แม้ในขณะนี้ ตลาดเวียดนาม ลาว กัมพูชา และบังกลาเทศ จะใช้จักรยาน จักรยานยนต์ และรถยนต์ที่ตีตราญี่ปุ่น แต่ผลิตในประเทศไทย ก็ยังถือว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง คงทน และบริการหลังการขายดีกว่าสินค้าจากประเทศจีน ไม่ต้องพูดถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่มีความพยายามจะพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์และเครื่องจักรในตลาดของตนเอง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เกิดการสูญเปล่าเป็นเงินมหาศาล ประชาชนต้องรับภาระใช้ของแพง คุณภาพต่ำ ส่งออกไม่ได้

เหมือนประเทศไทยสมัยก่อนที่ใช้นโยบายคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศเพื่อทดแทนสินค้านำเข้า แล้วเปลี่ยนมาเป็นการลดภาษีขาเข้าเป็นการทั่วไปในสมัยหลัง ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของการรองรับนโยบายโยกย้ายอุตสาหกรรมหรือย้ายฐานการผลิตออกจากญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นมีค่าจ้างแรงงานสูงขึ้น ราคาที่ดินแพง อัตราค่าครองชีพแพง

จนบัดนี้ประเทศไทยก็ตามประเทศหรือเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ มาถึงขั้นที่จะต้องเข้าสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ขบวนการดังกล่าวจึงเกิดขึ้นทั้ง 2-3 ด้าน ด้านหนึ่ง มีการโยกย้ายอุตสาหกรรมบางอย่างที่ใช้แรงงานมาก เทคโนโลยีต่ำ ใช้ทุนไม่มาก คุณภาพแรงงานไม่สูง ออกจากประเทศไทยไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา และบังกลาเทศ

แต่ก็ยังติดขัดอยู่ที่ระบบคมนาคมขนส่งของประเทศเหล่านั้น ยังตามการพัฒนาไม่ทัน ทั้งท่าเรือน้ำลึก ท่าอากาศยาน ระบบการขนส่งทางราง ยังต้องขนกลับมาใช้ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อขนส่งออกไปต่างประเทศและสิงคโปร์ สำหรับการขนส่งไปทางตะวันออกและทางตะวันตก

ขณะเดียวกัน เครือข่ายการตลาดในตลาดอเมริกาก็ดี ยุโรปก็ดี ไม่ใช่ตลาดเสรี แต่เป็นตลาดที่ผูกขาดโดยบรรษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ของอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี สแกนดิเนเวีย และญี่ปุ่น การจะเจาะตลาดเข้าไปใช้ตรายี่ห้อของไทยนั้นทำได้ยาก เกือบทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่สิ่งทอ เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ รถจักรยานยนต์ รถยนต์ ความจำเป็นที่จะต้องใช้เครือข่ายการตลาดของบรรษัทข้ามชาติในการเจาะตลาดก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมี ไม่ว่าจะไปประเทศใด

ประเทศจีนที่มีตลาดภายในใหญ่โตก็ต้องอาศัยบรรษัทข้ามชาติ อเมริกัน ยุโรป ญี่ปุ่น ไม่ใช่เพราะเงินทุนหรือเทคโนโลยีเท่านั้น แต่การตลาดในอเมริกา ยุโรป และที่อื่น ๆ ด้วย

ในเมื่อประเทศไทยเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดติดต่อกันมาหลายปี จนประเทศไทยได้เปลี่ยนฐานะจากการเป็นประเทศลูกหนี้สุทธิ กลายเป็นประเทศเจ้าหนี้สุทธิ ต้องนำเงินตราต่างประเทศที่เป็นทุนสำรองไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลอเมริกันเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับประเทศที่เกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดทั้งหลาย พร้อม ๆ กับอำนวยความสะดวกให้ทุนไทยไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องจักรไปผลิตในต่างประเทศ

