เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
Politics ก.กลาง ยึดมติฟันโกงสอบ 5,925 ราย จ่อขีดเส้น อปท.ถอดถอนให้จบ 31 ส.ค.
‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
Real Estate ‘กลุ่มวัธนเวคิน’ ขยับใหญ่ ทุ่ม 700 ล้าน ปักหมุด PADDIO บูมแลนด์แบงก์บางนา 400 ไร่
สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
Uncategorized สกสว.ผนึก DIP คิกออฟมหกรรมหนุนเชื่อมนวัตกรรมเพิ่มคุณค่างานวิจัย
สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
Business สิ้นยุคหวานร้อย ต้องหวานน้อยเท่านั้น Grab บอกคนสั่ง ‘หวานน้อย’ เพิ่มขึ้น 50% กาแฟดำ-เคลียร์มัทฉะนำโด่ง
ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
Tech ไปรษณีย์ไทยโชว์พลัง ‘ซูเปอร์ดาต้า’ พลิกบทบาทสู่ Lifestyle Logistics
ดูทั้งหมด

วิธีปราบ ‘ตั๊กแตนปาทังก้า’ แบบไทย ๆ

22 ก.พ. 2563 | 19:18น.
คอลัมน์ คนเดินตรอก โดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

ได้อ่านข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าในขณะที่ทั่วโลกกำลังกังวลอยู่กับการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ติดต่อกันมาจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ขณะเดียวกันประเทศในแถบแอฟริกาตะวันออกก็กำลังเผชิญกับมหันตภัยแมลงระบาดเป็นไฟลามทุ่ง แมลงที่ว่าคือ “ตั๊กแตนปาทังก้า” หลายหมื่นหลายแสนล้านตัว กัดกินพืชผลเสียหายราบเรียบ ไม่เว้นแต่ต้นไม้ยืนต้น ปาทังก้ากัดกินใบทั้งอ่อนแก่เหลือแต่ต้นยืนตายไปหมด

เรื่องตั๊กแตนปาทังก้าระบาดที่แอฟริกาตะวันออกไม่ใช่เรื่องใหม่ เคยระบาดมาแล้วเมื่อประมาณ 35 ปีก่อนในสมัยรัฐบาลป๋าเปรม นอกจากจะระบาดที่แอฟริกา จากภาพที่เห็นฝูงตั๊กแตนนอกจากจะบินด้วยความเร็วกว่า 150 กม.ต่อชั่วโมงแล้ว ยังบินเป็นฝูงเข้าเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบิน เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสายการบินทั้งพลเรือนและทหาร

วิธีปราบตั๊กแตนดังกล่าวในต่างประเทศ ใช้เครื่องบินไปพ่นยาฆ่าแมลง พ่นเป็นบริเวณกว้างก็ไม่ปรากฏว่าเป็นผลสำเร็จเพราะตั๊กแตนวางไข่ไว้ใต้ดิน ยาฆ่าแมลงลงไปไม่ถึง พอไข่ฟักออกมาเป็นตัวก็บินไปกัดกินพืชพันธุ์ธัญญาหารและใบไม้ใบหญ้าเกลี้ยง จนต้นไม้ใบหญ้าหายเรียบหมด ตั๊กแตนก็ค่อย ๆ สูญพันธุ์ไป นาน ๆ หลายสิบปีก็เกิดระบาดขึ้นมาใหม่ อย่างที่เป็นข่าวจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติว่า กำลังเรียกร้องให้นานาชาติช่วยกันต่อสู้ปราบปรามตั๊กแตนปาทังก้าตั้งแต่บัดนี้ คือกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมาก่อนจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารในเขตอบอุ่น คือตั้งแต่เดือนเมษายนที่กำลังจะมาถึง ถ้าเอาไม่อยู่มันก็จะแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นกว่า 500 เท่า และอาจจะระบาดข้ามไปปี 2564 และปี 2565 ด้วย

