เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
ดูทั้งหมด

ศาลปกครองกลาง สั่ง ป.ป.ช. เปิดผลสอบ “คดีนาฬิกาเพื่อน” ของประวิตร

15 ก.ย. 2564 | 17:04น.
ศาลสั่งเปิดผลสอบคดีนาฬิกาเพื่อน

ศาลปกครองกลาง สั่ง ป.ป.ช. เปิดเผยผลสอบ “คดีนาฬิกายืมเพื่อน” และคำชี้แจงของประวิตรทั้ง 4 ครั้ง

วันที่ 15  กันยายน 2564 ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 2557/2562 คดีหมายเลขแดงที่ 1327/2564 ในคดีที่ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ยื่นฟ้อง ป.ป.ช. กรณีไม่เปิดเผยข้อมุลข่าวสารเกี่ยวกับคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สมัยเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. ซึ่ง ป.ป.ช.มีมติไม่รับคดีนี้ไว้ไต่สวนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.2561

โดยศาลปกครองกลาง ได้พิพากษาให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร จำนวน 2 รายการที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ให้กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ประกอบด้วย

1.) รายงานสรุปผลการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งคณะทำงานรวบรวมเสนอต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ในวันที่มีมติเกี่ยวกับคดีนี้ รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

และ 2.) คำชี้แจงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ในคดีนี้ รวมทั้งหมด 4 ครั้ง

ทั้งนี้ ให้ปกปิดข้อมูลที่มีลักษณะเฉพาะของบุคคล และให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเผยใน 15 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

“การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนี้ จะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อันจะก่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและศรัทธาในการปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. อีกทั้งผู้ฟ้องคดีสมควรจะได้รับความคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐจะต้องเปิดเผย ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มาตรา 41 และ 59

เพื่อเปิดโอกาสให้มีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินการต่างๆ ของรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในระบอบประชาธิปไตย ตามหลักการและเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ และเพื่อให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.ให้สิ้นสงสัย

อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจ ที่ต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลยพินิจ” คำเหตุผลที่ศาลปกครองกลางสั่งให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากผลของคำพิพากษาที่สั่งให้ ป.ป.ช. ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร ข้างต้นแล้ว ยังมีข้อต่อสู้ทางกฎหมายจาก ป.ป.ช. ที่ศาลปกครองกลางปัดตก “คำอ้าง” ของ ป.ป.ช. ในหลาย ๆ กรณี

อาทิ ป.ป.ช.อ้างว่าตัวเองเป็น “องค์กรอิสระ” ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการทำหน้าที่ ควรถูกเก็บไว้เป็นความลับ และกฎหมาย ป.ป.ช.เองก็ออกมาใช้ในปี 2561 หลังจาก พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ที่ออกมาใช้ในปี 2540 ซึ่งตามหลักหากมีบทบัญญัติกฎหมายขัดกัน จะต้องยึดตามกฎหมายที่ออกมาภายหลัง

โดยศาลชี้ว่า กฎหมาย ป.ป.ช. โดยเฉพาะมาตรา 36 ไม่ใช่บทยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ แต่อย่างใด และ ป.ป.ช.เองก็เป็น “หน่วยงานของรัฐ” ตามนิยามของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ มาตรา 4 จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้

ศาลปกครองกลาง ยังยกกฎหมายหลายฉบับมายืนยัน “หน้าที่” ในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของ ป.ป.ช. และ “สิทธิ” ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจาก ป.ป.ช. ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มาตรา 3 วรรคสอง (องค์กรอิสระต้องปฏิบัติตามกฎหมาย) มาตรา 41 (รับรองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐ) มาตรา 59 (รัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาธารณะ) มาตรา 215 (องค์กรอิสระต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ),

กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 36 (คดีที่ ป.ป.ช.มีมติแล้วให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้) มาตรา 180 (กำหนด “ข้อยกเว้น” โทษในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของ ป.ป.ช.) และ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ มาตรา 15 ที่เขียนถึงการให้เจ้าหน้าที่มีดุลยพินิจในการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ

โดยจะต้องพิจารณาถึง 3 ปัจจัย คือ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานรัฐ ประโยชน์ของสาธารณะ และประโยชน์ของเอกชน

ส่วนที่ ป.ป.ช.อ้างว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนคดีนี้ ที่มีข้อหาเรื่องการไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน จะถูกนำไปใช้กับสำนวนคดีอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา เช่น ข้อหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์เกิน 3,000 บาท และข้อหาร่ำรวยผิดปกติ ศาลปกครองกลางก็ปัดตกคำอ้างนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “เป็นคนละกรณีกัน”

อย่างไรก็ตาม ทาง ป.ป.ช.ยังสามารถอุทธรณ์คดีนี้ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำพิพากษา