ศิริกัญญา ก้าวไกล ถกคณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน เตรียมปิดจ็อบหลังได้ประธานสภา
วันที่ 20 มิถุนายน 2566 ที่ทำการพรรคไทยสร้างไทย ลาดปลาเค้า 60 คณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานคณะเปลี่ยนผ่าน พร้อมด้วยกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจาก 8 พรรคการเมือง
อาทิ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ รวมถึงแกนนำพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง
ภายหลังการประชุม น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการอัพเดตจากการจัดตั้งคณะกรรมการ ที่มีการดำเนินงาน 10 คณะทำงาน อาทิ เรื่องภัยแล้ง ภาวะเอลนีโญที่กำลังจะเกิดขึ้น มีการพูดคุยถึงทางออกในการบริหารจัดการน้ำ ด้านเศรษฐกิจปากท้อง SMEs คณะทำงาน PM 2.5 มีการพูดคุยกันเรื่องส่งเสริมการออกกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่จะมีหลายร่างด้วยกัน
รวมไปถึงการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงของไฟป่า เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไฟป่าและอนาคต คณะทำงานด้านดิจิทัล ที่จะส่งเสริมเสรีภาพประชาชนในด้านดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ คณะทำงานด้านความเท่าเทียม มีข้อถกเถียงกันในเรื่องการจัดสวัสดิการต่าง ๆ ว่าการจัดระดับความสำคัญอย่างไร การใช้งบประมาณ
คณะทำงานค่าไฟฟ้า น้ำมัน และพลังงานมีข้อเสนอปรับลดค่าไฟ ลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันดีเซล เรื่อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็มีความคืบหน้าจะตั้งเป้าหมายเพื่อนำไปสู่สถานการณ์พูดคุยเพื่อสันติภาพในอนาคตในระยะเวลา 4 ปีจะเป็นอย่างไร และคณะสุดท้าย การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน
โดยจะมีข้อตกลงว่าแต่ละภาคส่วนจะมีจุดเริ่มอย่างไรบ้าง ในการจะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปจากที่ประชุมวันนี้จะถูกนำไปเสนอให้กับคณะประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 22 มิถุนายน
น.ส.ศิริกัญญากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ มีการพูดคุยการกำหนดการทำงานของคณะทำงานเปลี่ยนผ่าน ที่จะปิดตัวลงเมื่อมีรัฐบาลใหม่เกิดขึ้น เนื่องจากเราทำงานเฉพาะช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน โดยจะประชุมครั้งสุดท้ายหลังจากที่มีการเลือกประธานสภาเรียบร้อยแล้ว และแจ้งคณะทำงานต่าง ๆ ให้ทำสรุปรายงานสุดท้ายเข้ามาสู่คณะทำงานเปลี่ยนผ่าน และเข้าที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วในการรับรอง ส.ส.ครบ 500 คนในเวลาเดียวกัน ก็น่าจะทำให้กระบวนการต่าง ๆ ทำได้เร็วขึ้น วันนี้เราก็มีการพูดคุยกันถึงปฏิทินต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น เพื่อเราจะได้รู้ว่าคณะทำงานเปลี่ยนผ่านจะมีเวลาเหลือเท่าไหร่ และจะทำงานให้เสร็จเมื่อไหร่ โดยตามเงื่อนเวลากฎหมาย ซึ่งคาดว่าจากวันเปิดประชุมสภาวันแรก และเลือกประธานรัฐสภา และนั้น 7 วันจะเป็นวันประชุมครั้งสุดท้ายของคณะทำงานเปลี่ยนผ่าน
เมื่อถามว่า วันนี้มีการหารือกันเรื่องการแบ่งกระทรวงหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ไม่มีการพูดคุยในเรื่องการเเบ่งกระทรวง เพราะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการเจรจา แต่วันนี้เป็นพูดคุยเพื่อหาจุดร่วมในเรื่องนโยบายต่าง ๆ ที่มีความเห็นและวิธีการไม่ตรงกัน
เมื่อถามว่า การรวมเสียงเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คืบหน้าอย่างไรบ้าง น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ความคืบหน้ามีความน่าพอใจในการเดินหน้าพูดคุยกับฝั่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และเรายังได้เสียงจาก ส.ว.เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เรียกได้ว่าอีกนิดเดียวก็ใกล้จะถึงเป้าที่เราต้องการแล้ว
ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องทำเป้าเพิ่มในกรณีที่หากประธานสภาและรองประธานสภาจะงดออกเสียง และป้องกันกรณี ส.ว.อาจจะเปลี่ยนใจในอนาคตเราต้องทำให้เกินเป้าไว้ก่อน
ถามต่อว่ามีกระแสว่ามีการเจรจากับนายเนวิน ชิดชอบ เพื่อให้ช่วยสนับสนุนคะแนนเสียง น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่าไม่เป็นความจริง
เมื่อถามต่อว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเสนอชื่อประธานรัฐสภาแข่ง น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ถือว่าเป็นสิทธิที่จะเสนอชื่อได้ และไม่มั่นใจว่าชื่อ ร.อ.ธรรมนัสเสนอจะเป็นใคร แต่ตามที่เป็นข่าวอาจจะเป็น ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเราคิดว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ สามารถโหวตแข่งกันระหว่าง 2 ตัวเลือกในสภา ก็เป็นวิธีที่เราทำกันเหมือนตอนปี 2562 ใครได้คะแนนโหวตสูงสุดก็ชนะไป แต่คราวนี้อาจจะมีความพิเศษกว่าคนอื่นเท่านั้นเอง
ถามต่ออีกว่า ถ้า ร.อ.ธรรมนัสเสนอชื่อประธานสภาเป็นพรรคเพื่อไทยจะมีปัญหาตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ถ้าการเจรจาพูดคุยกันระหว่างพรรคร่วม พรรคก้าวไกล และเพื่อไทยได้ข้อสรุปที่ตรงกันคิดว่าสถานการณ์แบบนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้น หรือสุดท้ายแล้วเกิดขึ้น เราก็คิดว่าเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ในสภา
ด้านนายเผ่าภูมิกล่าวว่า มีการรับฟังข้อเสนอ เอานโยบายแต่ละพรรคมาเทียบกัน พูดถึงข้อดีข้อเสีย ในส่วนพรรคเพื่อไทยให้เกียรติพรรคแกนนำ ขณะเดียวกันให้เกียรติประชาชนที่เลือกเข้ามา เราเสนอความเห็นและนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้ที่ประชุมพิจารณา มอบหมายให้คณะทำงานย่อยไปศึกษาต่อไป
โดยเสนอ 4 ประเด็น 1.นโยบายเขตธุรกิจใหม่ ได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องใบอนุญาต รวมทั้งการแก้ไขกฎหมาย พรรคเพื่อไทย มีโมเดลที่อาจจะเป็นส่วนเสริมในการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายเพื่อส่งเสริม SMEs และ FDI (Foreign direct investment) โดยจะนำร่องใน 4 พื้นที่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ และสงขลา ซึ่งจะมีกฎหมายเศรษฐกิจชุดใหม่ใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ ตามที่กล่าวไป
2.ค่าแรงขั้นต่ำ เรามีความเห็นว่าค่าแรงขั้นต่ำควรเซตเป้าหมายที่มีระยะไกลออกไปในปี 2570 คือ 600 บาท ให้ภาคเอกชนรับรู้ว่าระยะยาวเราจะไปถึงจุดไหน และเสนอเงินเดือนปริญญาตรี 2.5 หมื่น
3.นโยบายเข้าถึงแหล่งทุนของเอสเอ็มอี ทั้งพรรคก้าวไกลและพรรค พท.เห็นตรงกัน ในประเด็นการใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อในการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
นายเผ่าภูมิกล่าวต่อว่า และ 4.นโยบายตลาดทุน พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญสูงสุดในการระดมทุน เนื่องจากปัจจุบันเอกชนสามารถหาแหล่งทุนได้เพียง 2 แหล่ง
คือเงินกู้ผ่านธนาคารพาณิชย์และการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ พรรค พท.มีนโยบายสร้างตลาดทุนโดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้างสภาพคล่องเพื่อเป็นแหล่งระดมทุนในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีตลาดทุนคู่ขนานคือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ในการระดมทุนเพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้เกิดขึ้น
