เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ผู้นำรับมือโลกเดือด ชู ESG-SDGs ขับเคลื่อนธุรกิจยั่งยืน

02 ต.ค. 2566 | 15:08น.

กลุ่มธุรกิจ TCP จัดงานประชุมด้านความยั่งยืนภายใต้แนวคิด Net Zero Transition…From Commitment to Action หรือการเปลี่ยนผ่านสู่ net zero จากพันธสัญญาสู่การปฏิบัติ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ผ่านมา งานสัมมนาครั้งนี้เป็นการชุมนุมของภาคธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และผู้ที่เป็นพาร์ตเนอร์กับกลุ่มธุรกิจ TCP

รวมถึงนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งในช่วงหนึ่งของงาน บิ๊กธุรกิจอย่าง TCP, มิตรผล และ SCGC ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการทำธุรกิจภายใต้กรอบความยั่งยืน รวมถึงการแลกเปลี่ยนสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากนักเศรษฐศาสตร์

สราวุฒิ อยู่วิทยา
สราวุฒิ อยู่วิทยา

“TCP” ใช้บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน

“สราวุฒิ อยู่วิทยา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ TCP เริ่มต้นกล่าวว่า เรากำลังอยู่ในช่วงสิ้นสุดภาวะโลกร้อน แต่กำลังเข้าสู่ภาวะโลกเดือด นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทุกคนจะต้องเร่งมือปฏิบัติจริง ในการช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากภาวะโลกเดือดนี้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจ

ยกตัวอย่าง TCP อยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ตั้งเป้าหมายว่าเราต้องเป็นตัวเราที่ดีกว่าเดิม คือทำธุรกิจจะต้องดีกว่าเดิม ไม่ใช่มุ่งจะเก่งอย่างเดียว ปัจจุบันเครื่องดื่มของ TCP หากแยกตามประเภทของบรรจุภัณฑ์ สามารถแบ่งสัดส่วนเป็นกระป๋องอะลูมิเนียม 60-65% ขวดแก้ว 30-35% และ PET ประมาณ 5%

“เรามีแนวคิดในการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ตามกรอบความยั่งยืน ซึ่งตั้งใจไว้ว่าภายในปี 2567 บรรจุภัณฑ์ของเราทั้งหมดต้องสามารถรีไซเคิลได้ 100% ตอนนี้คืบหน้าตามแผน เพราะกลุ่มเครื่องดื่มสามารถรีไซเคิลครบแล้ว 100% โดยขับเคลื่อนร่วมกับพาร์ตเนอร์ เพื่อหาเทคโนโลยีที่จะมาช่วยในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เช่น ลดน้ำหนักให้เบาลง เพราะจะทำให้เราใช้วัตถุดิบน้อยลงด้วย รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนโครงการที่สามารถเพิ่มศักยภาพในการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค (EPR) เพื่อสนับสนุนเรื่องของการนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล”

ถ้ามองภาพรวมเรื่องความยั่งยืนในประเทศไทย วันนี้ถือว่ามีความคืบหน้าพอสมควร แต่ยังมีความท้าทายอยู่หลายด้าน สำหรับ TCP หนึ่งคือการเลิกใช้บรรจุภัณฑ์ขวด PET แบบสี ซึ่งยังมีข้อจำกัดเรื่องการนำกลับมารีไซเคิล เพราะยุ่งยากมากกว่าขวด PET แบบใส

เช่นเดียวกับเรื่องบรรจุภัณฑ์ขวดแก้ว ส่วนมิติเรื่องสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นปัญหา เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ตกค้างอยู่ในธรรมชาติค่อนข้างมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ ประกอบกับในแง่ของการขนส่งเองก็มีน้ำหนักมาก ทำให้ต้องใช้พลังงานในการขนส่งมากกว่าบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ทำให้มีการสิ้นเปลืองพลังงาน รวมทั้งยังสร้างคาร์บอนสูงกว่าบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ด้วย

“แต่กระนั้น ก็มีหลายเสียงจากนักวิชาการที่บอกว่าไม่ควรนำมาใช้เป็นบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ตอนนี้เรายังต้องศึกษารายละเอียดต่อไป เพราะความจริงแล้วขวดแก้วสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด แต่ปัญหาคือยังขาดเศษแก้วที่จะนำมารีไซเคิล เพราะมีขวดแก้วเข้ามาสู่ระบบน้อยมาก

ถึงมีเงินก็หาซื้อได้ยาก โรงงานแก้วบางแห่งถึงกับต้องตั้งบริษัทรับซื้อขวดแก้วเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบ ฉะนั้น แนวทางแก้อาจจะต้องไปศึกษาแนวทางความร่วมมือ และสื่อสารไปถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น เพื่อสามารถเพิ่มสัดส่วนการเก็บกลับได้ดีขึ้น”

ส่วนเรื่องการขนส่งก็เช่นกัน ตอนนี้ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ EV เราต้องดูว่าต้นทางของ EV มาจากไหน ซึ่งเป้าหมายสู่ net zero หรือปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์เลย คิดว่ายังไม่มีใครทำได้ 100% ตราบใดที่ยังมีการใช้พลังงานอยู่ แต่ผมเชื่อมั่นว่ามันจะค่อย ๆ มีวิธี เพราะทุกคนยินดีที่จะทำ เพราะเป้าหมายความยั่งยืนเป็นเป้าหมายใหญ่ ที่ไม่ได้ทำเพื่อคนเดียว แต่เป็นการทำเพื่อโลก