เพื่อจะได้ขยับขั้นไปสู่อุตสาหกรรมสินค้าที่เบา ราคาแพง ที่ต้องการการต่อยอด ซึ่งไม่ง่ายและต้องการการลงทุนจากต่างประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การต่อยอดที่มีตราของตนเองก็ดี นวัตกรรมของตนเองก็ดี ต้องอาศัยแรงผลักดันอย่างมากจากรัฐบาล ทั้งในด้านการเจรจาทางการค้า ซึ่งต้องเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่เขายอมรับ ต้องอาศัยพื้นฐานการศึกษาที่สามารถผลิตแรงงานที่สามารถฝึกฝนให้เป็นแรงงานที่มีความสามารถ มีทักษะการควบคุมเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ละมุนภัณฑ์ หรือหุ่นยนต์มากกว่าแรงงาน

ขณะเดียวกัน ฐานะการเงินการคลังของประเทศก็ต้องมีเสถียรภาพมั่นคง ปราศจากความเสี่ยงในเรื่องการลดค่าของเงินตราภายในประเทศอย่างรุนแรงเพราะการขาดดุลกับต่างประเทศ การจัดอันดับของความน่าเชื่อถือต้องสูงกว่าอัตราปัจจุบันที่ระดับ BBB- อย่างน้อยต้องอยู่ในระดับ A หรือ AA ซึ่งระบอบการปกครองที่ยังด้อยพัฒนา ระบอบสืบทอดอำนาจเผด็จการทหารยังเป็นตัวถ่วงที่สำคัญ ถ้าจะเป็นเผด็จการโดยพรรคการเมืองพรรคเดียวก็ต้องไม่เป็นพรรคการเมืองทหาร เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งของเรายังห่างไกล ถ้ามองจากประวัติศาสตร์และโครงสร้างอำนาจในประเทศไทย

การที่ฝ่ายทหารก็ดี นักการเมืองก็ดี หรือแม้แต่นักวิจารณ์หลายคนประกาศว่า เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาต่างประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการเข้าใจผิด เป็นเพราะอวิชชาหรือความโง่เขลาเบาปัญญา การส่งออกมีสัดส่วนถึงร้อยละ 70 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ทำให้อุตสาหกรรมหลักหลายประเภทตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง ทำให้มีเงินตราต่างประเทศซื้อสินค้าประเภททุน วัตถุดิบ ชิ้นส่วน รวมทั้งสินค้าและบริการเพื่อการอุปโภคและบริโภคภายในประเทศได้ ทำให้เราสามารถผลิตข้าว ยางพารา น้ำตาล น้ำมันปาล์ม มันสำปะหลัง สัตว์บก เช่น ไก่ สุกร โคขุน ปลา กุ้ง และสัตว์น้ำอื่น ๆ เกินความต้องการบริโภคในประเทศได้เป็นจำนวนมาก การส่งออกสินค้าและบริการ เช่น การท่องเที่ยว จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย

ปีใดเศรษฐกิจโลกดี ราคาตลาดโลกสำหรับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมดี การส่งออกขยายตัว ราคาส่งออกดี เศรษฐกิจของเราก็ดีตามไปด้วย กลับกันถ้ารายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการลดลง ราคาสินค้าส่งออกลดลง รายได้ของเกษตรกรหรือค่าจ้างแรงงานก็พลอยลดลง เศรษฐกิจก็ถดถอยซบเซา รัฐบาลทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำสิ่งที่เรียกว่า “จำอวด” หรือ gimmick เช่น โครงการ “ชิม ช้อป ใช้” ที่รัฐบาลทำอยู่ ซึ่งทดแทนความซบเซาของการส่งออกที่ลดลงไม่ได้แม้แต่น้อย เสียดายภาษีอากรของผู้จ่ายเงินภาษี