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า คณะทำงานภาคใต้ได้มาชี้แจง คณะทำงานจะมีการประชุมเรื่องโรดแมปไปสู่สันติภาพได้วางไว้คร่าว ๆ และสัปดาห์หน้าจะประชุมเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จากนั้นจะมีคณะไปรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง และประชาชนพหุวัฒนธรรม เช่น กลุ่มไทยพุทธ กลุ่มเปราะบางต่าง ๆ
วันนี้ทั้ง 8 พรรคมาพูดกันเรื่องเสถียรภาพของประชาชน ต้องอยู่ดีมีสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง นโยบายต่าง ๆ ทั้ง 10 คณะจะพูดถึงเรื่องเหล่านี้ เรื่องภาคใต้ อยากให้ทุกคนสบายใจ เราจะสร้างเสถียรภาพให้กับประชาชนในภาคใต้ ทั้งความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงของประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และความเจริญ
ที่สำคัญเราจะสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น ความขัดแย้งต่าง ๆ เราวางแผนไว้ว่า ถ้าทุกฝ่ายเข้าร่วมกันตามที่เราประกาศไว้ ปี 2570 เราจะเกิดสันติภาพและสันติสุขอย่างยั่งยืน อยากให้สบายใจ และประเด็นต่าง ๆ ที่ไปสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน และมีการพาดพิงพรรคประชาชาติ ในวันที่ 22 มิถุนายน วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคจะใช้โอกาสชี้แจง
ส่วนประเด็นที่มีขบวนการแบ่งแยกดินแดนรัฐปาตานีโยงกับพรรคประชาชาตินั้น พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า การแบ่งแยกดินแดนทำไม่ได้อยู่แล้ว มันอยู่ในรัฐธรรมนูญ พรรคการเมืองทุกพรรคที่ตั้งมาไปจดทะเบียน อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เราแบ่งแยกดินแดนไม่ได้
“โดยเฉพาะพรรคประชาชาติมีสมาชิกไม่ใช่แค่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่มีทั้งประเทศ 2 หมื่นกว่าคน และที่สำคัญที่ไปพาดพิงอาจารย์วันนอร์ ท่านเคยเป็น รมว.มหาดไทย ดูแล 77 จังหวัด แต่ไปด้อยค่าท่านให้ดูแล 3 จังหวัด ท่านเป็นคนของประเทศ” พ.ต.อ.ทวีกล่าว
พ.ต.อ.ทวีกล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการร้องเรียนยุบพรรคประชาชาติจากกรณีดังกล่าวว่า ยังไม่ปรากฏ มีแต่ข่าว ความรู้สึกของคน การที่กล่าวหาอย่างนี้กับท่านวันนอร์ได้ฟ้องศาลไป ตัดสินจำคุก 5 ปี อาจจะต้องฟ้องศาลอีก ซึ่งคดีก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในปี 2565 นี้เอง ซึ่งการที่ไปทำลายและไปสร้างความรู้สึกให้เกิดความแตกแยกด้วยข้อความอันเป็นเท็จ มีการใส่ร้าย เราต้องร่วมกันแก้ไข เป็นเรื่องหนึ่งที่เป็นห่วง
ส่วนกรณีที่มีคนในพรรคไปร่วมเวทีเสวนาด้วยนั้น ยืนยันว่าพรรคไม่ได้ไปร่วม คนในพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และผู้ไปบรรยายก็เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส. และเป็นอดีตที่มหาวิทยาลัยนั้น เนื้อหาบรรยายเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ไม่มีอย่างอื่นเลย อยากให้ดูเนื้อหา
นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม กล่าวว่า ขอยืนยันตรงนี้ พรรคเป็นธรรมเราชัดเจนว่าสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชนจำเป็นต้องได้รับความคุ้มครอง แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลเรื่องนี้ เพราะทุกพรรคต้องทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญ
- พิธา การันตี ศิริกัญญา เหมาะนั่ง รมว.คลังรัฐบาลก้าวไกล
- “ก้าวไกล” ทำบัญชีงบประมาณใหม่ เป็นรัฐบาลลงทุนทันที 4.5 แสนล้าน
- วิโรจน์ ปิดประตูเป็นฝ่ายค้าน ก้าวไกลล้างทุกส่วย-ล้มแผนสมคบคิดทุนใหญ่
- วิบากกรรมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ สารพัดเกม 30 วัน ขั้วประยุทธ์ปะทะขั้วก้าวไกล
- ก้าวไกลตัดงบ 20 กระทรวง เกือบ 2 แสนล้าน ถมรัฐสวัสดิการ