แม้ว่าศึกนอกจะง่วนอยู่กับการเตรียมตัว-ลับมีด ขึ้นสังเวียนโค่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ
แต่การจัดทัพภายใน ที่เรียกว่า “ศึกใน” ก็ไม่อาจปล่อยปละละเลย เมื่อการเลือกตั้งใหญ่งวดเข้ามาทุกขณะ
สัญญาณการนับถอยหลังเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้งที่เห็นชัดตามฉบับ “การตลาดการเมือง” ของพรรคเพื่อไทย เดินหน้าปั้น “แพทองธาร ชินวัตร” หรือ “อุ๊งอิ๊ง” ทายาท “ทักษิณ ชินวัตร” นายใหญ่ดูไบ เป็นหนึ่งในสามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทย อย่างเต็มตัว
ด้วยการเดินสายพบปะมวลชน ให้ประชาชนรู้จักตัวตน ในบทบาทหลักเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ส่วนบทบาทรองเป็น ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พร้อมกับดึง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. ฟาก UDD มาเป็นตัวชูโรงบนเวที เรียกกระแสความคึกคัก
ส่วนอีก 2 ชื่อ ที่คาดเดาว่าเป็นนักธุรกิจบิ๊กเนมซึ่งมีข่าวมาตลอด ก็ยังไม่ตัดโอกาส ขณะที่ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่เจ้าตัวเอ่ยทีเล่นทีจริงจนกลายเป็นประเด็นว่า ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ “ของพรรคเพื่อไทยอยู่ เพราะไม่รู้จะไปลาออก ได้ที่ไหน”
แม้ “ชัชชาติ” จะลาออกจากพรรคเพื่อไทย และไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคนับตั้งแต่ประกาศลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ตั้งแต่ปลายปี 2562 แต่ “ชัชชาติxเพื่อไทย” ยังคงเกี่ยวดองกันอยู่ในเชิงลึก
แถมยังมีเคสของ “พล.อ.ประยุทธ์” ให้ดูเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบ เพราะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่ต้องเป็นสมาชิกอีกด้วย
ปฏิบัติการปั้น “อุ๊งอิ๊ง” ชิงจังหวะ ปาดหน้าพรรคคู่แข่งฝ่ายประชาธิปไตย อย่างพรรคก้าวไกล ที่ยังไม่มีการปั้น “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ให้ขึ้นมาเทียบเคียงอยู่ในกระแส เพียงแต่ชูนโยบาย ฉายภาพนโยบายถ้าก้าวไกลเป็นรัฐบาล เป็นปฏิบัติการในสภามากกว่า เน้น emotional ทางการเมืองกับมวลชน
อีกด้านหนึ่ง จริงอยู่…ที่พรรคเพื่อไทยประกาศความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งใหม่ ประกาศว่าถ้ายุบสภาเลือกพรุ่งนี้ก็พร้อมส่งคนลงสนาม ตามสไตล์ที่รู้อยู่เต็มอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งเป้าอยู่ครบวาระ
ทว่าคนในพรรคเพื่อไทยก็ยังรับรู้-รับทราบดีว่า ยังมีปัญหาการจัดตัวในหลายเขต หลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีคนต้องการลงสมัครเยอะ แต่พื้นที่ให้ลงมีน้อย
เกิดสภาพที่ ส.ส.หน้าเก่า คนปัจจุบัน ก็กังวลว่าจะถูกย้ายถ่ายเทไปอยู่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งไม่รู้ชะตากรรมว่าจะถึงเส้นลำดับที่ได้เป็น ส.ส.หรือไม่
เพราะคนในวอร์รูมเพื่อไทยจับตาดูตลอดเวลาว่า ไม่ขยันลงพื้นที่ ประชาชนไม่แฮบปี้ ก็จะส่งผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ ลงไปเสียบ
