มูลนิธิฯ แจงเหตุผล รื้อถอนอาคารสถาบันปรีดีฯ เสื่อมโทรม ใช้งานนาน 20 ปี
สถาบันปรีดี พนมยงค์
มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ชี้แจงเหตุผลรื้อถอนอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์ เสื่อมโทรม ใช้งานนานว่า 20 ปี โดยไม่เคยมีการปรับปรุงครั้งใหญ่
วันที่ 2 เมษายน 2565 มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ได้เผยแพร่คำชี้แจงจากนางสาวสุดา พนมยงค์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ได้เผยแพร่คำชี้แจงถึงกรณีสถาบันปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นหน่วยงานของมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ปรากฏทางโซเชียลมีเดียและสื่อมวลชนบางส่วน ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับมูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ นั้น มูลนิธิฯ ขอเรียนชี้แจงต่อสาธารณชนผู้รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
1. “สถาบันปรีดี พนมยงค์” เป็นองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ซึ่งได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2526 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญในการจัดตั้ง 2 ประการ คือ
-
- เพื่อเผยแพร่อุดมการณ์ การส่งเสริมประชาธิปไตยสมบูรณ์ และคุณูปการของนายปรีดี พนมยงค์ แก่สาธารณะ
- จัดตั้งสถาบัน เพื่อส่งเสริมสนับสนุน ค้นคว้า การวิจัยเพื่อเผยแพร่การพัฒนาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนรรม รวมถึงส่งเสริมด้านการศึกษา จริยธรรม และสาธารณประโยชน์อื่น ๆ
2. การบริหารงานของมูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ ประกอบด้วยคณะกรรมการกลางและคณะกรรมการบริหาร ที่ได้รับการแต่งตั้งและมีข้อบังคับในการดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และดำเนินงานตามวัตถุประสงค์มูลนิธิฯ และไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐหรือองค์กรอื่นใด ดังนั้น นโยบายและการดำเนินงานใด ๆ จึงเป็นเรื่องภายในของมูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์
3. ครูองุ่น มาลิก เป็นบุคคลสำคัญผู้หนึ่งที่มีส่วนสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยได้มอบที่ดินแก่มูลนิธิปรีดีฯ เพื่อก่อสร้างอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์ ตามหนังสือมอบที่ดิน ลงวันที่ 5 กันยายน 2526 ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการสืบสานเจตนารมณ์ของนายปรีดี พนมยงค์ ตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ของมูลนิธิปรีดีฯ
ซึ่งในคราวทำตราสารจัดตั้งมูลนิธิปรีดีฯ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ครูองุ่น มาลิก ยังมีชีวิตอยู่ ก็ได้รับทราบเนื้อหาในตราสารนั้นด้วย ดังนั้น การทำงานของมูลนิธิฯ จึงยึดตามข้อบังคับในตราสารดังกล่าวเป็นหลักเสมอมา และไม่อาจกระทำการใดนอกจากวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ได้
4. เหตุที่ต้องมีการปรับปรุงรื้อถอนอาคาร เนื่องมาจากความเสื่อมโทรมของอาคารสถานที่ ซึ่งใช้งานมากว่า 20 ปี โดยไม่เคยมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ ทำให้สภาพอาคารและอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ เสื่อมโทรมลงไปมาก ทางคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าอาจเกิดปัญหาเรื่องความปลอดภัย และไม่สะดวกต่อการใช้งาน จึงได้ประกาศปิดปรับปรุงพื้นที่ชั่วคราว
