เศรษฐาเผย ครม.อนุมัติ 552 ล้าน 18 โครงการ กลุ่มจังหวัด 7 จังหวัดภาคใต้ ยัน จะทำให้เจริญมากยิ่งขึ้น สร้างงาน-สร้างรายได้ พร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
วันที่ 23 มกราคม 2567 ที่ศูนย์ประชุมคอซู้เจียง ศูนย์ราชการ จ.ระนอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)สัญจร ที่ จ.ระนองว่า เมื่อวานนี้ (22 มกราคม 2567) ตนลงพื้นที่ จ.ระนอง ไปดูท่าเรือระนอง-เกาะสอง ได้อนุมัติให้มีการปรับปรุงท่าเรือรองรับการท่องเที่ยวและการขนส่งให้ดีขึ้น รวมถึงยังให้มีการพัฒนาระบบการทำงานให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิส เพื่อให้ประชาชน นักธุรกิจทำมาค้าขายสะดวกยิ่งขึ้น
มีการสั่งการกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน เร่งรัดให้คนได้สัญชาติ พิสูจน์สิทธิให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จะได้รับสิทธิพื้นฐานทางกฎหมายได้ นอกจากนั้นยังมอบหมายกระทรวงมหาดไทย ให้สร้างสะพานให้เด็กชาวมอแกนบนเกาะพยาม ให้สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้
นอกจากนี้ยังไปดูจุดโครงสร้างของแลนด์บริดจ์ ทำให้ภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.ระนอง ชุมพร เจริญมากยิ่งขึ้น ได้มีการสร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมศึกษาทางด้านสิ่งแวดล้อม รับหนังสือร้องเรียนจากฝ่ายที่ไม่เห็นชอบ และจะมีการพูดคุยกันต่อไป
ส่วนภารกิจสุดท้ายของเมื่อวานนี้ ได้เยี่ยมชมบ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน ส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่ยังมีบางเรื่องที่ยังขาดอยู่ คือ ผลประโยขน์ของน้ำพุร้อนคืออะไร มีสารอะไรบ้างให้คุณประโยชน์แก่ร่างกาย สั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปทำการบ้านเพิ่มเติมมา
นายเศรษฐากล่าวว่า ส่วนการประชุม ครม. ได้เห็นชอบ โครงการของกลุ่ม 7 จังหวัด 13 โครงการ วงเงิน 350 ล้านบาท แบ่งเป็นจังหวัดละ 50 ล้านบาท และโครงการของภาคเอกชน 5 โครงการ วงเงิน 202 ล้านบาท ให้ใช้งบประมาณปี 2566 ในส่วนของงบกลางไปพลางก่อน
พร้อมเร่งรัดให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดการประชุมรัฐมนตรีท่องเที่ยวของไทย กัมพูชา เวียดนาม ลาว มาเลเซีย โดยมีไทยเป็นผู้นำเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้