ควรเอาไปลงทุนอย่างอื่นซึ่งยังต้องการเงินอีกมาก เช่น ระบบการบริหารจัดการน้ำที่ทำค้างไว้ การขยายท่าเรือน้ำลึก ระบบขนส่งรางคู่ การขยายสนามบินทั้งที่สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา ดอนเมือง สนามบินใหม่ที่เชียงใหม่ อุดรธานี อุบลราชธานี กระบี่ สงขลา หาดใหญ่ ทางหลวงแผ่นดินตะวันออกตะวันตก เหนือถึงใต้ เป็นต้น ซึ่งต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก และเราก็มีเงินทุนจำนวนมาก หนี้สาธารณะต่อรายได้ประชาชาติก็ต่ำ เพียงร้อยละ 40 ของรายได้ประชาชาติ เพียงแค่รัฐบาลต้องมีวิสัยทัศน์ มีความชัดเจนในโครงการโครงสร้างต่าง ๆ สามารถบริหารจัดการได้ตามกรอบ เป็นไปตามกติกา ทุนต่างชาติก็จะไม่รังเกียจระบอบการปกครองเผด็จการทหาร ก็จะทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้น ก้าวพ้นกับดักประเทศอุตสาหกรรมใหม่ได้

ชนชั้นปกครอง ปัญญาชน นักวิชาการ กลุ่มทุนใหม่ แทนที่จะใช้สติปัญญามาถกเถียงกันเรื่องนโยบายการพัฒนาประเทศ นโยบายการค้าการลงทุน การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ด้วยจุดมุ่งหมายที่พาประเทศชาติเข้าสู่ฐานะประเทศพัฒนาแล้ว กลับหมกมุ่นอยู่กับวาทกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความแตกแยก มีวาทกรรมใหม่ ๆ ที่นักการเมืองฝ่ายนิยมเผด็จการทหารสร้างขึ้น เช่น “ชังชาติ” “ประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง” “นักการเมือง” “การเมือง” “สิทธิเสรีภาพ” “สิทธิมนุษยชน” คิดแต่จะให้ความหมายที่สกปรกเพื่อบิดเบือนความเป็นสังคมประชาธิปไตย

หรือถ้าจะเป็นคนดีต้องไม่เป็นนักการเมือง ทำตรงไปตรงมาต้องไม่เป็นการทำแบบการเมือง เป็นต้น การเมือง
ต้องเป็นเรื่องของคนดี มีการศึกษา เป็นผู้เสียภาษี ส่วนคนไม่ดี คนชั้นล่าง คนเสียภาษีน้อย ไม่ควรมีส่วนร่วมในกิจการบ้านเมืองที่สำคัญอีกด้าน คือ รัฐธรรมนูญก็ดี ระบอบการปกครองก็ดี ต้องสร้างระบอบการปกครองที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย รัฐบาลต้องเป็น “รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” อย่างที่ตะวันตกเขาพัฒนากันมาเมื่อกว่า 200-300 ปีมาแล้ว ซึ่งขณะนั้นเขาก็ไม่ได้มีการศึกษา มีความรู้ หรือมีความฉลาดหลักแหลมกว่าคนไทยในขณะนี้เลย เพียงแต่เขามี
ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และทำงานอย่างมุ่งมั่นตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นเอง

เงื่อนไขเดียวที่การลงทุนจากต่างประเทศยังไม่หลั่งไหลมาประเทศไทย และเงินทุนจากประเทศไทยจะไปลงในต่างประเทศ ก็เพราะความไม่เชื่อมั่นในระบอบการปกครองของประเทศที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ที่จะสร้างความมั่นคงมีเสถียรภาพยั่งยืนได้หรือไม่ หรือจะเป็นระบอบการเมืองที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง รอการเผชิญหน้ากันระหว่างระบอบเผด็จการทหารที่ล้าสมัย กับระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่นานาอารยประเทศยอมรับ รอเวลาที่จะมีการระเบิดอย่างรุนแรงเพื่อให้สามารถเปลี่ยนคณะผู้ปกครองได้ การรอ
ต่าง ๆ แบบนี้เป็นสิ่งที่นักลงทุนและนักธุรกิจเกรงกลัวอย่างยิ่ง

ถ้ารัฐบาลทหารยังไม่ตระหนักและไม่ได้ยินสิ่งเหล่านี้ การลงทุนจากต่างประเทศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะดึงเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าก็จะยังไม่เกิดและจะไม่เกิดในระบอบการปกครองแบบนี้