หลังจากที่ได้ให้ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจสอบประเมินสภาพอาคารแล้ว พบว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหลายประการ เช่น โครงสร้างอาคารไม่แข็งแรง ฝ้าอาคารถล่มลงมา ระบบไฟฟ้า ประปา ชำรุด ซึ่งไม่สามารถที่จะซ่อมแซมอาคารเดิมได้ แต่ควรเป็นการรื้อถอนและสร้างอาคารใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถใช้สอยได้อย่างยั่งยืนต่อไปได้ในระยะยาว (อย่างน้อยอีกกว่า 30 ปี ขึ้นไป)
อย่างไรก็ตาม การสร้างอาคารใหม่ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ในขณะที่งบประมาณของมูลนิธิฯ มีไม่เพียงพอต่อการปรับปรุงดังกล่าว ประกอบกับในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา รายได้จากเงินบริจาคลดลงมาก และมีข้อจำกัดในเรื่องการระดมทุนหารายได้ ทางคณะกรรมการจึงได้หาทางออกเพื่อให้สถาบันปรีดีฯ ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสาธารณะต่อไป แทนที่จะต้องปิดตัวลง ด้วยวิธีการเปิด TOR ให้เอกชนยื่นข้อเสนอพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบ BOT (Build Operate Transfer) เพื่อให้มีพื้นที่มูลนิธิฯ สำหรับจัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิอย่างยั่งยืน (อย่างน้อยอีกกว่า 30 ปีขึ้นไป)
การดำเนินการในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์และทำให้มูลนิธิสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามวัถตุประสงค์ได้อย่างยั่งยืน โดยบริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด ได้ยื่นนำเสนอโครงการและมีคุณสมบัติสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์ใน TOR มากที่สุด จึงได้ตกลงเซ็นสัญญาพัฒนาโครงการฯ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2564 ตามที่สถาบันปรีดีฯ ได้แจ้งให้สาธารณชนรับทราบในสารอวยพรปีใหม่ 2565
อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการเจรจาโครงการพัฒนาพื้นที่สถาบันปรีดีฯ มูลนิธิปรีดีฯ ได้ทำหนังสือ ลงวันที่ 21 เมษายน 2563 ถึงมูลนิธิไชยวนา (สวนครูองุ่น) ซึ่งมีพื้นที่ติดกัน ให้รับทราบว่าโครงการพัฒนาพื้นที่สถาบันปรีดีฯ จะเป็นอาคารสูง 7 ชั้น และขอความคิดเห็น ซึ่งทางมูลนิธิไชยวนาก็ไม่ขัดข้อง โดยได้ทำหนังสือแจ้งรับทราบ ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563
มีเนื้อหาระบุว่า ขอบคุณมูลนิธิปรีดีฯ ที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมระหว่างการรื้อถอน และการก่อสร้างอาคารหลังใหม่สูง 7 ชั้น มูลนิธิไชยวนายินดีให้ความร่วมมือกับมูลนิธิปรีดีฯ ในการพัฒนาพื้นที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ เท่าที่ไม่ขัดกับเจตนารมณ์ของครูองุ่นฯ และวัตถุประสงค์ของมูลนิธิไชยวนา ตามข้อบังคับและตราสารที่ได้จดทะเบียนไว้
5. สำหรับการใช้สอยพื้นที่อาคาร 7 ชั้น จะแบ่งออกเป็นพื้นที่ของ บริษัท ยูโร ครีเอชั่นส์ จำกัด ซึ่งกำหนดให้เป็นโชว์รูมและสำนักงานให้เช่า และพื้นที่ของสถาบันปรีดีฯ จะอยู่บริเวณชั้น 6 และ 7 ขนาดพื้นที่รวมประมาณ 600 ตรม. ประกอบด้วยโถงทางเข้า ซึ่งจะเป็นการใช้สอยพื้นที่แบบ Mixed Use ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ที่มีฟังก์ชั่นเป็นศูนย์การเรียนรู้ประชาธิปไตย พื้นที่แสดงผลงานนิทรรศการ ห้องสมุด และ Co-working space พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมี Auditorium ขนาด 100 ที่นั่ง ในรูปแบบ Black Box Theater ซึ่งสามารถรองรับการจัดกิจกรรมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานเสวนา สัมมนา ห้องเรียน คอนเสิร์ต และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานเป้าหมาย คือ เครือข่ายวิชาการ เครือข่ายศิลปวัฒนธรรม และเครือข่ายธุรกิจ SME/Startup ตลอดจน NGO/NPO
มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ตระหนักดีถึงบทบาทหน้าที่ในการสืบสานอุดมการณ์เพื่อชาติและราษฎรไทย รวมถึงเจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของนายปรีดี พนมยงค์ ให้เป็นจริงในสังคมไทย จึงได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาส่งเสริมงานด้านวิชาการ ควบคู่กับด้านศิลปวัฒนธรรมและประสานความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรอื่น ๆ ในเรื่องการวิจัย เสวนา และกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างเคร่งครัด
ดังนั้น ผู้ที่ติดตามการดำเนินงานของสถาบันปรีดีฯ จะเห็นได้ว่าสถาบันปรีดีฯ มิได้สื่อเรื่องราวของความดี และความจริงทางสังคมโดยผ่านงานวิจัย ปาฐกถา และงานเสวนาทางวิชาการเท่านั้น หากยังสื่อผ่านงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้อุดมการณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์สื่อออกไปถึงมวลชนทุกหมู่เหล่า แม้มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอาคารสถานที่ แต่มูลนิธิและสถาบันปรีดี พนมยงค์ ยังคงดำเนินงานตามเจตนารมณ์เดิมของนายปรีดี พนมยงค์ อย่างมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง
ม็อบทะลุฟ้า ส่งจดหมายค้านรื้อถอน
ขณะที่ ทะลุฟ้า – thalufah ได้เผยแพร่ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกคัดค้านการรื้อถอนอาคารสถาบันปรีดี พนมยงค์ว่า สืบเนื่องจากการที่กำลังมีการดำเนินการโครงการรื้อถอนอาคารที่ตั้งสถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยมีความคลุมเครือในปรับปรุงพื้นที่และตัวอาคาร ว่าจะยังคงวัตถุประสงค์ในการเป็นพื้นที่ใช้สอยสาธารณะอันหลากหลายสำหรับภาคประชาชน เป็นศูนย์การเรียนรู้การเรียนรู้ทางด้านประชาธิปไตยและศิลปวัฒนธรรมเพื่อมวลชนของประเทศเป็นหลัก ตามเจตนารมณ์ตั้งต้นของการสร้างพื้นที่หรือไม่
เราแนวร่วมประชาชนและเครือข่ายนักศึกษา ขอคัดค้านการรื้อถอนปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว ในประเทศที่รัฐไม่เคยคำนึงถึงการให้สวัสดิการด้านพื้นที่สาธารณะแก่สาธารณชน ไม่เคยให้ความสำคัญกับการสร้างและหล่อเลี้ยงต้นทุนทางวัฒนธรรม สถาบันปรีดีฯ ทำงานหนักในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่มุ่งเน้นให้เกิดการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณชนมาตลอดระยะเวลายาวนานยี่สิบกว่าปี นับแต่ก่อตั้งจนปิดปรับปรุง
นอกจากการสร้างอาคารสถาบันปรีดีฯ ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงนายปรีดี พนมยงค์ แล้ว สถาบันปรีดีฯ ยังทำหน้าที่เป็นสถาบันวิชาการที่สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการสืบทอดแนวคิดอุดมการณ์ “สันติธรรม” และ “ประชาธิปไตยสมบูรณ์” เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์แก่ประชาชนทั่วไป ผ่านเวทีทางศิลปวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ อีกทั้งตัวอาคารยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในฐานะเป็นอนุสรณ์ความทรงจำของนายปรีดี คณะราษฎร และการอภิวัฒน์สยาม พ.ศ. 2475
สถาบันปรีดี ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 โดย มูลนิธิปรีดี พนมยงค์ ซึ่งมูลนิธิฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2526 เพื่อสานต่ออุดมการณ์ “เพื่อชาติและราษฎรไทย” อันเป็นปณิธาณของนายปรีดี พนมยงค์ โดยมีท่านผู้หญิงพูนสุขและลูกศิษย์และลูกหาเป็นผู้จัดหาทุนดำเนินงาน ตัวอาคารสถาบันปรีดีฯ ก่อตั้งขึ้นบนที่ดินที่ครูองุ่น มาลิก ได้มีจิตศรัทธามอบที่ดินซอยทองหล่อให้ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างสถาบันปรีดี เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณประโยชน์ของมูลนิธิปรีดีฯ