ข่าวที่ว่าต้องถือเป็นข่าวใหญ่ไม่แพ้ข่าวการระบาดของไข้หวัดไวรัสโคโรน่าในจีน เพราะไข้หวัดโคโรน่าไวรัสเราพอมีวิธีป้องกันคัดกรอง กักกันผู้เดินทางมาจากเขตที่ระบาดได้เพราะไวรัสดังกล่าวมากับคน แม้ว่าคนที่พามายังไม่ปรากฏอาการเจ็บป่วยเป็นไข้แล้วก็ยังพอควบคุมกักกันได้ แต่ตั๊กแตนปาทังก้านั้นมันบินมาเองด้วยความเร็วสูงกว่าความเร็วรถยนต์ถึง 2 เท่า

ตั๊กแตนปาทังก้าเคยมาเยือนประเทศไทยแล้วเมื่อ 35 ปีก่อนสมัยป๋าเปรมเป็นนายกรัฐมนตรี ยังจำได้ว่าตั๊กแตนปาทังก้าระบาดเข้ามาจากกัมพูชา แถบจังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี เข้ามากินต้นข้าวโพด ต้นข้าว รวมทั้งมันสำปะหลังที่ยางมีไซยาไนด์ซึ่งเป็นสารพิษก็ไม่เว้น ทางการจึงประกาศเป็นเขตตั๊กแตนระบาด และเตรียมใช้เครื่องบินขึ้นบินพ่นยาฆ่าแมลง

ปรากฏว่าไม่ผ่าน เพราะปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้นคือ ดร.เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ นำเรื่องเสนอให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่จะใช้ยาฆ่าแมลงปราบตั๊กแตนปาทังก้า เพราะได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรและชาวบ้าน ขอให้ระงับการใช้ยาฆ่าแมลงพ่นปราบตั๊กแตน เพราะชาวบ้านสามารถจับตั๊กแตนมาทอดขาย ได้ราคาดีกว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เกิดรถเข็นแผงลอยทอดตั๊กแตนขายริมถนน ซึ่งถ้าสมัยนี้ก็คงเรียกว่าสตรีตฟู้ด ขายกันทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯและธนบุรี เช่น ที่ตลาดประตูน้ำ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ตลาดย่านบางลำพูและที่อื่น ขายดิบขายดีมีน้ำจิ้มให้พร้อม

ต่อมาก็มีข่าวว่าชาวบ้านค้นพบว่าตั๊กแตนวางไข่ไว้ที่ใต้ดิน รอฟักเป็นตัวในฤดูฝนต่อไป ชาวบ้านจึงขุดเอาไข่ตั๊กแตนมาทอดขาย ราคาต่อขีดแพงกว่าตัวตั๊กแตนขึ้นไปอีก คนไทยที่ชอบรับประทานตั๊กแตนปาทังก้ากว่าแมลงอื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็นคนไทยอีสานที่มาอยู่กรุงเทพฯและปริมณฑล

ต่อมาชาวไร่ข้าวโพด ก็จัดการปลูกข้าวโพดไว้ล่อตั๊กแตน โดยประมาณเอาว่าตั๊กแตนที่วางไข่จะฟักออกมาเป็นตัวพอดีกับข้าวโพดโตเต็มที่ก่อนออกฝัก รัฐบาลจึงประกาศเลิกพ่นยาฆ่าตั๊กแตน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าไม่มียาฆ่าแมลงหลงเหลืออยู่ในตัวแมลงและแนะนำว่าถ้าแมลงตั๊กแตนมีมากเกินไป คั่วหรือทอดไม่ทัน ก็ให้หมักทำเป็น “น้ำปลาตั๊กแตน” แทนน้ำปลากุ้ง

