แรงงานไทยในอิสราเอล ส่งเงินกลับบ้านเดือนละแสน เพิ่มโควตา-จัดส่งเพิ่ม

“พิพัฒน์” รมว.แรงงาน เร่งจัดแรงงานไปอิสราเอลส่งเพิ่ม ปลื้มคนไทยในอิสราเอลส่งเงินกลับบ้านเดือนละแสน มอบยันต์สมเด็จธงชัยสร้างกำลังใจทำงาน

วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เยือนอิสราเอล เพื่อหารือประเด็นการเพิ่มโควตาจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตร และภาคก่อสร้างในรัฐอิสราเอล พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจแรงงานไทยในสถานประกอบการและที่พักแรงงาน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 พร้อมด้วยนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายวิชิต อินทรเจริญ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน

ด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานได้เข้าพบนายจ้างบริษัท Chemo Aharon Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมางานภาคเอกชนที่มีศักยภาพ และมีความต้องการจ้างแรงงานไทยไปทำงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเตรียมเปิดโครงการใหม่

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ได้เจรจาโควตาแรงงานเพิ่มเติมอีก 2,300 คน แบ่งเป็นตำแหน่งช่างเชื่อมกว่า 300 คน และแรงงานภาคก่อสร้างกว่า 2,000 คน ขณะที่ปัจจุบันมีการนำเข้าแรงงานไทย (ผ่านกรมการจัดหางาน) เพื่อมาทำงานเกี่ยวกับท่อส่งน้ำมัน ณ เมืองแอชดอด (Ashdod) ในตำแหน่งวิศวกร ช่างเชื่อม ช่างสี ช่างประกอบท่อ ช่างให้สัญญาณเครน จำนวน 271 คน อัตราค่าจ้างชั่วโมงละ 400-660 บาท หรือประมาณ 67,200-110,880 บาท (ไม่รวมค่าล่วงเวลา) พร้อมสวัสดิการดูแลพนักงานที่ดี จัดที่พักฟรี และจัดอาหาร 3 มื้อ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

จากนั้นทางคณะเดินทางต่อไปยังแปลงเพาะชำดอกไม้ “แดนจิซเซอร์ (Dangizer) และไร่องุ่น เมืองเบตดากัน ใกล้กรุงเทลอาวีฟ ซึ่งมีแรงงานไทยทำงานอยู่ประมาณ 60 คน ทั้งหมดได้รับมีค่าจ้างต่อเดือนประมาณ 10,000 เชเกล หรือประมาณ 90,000-110,000 บาทต่อเดือน พร้อมสวัสดิการพักฟรี อาหาร 3 มื้อเช่นเดียวกับแรงงานภาคก่อสร้าง

Advertisment

“จากการพูดคุยกับแรงงานไทยทราบว่า สัญญาจ้างงานในลักษณะนี้ทำให้สามารถส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวที่ประเทศไทย ในหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงาน ที่ตั้งใจและมีการเก็บเงิน ทำบัญชีเงินออม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันและยาเสพติด ทำให้แรงงานไทยเป็นที่ต้องการของนายจ้างอิสราเอลอย่างมาก” รมว.แรงงานกล่าว

นอกจากนั้น ทางคณะได้ไปกราบท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือสมเด็จธงชัย นำยันต์ พร้อมพระหลวงปู่ทวด มามอบให้เป็นกำลังใจในการทำงานแก่แรงงานไทยทุกคน เพราะทราบว่าแรงงานไทยที่มาทำงานในต่างประเทศต้องการวัตถุมงคลเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างมาก

ด้านนายวิชิต อินทรเจริญ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมการจัดหางานอยู่ในระหว่างการเจรจาให้แรงงานที่ครบกำหนด 5 ปี 3 เดือนแล้ว สามารถกลับมาทำงานได้อีก และติดตามดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับแรงงานที่ยังไม่ได้รับค่าจ้างค้างจ่ายต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือกับแรงงานทุกคนว่าควรแจ้งกรมการจัดหางานทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนนายจ้าง เพื่อมีข้อมูลสำหรับติดตามดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวก และประสานให้ความช่วยเหลือหากประสบอันตราย

Advertisment

ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694 หรือติดตามข่าวสารการจ้างแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ผ่านเว็บไซต์กรมการจัดหางาน doe.go.th หรือทางเพจ Facebook : กรมการจัดหางาน