โดยทุนก่อสร้างตัวอาคารมาจากเงินบริจาคของท่านผู้หญิงพูนสุขและครอบครัวพนมยงค์ ซึ่งหลังผ่านการดำเนินงานโดยการบริหารตัวเองมาตลอดกว่า 20 ปี ต้องอาศัยการทำงานหนักโดยคณะทำงานและทรัพยากรทางการเงินมหาศาล และยังประสบปัญหาการขาดแคลนเงินทุนในการดูแลตัวอาคารที่เสื่อมโทรมไปจากการใช้งาน ทำให้ผู้บริหารมูลนิธิฯ ตัดสินใจปรับเปลี่ยนนโยบายการดำเนินงาน และประกาศปิดอาคารเพื่อปรับปรุง
สิ่งที่เราชวนตั้งคำถามคือ หลังจากปิดอาคารโดยไม่มีการใช้งานมาหลายปี ตัวอาคารที่กำลังถูกปรับปรุง ถูกแจ้งต่อสาธารณะไว้เมื่อวันปีใหม่ปีนี้อย่างคลุมเครือว่า จะมีการทุบและสร้างใหม่ โดยมีส่วนที่จะเป็นพื้นที่ของสถาบันปรีดีฯ และพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ไม่ถึง 50% และเป็นการบริหารงานอาคารโดยภาคธุรกิจ จะยังคงดำเนินงานตามอุดมการณ์ “เพื่อชาติและราษฎรไทย” ของมูลนิธิฯ และตามเจตนารมณ์ในการมอบพื้นที่ให้ “เพื่อใช้ในกิจการสาธาณประโยชน์” ของครูองุ่น มาลิก ผู้มอบที่ดินหรือไม่ อย่างไร
เราเข้าใจว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผู้บริหารและคณะกรรมการมูลนิธิฯ ต้องแบกรับปัญหา ต้นทุน และแสวงหาหนทางในการแก้ปัญหาพื้นที่สาธารณะแห่งนี้อย่างหนักมาโดยตลอด เราเห็นคุณค่าของสิ่งที่ท่านทำ และมันถูกพิสูจน์แล้วผ่านงานมากมาย หลากหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นตลอดการดำรงอยู่ของพื้นที่นี้ และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเราจำเป็นต้องมีพื้นที่การเรียนรู้ และพื้นที่ทางวัฒนธรรม ที่เปิดโอกาสให้มีการสื่อสารอุดมการณ์ประชาธิปไตย
รวมถึงหล่อเลี้ยงกิจกรรมศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเรามีพื้นที่แบบนี้อยู่น้อยนิด นอกจากการเปิดโอกาสให้กลุ่มทุนที่มีบทบาทในการพัฒนาพื้นที่เข้าร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหาแล้ว เรา ผู้อยู่ข้างอุดมการณ์เดียวกับท่าน ขอตั้งคำถามว่า ท่านได้เปิดโอกาสให้สาธารณะชนแขนงอื่น ๆ ผู้เคยใช้ประโยชน์และเห็นความสำคัญของพื้นที่ ได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาหรือยัง ในเมื่อเจตนาตั้งต้น พื้นที่นี้ตั้งใจที่จะเป็นพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ สานต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย เราอยากให้ท่านเชื่อมั่นว่าประชาชนอยู่ข้างท่าน และโปรดรับฟังประชาชน
ในวันนี้ เราแนวร่วมประชาชนและเครือข่ายนักศึกษา ขอคัดค้านการรื้อถอนปรับปรุงพื้นที่ที่ยังมีข้อมูลที่คลุมเครือ สถาบันปรีดีฯ ต้องมีเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริง โดยขอให้ชะลอการรื้อถอน และเปิดให้มีการชี้แจงรายละเอียด เปิดเผยสัญญาระหว่างสถาบันฯ กับบริษัทเอกชนที่จะเข้ามาปรับปรุงพื้นที่ให้สาธารณชนได้รับทราบ รวมทั้งเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและสาธารณชนทั่วไป
เรามาตั้งคำถาม ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ไขปัญหาของพื้นที่ที่เราเชื่อมั่นว่าสร้างมาเพื่อดำเนินงานตามอุดมการณ์ “เพื่อชาติและราษฎรไทย” ของมูลนิธิฯ และตามเจตนารมณ์ในการมอบพื้นที่ให้ “เพื่อใช้ในกิจการสาธาณประโยชน์” ของครูองุ่น มาลิก คำถามธรรมดาสามัญ ที่คาดหวังให้เกิดการชี้แจงและการพูดคุย มิได้มีเจตนาดูหมิ่น หรือทำไปเพราะได้รับการยุยงปลุกปั่นใด ๆ ตามที่มีการกล่าวอ้างตลอดมาตั้งแต่เราส่งจดหมายเปิดผนึกฉบับแรก และยังไม่เคยได้รับคำตอบ
ในวันนี้ เราจะขอรอให้มีตัวแทนจากมูลนิธิฯ มารับจดหมายเปิดผนึกนี้ และยืนยันว่าจะยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ กับตัวอาคารสถาบันปรีดีฯ จนกว่าจะเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน