เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ก.ล.ต. ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจ กรณีเจ้าของเดิมซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ไม่ได้ตามกำหนด
Finance ก.ล.ต. ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจ กรณีเจ้าของเดิมซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ไม่ได้ตามกำหนด
Take Toys เปิดตัว ‘ตุ๊ตา’ คาแรกเตอร์ใหม่ เนรมิต ’เทสทอยส์ ฟาร์มาซี‘ ปักธงย่านทรงวาด
Biz Movement Take Toys เปิดตัว ‘ตุ๊ตา’ คาแรกเตอร์ใหม่ เนรมิต ’เทสทอยส์ ฟาร์มาซี‘ ปักธงย่านทรงวาด
‘วิ่งแลกเม็ด’ แคมเปญไวรัลโลกสัตว์เลี้ยง ถอดสูตรสร้าง Loyalty สไตล์แบรนด์ Petheria
Business ‘วิ่งแลกเม็ด’ แคมเปญไวรัลโลกสัตว์เลี้ยง ถอดสูตรสร้าง Loyalty สไตล์แบรนด์ Petheria
เบนท์ลีย์ เปิดจอง ‘Bespoke Series by Mulliner’  เอดิชัน มีแค่ 100 คันในโลก
Automotive เบนท์ลีย์ เปิดจอง ‘Bespoke Series by Mulliner’ เอดิชัน มีแค่ 100 คันในโลก
‘อินไซด์’ 24 ชั่วโมง ปม ‘ฮอร์มุซ’ ก่อน ‘ทรัมป์’ กลับลำไม่เก็บต๋ง 20%
World ‘อินไซด์’ 24 ชั่วโมง ปม ‘ฮอร์มุซ’ ก่อน ‘ทรัมป์’ กลับลำไม่เก็บต๋ง 20%
KTC กวาดกำไรครึ่งปีแรก 4,397 ล้านบาท พุ่ง 17% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัว 4.7%
Finance KTC กวาดกำไรครึ่งปีแรก 4,397 ล้านบาท พุ่ง 17% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัว 4.7%
เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ปี’69 รายเดิมเริ่มใช้ 1 ส.ค. รายใหม่ 1 ต.ค. นี้
Finance เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการฯ ปี’69 รายเดิมเริ่มใช้ 1 ส.ค. รายใหม่ 1 ต.ค. นี้
“สิริพงศ์” เผยน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงดีขึ้น-เปิดการจราจรบางส่วน 19 ก.ค.นี้
Real Estate “สิริพงศ์” เผยน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงดีขึ้น-เปิดการจราจรบางส่วน 19 ก.ค.นี้
ฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนแปลง
คุยกับเอกราช ฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนแปลง
ราคาทองวันนี้ (18 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (18 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 64,850 บาท
ดูทั้งหมด

แผนไฟฟ้าพลังงานสะอาด ดึง “ลงทุน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

04 มิ.ย. 2567 | 07:02น.
ESG

หนึ่งในนโยบายสำคัญของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มุ่งมั่นผลักดันการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาด ไฟฟ้าสีเขียว เพื่อสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดมลพิษ ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และเสริมสร้างเศรษฐกิจแบบ “ซีโร่คาร์บอน”

โดยรัฐบาลส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น และผลักดันนโยบายด้านนี้อย่างเป็นรูปธรรม จากการปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) โดยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน จากปัจจุบัน 11% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด เพิ่มสัดส่วนเป็นมากกว่า 50% ส่วนก๊าซธรรมชาติ 30-40% ไฮโดรเจน 5-20% ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า ลดการใช้พลังงานฟอสซิลซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาด 100% (RE100) มากถึง 12,000 เมกะวัตต์ (MW)

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ขับเคลื่อนกลไกการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียว Utility Green Tariff (UGT) เพื่อส่งเสริมการนำไฟฟ้าพลังงานสะอาดไปใช้กับภาคอุตสาหกรรม และได้นำร่องพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียน แบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 จำนวนกว่า 5,000 เมกะวัตต์ ที่รัฐได้รับสิทธิในใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificate : REC) มาเป็นองค์ประกอบหลักของกลไกนี้ โดยมีการขายไฟฟ้าสีเขียวพร้อมใบรับรองฯ (REC) สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ถึงผู้ผลิต แหล่งผลิต สร้างความมั่นใจว่าเป็นไฟฟ้าพลังงานสะอาดบรรลุเป้าหมายและสอดคล้องกับนโยบายพลังงานไฟฟ้าสะอาดที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อน

อัพเดตแผน PDP 2024

แผน PDP 2024 ฉบับใหม่จะพิจารณาถึง 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.ความมั่นคงของระบบ 2.ราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ และ 3.สิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้จึงได้ปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าให้มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอยู่ประมาณ 50% ของกำลังการผลิตไฟทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้น 30% จากสัดส่วนเดิมของแผน PDP 2018 เพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย

โดยพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานโซลาร์จะมีสัดส่วนเยอะที่สุด ตามด้วยพลังงานลม พลังงานน้ำและพลังงานชีวมวล รวมถึงจะบรรจุเรื่องการใช้เทคโนโลยี อย่างการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture Utilization and Storage)

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการพูดคุยกับสมาคมพลังงานลมถึงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานลมในแผน PDP 2024 จากเดิมที่ระบุไว้ในแผน PDP 2018 ที่มีประมาณ 3,000 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ แผน PDP ฉบับล่าสุดยังเพิ่มพลังงานทางเลือกใหม่อีก 5% อาทิ พลังงานไฮโดรเจนที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่า หรือแม้แต่พลังงานนิวเคลียร์ที่หายไปจากแผน PDP 2018 ก็กลับมาอีกครั้งในรูปแบบ Small Modular Reactor (SMR)

รักษาระดับไฟฟ้า Base Load

อย่างไรก็ตาม เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานกำกับกิจการพลังงาน พบว่าค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (ค่าพีก) ของปี 2567 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เวลา 22.24 น. มีค่าเท่ากับ 36,792.1 เมกะวัตต์ สูงกว่าค่าพีกระบบที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน มีค่าเท่ากับ 34,826.5 เมกะวัตต์

ดังนั้นกำลังผลิตของพลังงานฟอสซิลที่เป็นโรงไฟฟ้า Base Load (ความต้องการกำลังไฟฟ้าต่ำสุด โดยเฉลี่ย) โดยปรับลดสัดส่วนกำลังผลิตลงเหลือประมาณ 30% ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรักษาความมั่นคงของระบบ รวมถึงรองรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป

พลังงานสะอาดดึงลงทุน

มุมมองของ “นที สิทธิประศาสน์” ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เห็นว่า นักลงทุนจะมีความต้องการไฟฟ้าสีเขียวเพิ่มขึ้นมาก เพราะเป็นโซลูชั่นสำคัญแก้ปัญหาโลกร้อนที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ตอนนี้จึงต้องค่อย ๆ ลด และสุดท้ายค่อยเลิก

ยกตัวอย่าง ถ่านหินจะลดละเลิกภายในปี 2050 ส่วนไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานฟอสซิลที่สะอาดที่สุดยังต้องรักษาอยู่ในสัดส่วน 15-20% ไม่ใช่จะหายไปทั้งหมด ควบคู่กับการพัฒนาการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture) แล้วนำมาใช้ประโยชน์ได้ โรงไฟฟ้าก็ยังสามารถผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้ ในราคาที่เหมาะสม เพื่อเสริมความมั่นคง และยังมีเทคโนโลยีใหม่ เช่น ไฮโดรเจน และอื่น ๆ เข้ามาอีก

“วันนี้ระบบตอบโจทย์ไฟฟ้า RE100, RE50, RE30 ไม่ได้ เพราะวันนี้ไฟฟ้า RE ในระบบอยู่ที่ประมาณ 11%”

ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการได้ใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาด สัดส่วนเพิ่มขึ้น ก็ต้องส่งเสริมให้เอกชนมาลงทุนผลิตไฟฟ้าสีเขียวแล้วซื้อขายกันเอง ผ่านสายส่งของการไฟฟ้าฯ ซึ่งการไฟฟ้าฯเสียโอกาสในการขาย ดังนั้นคนที่มาใช้สายส่งต้องจ่ายค่าสายส่งให้กับการไฟฟ้าฯก็ยังได้บ้างเพื่อแทนค่าไฟที่ขายได้ ทุกคนต้องอยู่ได้ ต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้า RE100 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่จะเข้ามา ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality แบบเป็นขั้นตอนภายในกรอบเป้าหมายเวลาที่เหมาะสม โดยเริ่มจากพื้นที่ที่มีความต้องการไฟฟ้า RE100 สูงมาก เช่น EEC และนิคมอุตสาหกรรม

โดยแนวโน้มทิศทางความต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ด้านพลังงานสะอาดทุกประเภท ยกเว้นโรงไฟฟ้าขยะ ตามข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเคยบูมสูงสุดเมื่อปี 2565 ที่จำนวน 452 บริษัท เพิ่มขึ้น 17% และมีเม็ดเงินลงทุนถึง 18,312 ล้านบาท

ขณะที่ล่าสุดในช่วง ม.ค.-เม.ย. 2567 มีจำนวน 89 ราย รวมเม็ดเงินลงทุน 310 ล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจุบันมีจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินการพลังงานสะอาดอยู่ ณ 30 เมษายน 2567 รวม 3,736 ราย มูลค่าลงทุน 776,231 ล้านบาท

หลังจากนี้ต้องติดตามดูว่านโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลเศรษฐาจะช่วยผลักดันให้ความต้องการพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นย่อมหมายถึงการเพิ่มขึ้นของการดูแลสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของคนไทยเช่นกัน