แสนสิริปลื้มครึ่งปีแรก 65 ฟันรายได้ 1.3 หมื่นล้าน กำไรสุทธิโต 200%

แสนสิริ

SIRI โชว์กำไร 6 เดือนปี 2565 โกย 1,221 ล้านบาท ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง โตกว่า 203% กวาดรายได้รวม 13,057 ล้านบาท แย้มครึ่งปีหลัง ผลประกอบการทะยานต่อ ล่าสุดผนึก โตคิว เผยโฉม “บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา” มูลค่าโครงการ 4,800 ล้านบาท เผยกระแสตอบรับดี โกยยอดขายกว่า 80% ก่อนพรีเซล

วันที่ 17 สิงหาคม 2565 นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการรอบ 6 เดือนปี 2565 แสนสิริมีกำไรสุทธิ 1,221 ล้านบาท โตขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิ เฉพาะไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 918 ล้านบาท โต 203% จากไตรมาส 1/65 ที่มีกำไรสุทธิ 303 ล้านบาท และโตขึ้นเกือบ 40% จากไตรมาส 2/64 ที่มีกำไร 662 ล้านบาท

อัตรากำไรสุทธิในไตรมาส 2/65 เพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลักตามเป้าหมายในปีนี้อยู่ที่ 11.7% โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและโตขึ้นจากไตรมาสแรกที่มีอัตรากำไรสุทธิ 5.8% ความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น จากประสิทธิภาพการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ Step Beyond เติบโตยั่งยืนทุกมิติ และ Speed to Market #2 มองตลาดเร็ว-รุกไว พร้อมปรับตัวรองรับทุกสถานการณ์

ขณะที่รายได้รวมรอบ 6 เดือน อยู่ที่ 13,057 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ไตรมาสแรก 5,220 ล้านบาท และรายได้ไตรมาสที่ 2/65 อยู่ที่ 7,837 ล้านบาท โตขึ้น 50%

นอกจากนี้ แสนสิริยังมีผลงานยอดขายที่โดดเด่น โดยในช่วง 7 เดือน สร้างยอดขายรวมไปได้ถึง 24,900 ล้านบาท หรือคิดเป็น 71% จากเป้าหมายยอดขาย 35,000 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากโครงการแนวราบถึง 18,600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77% จากเป้าหมายยอดขายโครงการแนวราบ 24,000 ล้านบาท ซึ่งแสนสิริอาจมีการพิจารณาปรับปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายโครงการแนวราบในช่วงครึ่งปีหลังอีกครั้ง

ล่าสุด แสนสิริยังได้จับมือ โตคิว คอร์ปอเรชั่น เปิดตัวบ้านเดี่ยวระดับลักเซอรี่แบรนด์บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา มูลค่าโครงการรวม 4,800 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จในการร่วมกันพัฒนาคอนโดมิเนียมร่วมกันหลายโครงการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับความสำเร็จของแสนสิริในการพัฒนา “กรุงเทพกรีฑา คอมมิวนิตี้” ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในการเป็นสังคมอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบ และย่านการพักอาศัยระดับอินเตอร์เนชั่นแนล คล้ายคลึงกับการขยายตัวของชุมชนที่อยู่อาศัยหลาย ๆ ย่านในโตเกียว

ซึ่งแต่ละย่านต่างมีกลิ่นอายและบรรยากาศของความเป็นชุมชนเมืองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ย่านชิบูย่า (Shibuya) ย่านฟุทาโกะทามางาวะ (Futako Tamagawa) ย่านทามะพลาซ่า (Tama-plaza) ซึ่งถูกพัฒนาตามแนวเส้นทางรถไฟสายเดนเนนโทชิ (Den-en-Toshi) ของโตคิว

ซึ่ง “กรุงเทพกรีฑา” มีความคล้ายคลึงกับย่านที่อยู่อาศัย ใกล้สถานีทามะพลาซ่า ที่ญี่ปุ่นเป็นพิเศษ จากการเป็นย่านที่พักอาศัยคุณภาพ ที่ไม่ไกลจาก CBD ที่ตั้งอยู่ใน “โตคิว ทามะ การ์เดน ซิตี้ ใจกลางเมืองโตเกียว” ซึ่งถือเป็นรูปแบบการขยายเมืองจากใจกลางชั้นในไปสู่เขตเมืองชั้นนอก

“โดยสร้างเป็นกลุ่มเมืองตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการอยู่อาศัยรายล้อมอย่างครบครัน โดยล่าสุดยังได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า สร้างยอดขายแล้วกว่า 80% ของเฟสแรก ก่อนเปิดพรีเซล” นายอุทัยกล่าว

แสนสิริ

Advertisement

นอกจากนี้ แนวคิดการพัฒนาโครงการบุราสิริ กรุงเทพกรีฑา ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้พักอาศัย ยังมีความสอดคล้องกับปรัชญาการพัฒนาที่อยู่อาศัยของโตคิว คอร์ปอเรชั่น และเมื่อผนวกกับศักยภาพของทำเลที่ตั้ง และความแข็งแกร่งของแบรนด์แสนสิริ ทำให้ทางโตคิว คอร์ปอเรชั่น เชื่อมั่นว่า “บุราสิริ กรุงเทพกรีฑา” จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ประสบความความสำเร็จอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ทางโตคิว คอร์ปอเรชั่น ยังได้เตรียมนำความร่วมมือกับแสนสิริในโครงการนี้ ใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับโมเดลความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ๆ ของโตคิวในญี่ปุ่นต่อไปอีกด้วย

“ภายใต้วิสัยทัศน์ STEP BEYOND” ในปีนี้ แสนสิริมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งยั่งยืนในทุกมิติ พร้อมเป็นกำลังสำคัญให้ทุกองค์กรก้าวแกร่งไปด้วยกันในทั้ง 3 ด้าน PROFIT-PEOPLE-PLANET เพราะเราเชื่อว่า “แบรนด์อันดับหนึ่งในใจลูกค้า ต้องแข็งแกร่งและดูแลโลกและสังคมไปพร้อมกัน”

ล่าสุด แสนสิริ ยังได้ตอกย้ำความสำเร็จของ PROFIT ที่มุ่งเดินหน้าสร้างรายได้และผลกำไรเพื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วน รวมถึงผู้ถือหุ้น โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (Interim dividend) จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2565

ซึ่งเป็นที่น่าพึงพอใจ ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.04 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 สิงหาคม 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 13 กันยายน 2565 นี้

“โดยการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่ดีและผลประกอบการที่ดีในอนาคต” นายอุทัยกล่าว