เพราะตั๊กแตนกับกุ้งแม่น้ำ กุ้งน้ำกร่อยและกุ้งทะเลขนาดเล็กและขนาดกลาง ต่างก็เป็นสัตว์สายพันธุ์เดียวกันเมื่อหลายล้านปีก่อน แต่สายพันธุ์หนึ่งลงน้ำพัฒนาตัวเองเป็นกุ้ง อีกสายพันธุ์หนึ่งพัฒนาเป็นแมลงมีปีกบินได้ ทั้งกุ้งและตั๊กแตนมี 8 ขาเหมือนกัน แต่โครงการทำน้ำปลาจากตั๊กแตนไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเมื่อชาวบ้านขุดหาไข่ตั๊กแตนมาบริโภค ไม่นานตั๊กแตนก็สูญพันธุ์หายไปจากประเทศไทยมาจนบัดนี้ ชาวนาจึงขอให้ตั๊กแตนปาทังก้ามาเยือนประเทศไทยอีกรอบเถิดในปีนี้ ขอชดเชยกับความเสียหายจากภาวะฝนแล้งที่กำลังเกิดขึ้นที่เมืองไทย เมืองลาว เมืองเขมรและเมืองญวน เราจะได้จับตั๊กแตนขายแทน แต่สงสัยตั๊กแตนมันจะรู้ทันว่าถ้ามาเมืองไทย ลาว เขมร จะไม่มีทางรอด ส่วนเมืองญวนนั้นไม่แน่ใจ อาจจะพอไปได้

ความรู้อย่างหนึ่งที่ได้จากประสบการณ์ตั๊กแตนปาทังก้าระบาดเมื่อ 30-40 ปีก่อนก็คือ แมลงนั้นเป็นอาหารของมนุษย์และสัตว์ โดยเพาะสัตว์ปีกมีโปรตีนสูง แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นอันตราย เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดแพร่หลายได้อย่างรวดเร็ว เช่น ปาทังก้า ที่สามารถกัดกินพืชผลทั้งล้มลุกและยืนต้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับได้ความรู้จากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในครั้งนั้นว่า อะไรก็ตามที่คนกินเป็นอาหารได้ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่มีทางระบาดได้นาน เพราะมนุษย์จับกินหมด ยิ่งคนไทย คนอีสาน คนลาว ซึ่งชอบรับประทานของแปลก ๆ อยู่แล้ว

ที่แปลกจากข่าวการระบาดของไวรัสโคโรน่า คือมักจะทึกทักให้ค้างคาวเป็น “แพะรับบาป” ไว้ก่อน ค้างคาวจึงกลายเป็นสัตว์ที่คนยุโรปและอเมริกาโทษว่าเป็นปีศาจร้าย เป็นผีดูดเลือด เป็น “ท่านเคานต์แดร็กคูล่า” แต่สำหรับคนอีสานคนใต้คนลาวคนจีน ค้างคาวโดยเฉพาะอย่างยิ่งค้างคาวแม่ไก่ เป็นสัตว์ป่าที่คนจับมาเป็นอาหารอันโอชะนานแล้ว เนื้ออร่อยกว่าเนื้อไก่หรือเนื้องูไม่ว่าจะเป็นงูสิงหรืองูเห่า แม้แต่งูเหลือม ข้อสำคัญไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยงควรจะปรุงให้สุกก่อน โดยการทอด ต้ม ย่าง ปิ้ง เผา จี่ หมก อบ นึ่ง ไม่ควรบริโภคดิบ ๆ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ เพราะสัตว์เหล่านั้นอาจจะมีเชื้อโรคที่แพร่มาสู่คนได้ ทั้งนั้นทุกวันนี้ทางองค์การอนุรักษ์สัตว์ป่าจึงขอให้ประเทศที่เป็นสมาชิก ออกกฎหมายให้ค้างคาวทุกชนิดเป็นสัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครอง

