อภิสิทธิ์ ประกาศลาออกจากสมาชิกประชาธิปัตย์ แต่ไม่ไปพรรคอื่น

อภิสิทธิ์ ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หลังถูกชวนเสนอชื่อ ชิงหัวหน้าพรรคคนที่ 9 และเจรจากับ “เฉลิมชัย” ยืนยันไม่มีพรรคอื่น กรีดเลือดสีฟ้าไปจนตาย ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีอะไรค้างคา ด้าน สาธิต ปิตุเตชะ ลาออกด้วย

วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ พรรคประชาธิปัตย์ จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 3 เพื่อเลือก หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการ (กก.บห.) พรรคชุดใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยแกนนำและสมาชิกพรรค ต่างทยอยมาร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายชวน หลีกภัย, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, นายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าและรักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. ในฐานะผู้สมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และสมาชิกพรรค เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เตรียมองค์ประชุมสำรองจำนวน 150 คน ไว้เรียบร้อยเพื่อป้องกันองค์ประชุมล่ม ทั้งนี้ มี ตัวแทนสมาชิกพรรคบางส่วน ถือป้ายสนับสนุนให้นายเฉลิมชัย รับเป็นหัวหน้าพรรค โดยระบุให้ “เฉลิมชัย สู้ สู้” ซึ่ง นายเฉลิมชัย เดินทางเข้ามายังที่ประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจรับมติ 21 ส.ส.หนุนชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้วหรือไม่ ว่า ขอให้ที่ประชุมตัดสิน ให้ประชุมเสร็จก่อนแล้วกัน ก่อนที่นายเฉลิมชัย จะเข้าห้องประชุมและเดินทักทายสมาชิกพรรคด้วย

จากนั้น เวลา 10.08 น. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 โดยวาระสำคัญวันนี้อยู่ที่วาระการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดย นายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีเสียงรับรองถูกต้อง

โดย นายชวน กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอเคารพความตั้งใจทุกคนที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือพรรคในยามทุกข์ยาก เราไม่ใช่คนขี้อวด ขี้คุย ขี้โม้ แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ด้อยกว่าหัวหน้าพรรคคนไหนในประเทศไทยที่มีในขณะนี้ เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ จะนำพรรคไปสู่แนวทางประชาธิปไตย ฟื้นสู่แนวทางที่พรรคให้เติบโตขึ้นมาได้ นายอภิสิทธิ์มีความรอบรู้ มีความสามารถนำพาพรรคไปสู่ความก้าวหน้าและสำเร็จ

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่พักการประชุมใหญ่วิสามัญ 10 นาที เพื่อให้ นายอภิสิทธิ์ และนายเฉลิมชัย ได้พูดคุยกัน ได้กลับมาประชุมอีกครั้ง โดยนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า จากการพูดคุยเข้าใจตรงกันทุกอย่าง ได้เรียนรักษาการหัวหน้าพรรคจะขอถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครหัวหน้าพรรค ด้วยเหตุผลที่แจ้งให้ทราบ ตนขอลาออกจากสมาชิกพรรค

แต่ยืนยันไม่มีพรรคอื่น ไม่ไปพรรคอื่น กรีดเลือดเป็นสีฟ้าจนวันตาย เป็นลูกพระแม่ธรณี รับใช้บ้านเมืองวันข้างหน้า ถ้าช่วยพรรคในวันข้างหน้าได้ตนไม่ปฏิเสธ หวังว่าผู้บริหารชุดใหม่จะทำงานได้สำเร็จตามที่นายเฉลิมชัยได้กล่าวไว้กับตน

จากนั้น มีเสียงปรบมือเต็มห้องประชุม และนายอภิสิทธิ์ ได้เดินออกจากห้องประชุมทันที

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์เพียงว่า ได้พูดไปหมดแล้ว จากนี้ไม่มีอะไรค้างคาใจ ส่วนบทบาททางการเมืองจากนี้จะเป็นอย่างไร ยังไม่ได้คิด

ผู้สื่อข่าวถามว่า คาดการณ์ล่วงหน้าว่า หากพูดคุยกับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค และรักษาการหัวหน้าพรรค แล้วจะลาออกจากพรรค นายอภิสิทธิ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามว่า ในระหว่างการคุยกันนายเฉลิมชัยบอกว่า จะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ จึงทำให้ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรค นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เดี๋ยวท่านก็พูดเอง

เมื่อถามย้ำว่า การตัดสินใจลาออกได้วางแผนไว้ล่วงหน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ยังคงปฏิเสธการตอบ พร้อมกับเดินขึ้นรถ โดยในระหว่างนั้นมีสมาชิกพรรควิ่งจับมือ ซึ่งนายอภิสิทธิ์บอกว่าเดี๋ยวเจอกัน ก่อนที่จะเดินทางกลับ


ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต สส.และรักษาการรองหัวหน้าประชาธิปัตย์ก็ได้ประกาศลาออกจากพรรคด้วยเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์นั้นเปลี่ยนไปมากแล้วและละทิ้งจุดยืน อุดมการณ์พรรคที่ผ่านมา มีการใช้ระบบพรรคพวกมากขึ้น ไม่ยอมรักษาอุดมการณ์พรรคการเมือง ซึ่งเรื่องนี้เป็นบทเรียนมาแล้วเมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมา ดังนั้นส่วนตัวจึงขอประกาศลาออก แต่จะไปอยู่ที่พรรคไหนนั้นตอนนี้ยังไม่ได้คิด