ทำให้คนที่ถูกหมายหัว บ้างจองตั๋วเครื่องบินวิ่งไปเคลียร์กับคนแดนไกล เพื่อขอ “คำการันตี” ลงสมัคร ส.ส. บ้างจับมือกับผู้มีอิทธิพล-นายทุน ในพื้นที่ บี้ให้พรรคเพื่อไทยส่งคนเดิมลงสนาม อาศัยจังหวะที่ “นายใหญ่” ผู้กุมอำนาจสูงสุด “ห่างไกลข้อมูล”
ดังนั้น ภาพรวมยังเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในบางเขต-บางพื้นที่ ยังไม่นับว่าจะต้องรอถึง 24 กันยายน 2565 ซึ่งเป็นวันนับถอยหลัง 6 เดือนของรัฐบาลที่จะครบวาระ 4 ปี หากงูเห่าแผลงฤทธิ์ในนาทีนั้น ขอย้ายพรรคก็จะไม่มีการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งจังหวะนั้นอาจมี “งูเห่า” แผลงฤทธิ์ ย้ายพรรคเพิ่มขึ้นอีก
ผู้มีอำนาจในพรรคเพื่อไทยจึง คัดกรองผู้สมัคร ดังนี้ 1.พรรคจะให้ ส.ส.ปัจจุบัน ลงต่อเป็น priority แรก เว้นแต่ ส.ส.นั้นไม่เป็นที่ยอมรับ มีปัญหาสุขภาพ มีปัญหาด้านพื้นที่ หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น เป็นงูเห่า รับเงินพรรคอื่นมาโหวต
2.ส.ส.ที่มีอายุมาก 70-80 ปี ต้องขยับไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แทน เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ หน้าสด ลงมาทำหน้าที่แทน
เบื้องต้น สำหรับ ส.ส.ที่มีอายุมาก แกนนำพรรคได้ประสานให้ส่งลูกมาลงสมัครแทน อีกทั้งบางคนก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เช่น มีปัญหาเรื่อง “ความจำ” ที่ไม่ดีเหมือนเดิม
3.ส.ส.ที่มีประวัติที่เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี หลุดเก้าอี้ ส.ส.ในอนาคต หากได้รับเลือกตั้ง เช่น เรื่องที่ใกล้จะถูกชี้มูลจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อาจจะถูกพิจารณาไม่ให้ลงรับสมัครเลือกตั้ง เบื้องต้นมีอยู่ 3 ราย
4.ญาติ-พี่น้องอยู่ต่างพรรค อาจต้องเลือกให้อยู่พรรคใดพรรคหนึ่งเพียงพรรคเดียว ถ้ารวมที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ก็จะต้องถูกกดดันให้ย้ายพรรค หรือคนที่ยังไม่แสดงความ “ชัดเจน” ทางการเมือง ที่พรรคมองว่า เหยียบเรือสองแคม ว่าจะอยู่พรรคเพื่อไทยต่อหรือไม่
เช่น กรณี ส.ส.บางรายที่ถูกเชื่อมโยงกับพรรคไทยสร้างไทย ก็อาจจะถูกนำไปแขวนไว้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไม่ให้ถูกโยงว่าเป็นพรรคพี่-พรรคน้อง กับพรรคเพื่อไทย
พรรคเพื่อไทยเตรียมหาคนทดแทนเอาไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน เงื่อนไขเบื้องต้น แต่พรรคจะดูศักยภาพการทำงาน
นอกจากนี้ ยังมีดัชนีชี้วัดการทำงานด้วยการหาสมาชิกเขตละ 5 พัน-2 หมื่นคน มาเป็นผลงาน ถ้าทำสมาชิกได้เขตละ 4-5 หมื่นคน แสดงว่ามีฐานสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างชัดแจ้ง ก็จะเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาส่ง ส.ส.หน้าใหม่ เป็นฐานเสียงของคำว่า “แลนด์สไลด์”
“ถ้าหาสมาชิกครอบครัวเพื่อไทยแค่นี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาเป็น ส.ส.แล้ว” แกนนำพรรคที่มีอำนาจตัดสินใจรายหนึ่งระบุ
ยิ่งใกล้เลือกตั้งเท่าไหร่ การต่อสู้ทั้งใน-นอกพรรคเพื่อไทย ยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น