ประยุทธ์-ประชุมครม.
ครม. เห็นชอบร่าง MOU ระหว่างสำนักงาน EEC และสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุน แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ฉบับใหม่
วันที่ 4 เมษายน 2566 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุน แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ฉบับใหม่ และได้อนุมัติให้เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจ ฉบับใหม่ของฝ่ายไทย
ร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุน แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็นกรอบความร่วมมือในการส่งเสริมความสัมพันธ์ในด้านธุรกิจ และอุตสาหกรรมระหว่างไทยและเกาหลีใต้ ที่มุ่งสนับสนุนให้เกิดการลงทุน ในพื้นที่ EEC ของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง มีสาระสำคัญ ดังนี้
1.ขอบเขตความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ เข้ามาแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และจะมีการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมีความเป็นปัจจุบัน รวมถึงให้การสนับสนุนโดยตรงแก่บริษัทและโครงการต่าง ๆ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (automation and robotics) เกษตรกรรมขั้นสูง อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ ดิจิทัล การพัฒนา เมืองอัจฉริยะ เป็นต้น
2.บันทึกความร่วมมือดังกล่าว มีผลบังคับใช้ 3 ปี เมื่อทั้งสองฝ่ายมีการลงนาม
นายอนุชากล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา สกพอ. และ สนง.ส่งเสริมการค้าและการลงทุนสาธารณรัฐเกาหลี ได้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ ฉบับเดิม ที่คณะคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 โดยได้ใช้มาตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 และได้สิ้นสุดการบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งได้สนับสนุนให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ EEC ของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงด้วย