การกินสัตว์ป่าทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น กวาง เก้ง หมูป่า งู นิ่ม ลิง ค่าง บ่าง ชะนี อีเห็น นก ไก่ป่า อ้น จระเข้ เต่า สัตว์เหล่านี้ห้ามเลี้ยง การลักลอบล่าลักลอบเลี้ยงจึงมีอยู่เสมอ จึงเป็นเหตุที่จะทำให้สัตว์เหล่านี้สูญพันธุ์ ตรงกันข้ามถ้าหากอนุญาตให้เลี้ยงให้เพาะพันธุ์ได้ อนุญาตให้ทำการผสมพันธุ์ได้ สัตว์เหล่านี้ก็อาจจะยังคงอยู่เพราะมนุษย์จะเป็นผู้รักษาและเพาะพันธุ์ขึ้นมาใหม่ได้

ตรงกันข้ามถ้ามนุษย์ถูกห้ามไม่ให้เลี้ยงไม่ให้เพาะพันธุ์ แต่มนุษย์ยังคงกิน การลักลอบยังคงเกิดขึ้นและในที่สุดก็จะพลอยสูญพันธุ์ได้ เหมือนกับตั๊กแตนปาทังก้าที่มาสูญพันธุ์ในประเทศไทย ไม่ระบาดในประเทศไทย ไม่ใช่เพราะถูกกระทรวงเกษตรฯใช้ยาฆ่าแมลงปราบแต่เป็นเพราะในไทยกินแมลง และตั๊กแตนก็เป็นแมลงชนิดหนึ่ง รวมไปถึงไปขุดเอาไข่ของตั๊กแตนมาบริโภค ตั๊กแตนปาทังก้าจึงมาสูญพันธุ์ที่เมืองไทยก่อนที่จะสูญพันธุ์เองตามวัฏจักรของมัน มิเช่นนั้นเราคงได้ชิมน้ำปลาที่ทำจากตั๊กแตน จากโครงการทำน้ำปลาจากตั๊กแตนของกระทรวงเกษตรฯเมื่อ 30-40 ปีก่อน

พูดถึงเรื่องการกินแมลงของคนภาคอีสาน ซึ่งมีทั้งจิ้งหรีด จิ้งโก่ง แมลงเม่า ทางเหนือเรียกว่าแมงมัน ลูกต่อ ลูกแตน รวมทั้งตัวอ่อนของผึ้ง ตัวมดแดง ไข่มดแดง จั๊กจั่น ล้วนเป็นอาหารที่กลายเป็นที่นิยมของนักโภชนาการ เพราะเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแคลเซียม ปราศจากไขมัน มีแต่ประโยชน์ไม่สู้จะมีโทษอะไร

เคยดูสารคดี บัดนี้มีคนลงทุนทำฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่ออัดกระป๋องส่งออกไปขายต่างประเทศ มีคนส่งมาให้ลองรับประทานดูแล้ว รสชาติไม่เลว น่าจะทำเป็นอาชีพได้

เมื่อมีข่าวว่าปาทังก้ากลับมาระบาดอีก พร้อมทั้งเห็นภาพรถยนต์ถูกปาทังก้าบินมาปิดกระจกหน้าและกระจกข้าง ที่ปัดน้ำฝนทำงานอย่างหนักก็ปัดได้ไม่หมด การระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นรุนแรงที่สุดในเคนยาในรอบ 70 ปี และรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปีที่โซมาเลีปและเอธิโอเปีย ในรอบ 40 ปีที่ผ่านมาปาทังก้าเกิดการระบาดใหญ่ถึง 6 ครั้งในแอฟริกา โดยมักจะเริ่มจากตะวันออกกลางแล้วบินข้ามทะเลแดงไประบาดในแอฟริกาตะวันออก อันเป็นเขตที่แห้งแล้งและยากจน

ถ้าทำได้ น่าจะชวนตั๊กแตนเหล่านี้บินมาระบาดในเมืองไทย รับรองว่าสูญพันธุ์เหมือนกับที่เคยเป็นมาแล้วเพราะจะถูกคนไทยจับกินเรียบ ไม่เหลือให้ระบาด

มันคงจะเข็ดคนไทย ไม่มาอีกแล้วก็ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ คนเดินตรอก