“มิตรผล” สร้างเกษตรกรยั่งยืน

“อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานกิตติมศักดิ์ กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า ในภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในภาคการเกษตร ถือเป็นภาคที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนโดยตรง หากดูภาพรวมปัจจุบันภาคการเกษตรมีการจ้างงานสูงถึง 12 ล้านคน สูงเป็นอันดับ 2 ของแรงงานไทย

แต่กลับก่อให้เกิด GDP เพียง 9% ต่ำกว่าภาคอุตสาหกรรมและบริการที่ GDP ถึง 32% และ 59% ตามลำดับ ส่วนหนึ่งเพราะผลิตภัณฑ์ที่คนไทยปลูกนั้นเป็นกลุ่มพืชที่มีมูลค่าต่ำ เมื่อเทียบต่อพื้นที่เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด หรืออ้อย

ซึ่งกลุ่มมิตรผลอยู่ในภาคเกษตรกรรม เรามีเครือข่ายเกษตรกรอยู่ 2 ล้านไร่ เราเข้าใจปัญหาที่เกษตรกรพบเจอ จึงพยายามเดินหน้าสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยในไทยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาชลประทาน เพื่อการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งการช่วยเกษตรกรสร้างสระเก็บน้ำ ขุดเจาะบ่อบาดาล การวางระบบน้ำพุ่ง น้ำหยด ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตอ้อยจาก 9 ตันต่อไร่ เป็น 15 ตันต่อไร่ ทั้งยังใช้เครื่องจักรกลเกษตรเข้ามาแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เพื่อเพิ่มผลผลิต และการกักเก็บน้ำใต้ดิน

“สิ่งที่ทำอีกอย่างคือ เราลดการเผาไร่อ้อย ซึ่งเป็นปัจจัยการเกิด PM 2.5 ผ่านการรับซื้อใบอ้อยและฟางข้าวตันละ 1,000 บาท เพื่อนำไปแปลงเป็นพลังงาน เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าชีวมวล จนถึงนำไปเป็นอาหารสัตว์ ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้อีกช่องทางให้เกษตรกร ผ่านการส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล สมุนไพร และเลี้ยงปลา ควบคู่กับการปลูกไร่อ้อย เพื่อลดรายจ่ายค่าอาหารในครัวเรือน และยังเป็นช่องทางเสริมรายได้ ซึ่งที่ผ่านมาสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกรได้ประมาณ 12,000 บาท/ครอบครัว/ปี”

SCGC ชูหลัก 4R ลดคาร์บอน

“ธนวงษ์ อารีรัชชกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SCGC กล่าวว่า SCGC อยู่ในธุรกิจเคมีภัณฑ์ โดยนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในกระบวนการผลิต และการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ ดำเนินการโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นธรรม และโปร่งใส ตามแนวทาง ESG (environmental, social and governance) และ SDGs (sustainable development goals) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมและโลกที่ดียิ่งขึ้น

SCGC มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ green polymer ที่ตอบโจทย์เรื่องการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน

การใช้พลังงานหมุนเวียน ลดการเกิดของเสีย ลดการใช้น้ำจากภายนอก และพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ด้าน low carbon ซึ่งเรามีเป้าหมายต้องการลดคาร์บอนโดยการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยี AI และ machine learning โดยนำเข้ามาจัดการ value chain เพื่อช่วยการทำงานที่รวดเร็ว แม่นยำ ซึ่งจะเป็นวิธีการช่วยลดคาร์บอนได้อีกทางหนึ่ง

“SCGC จะไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนได้นั้น คือการลดขยะในภาคการผลิต โดยใช้หลักการ 4R คือ reduce ลดใช้ทรัพยากรผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ยังมีคุณภาพสูง, recyclable ออกแบบเพื่อให้รีไซเคิลผ่านการเลือกใช้วัตถุดิบที่รีไซเคิลง่าย แต่ตอบโจทย์หลากหลายผลิตภัณฑ์,

recycle เดินหน้าพัฒนาวิธีการรีไซเคิลขั้นสูง ปัจจุบัน SCGC ได้รับการรับรองมาตรฐานการรีไซเคิลเรซินเพื่อให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ และ renewable การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน โดยเฉพาะไบโอพลาสติก โดยจะเลือกใช้สารประกอบที่ย่อยสลายทางชีวภาพ”

แนะลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก

“ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างหลายเรื่อง ทั้งโครงสร้างประชากร การขาดการลงทุนเชิงเทคโนโลยี การศึกษา เรื่องความเหลื่อมล้ำ และปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่

หากมองดูภาพรวมของโลก การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมมาตลอด จะเห็นว่าการเติบโตของเศรษฐกิจมาพร้อมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น และอุณหภูมิโลกก็สูงขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งเราจะเห็นภาพที่เกิดขึ้นกับทั่วโลกตอนนี้

อย่างสหรัฐอเมริกา ภัยพิบัติเพิ่มสูงขึ้นทุกปี แค่ปี 2566 ปีเดียวเกิดขึ้นแล้วกว่า 23 ครั้ง นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงอีกหลาย ๆ ประเทศ เช่น ฮ่องกงเผชิญฝนตกหนักในรอบ 140 ปี หรือไฟป่าในฮาวาย วิกฤตอาหารในแอฟริกา ซึ่งมาจากภัยแล้ง

“ผลตรงนี้แสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิมได้อีกแล้ว วันนี้จึงเป็นจุดที่เราต้องเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แค่ 0.4% ของทั้งโลก เป็นตัวเลขที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะทั่วโลกเริ่มออกกฎ กติกา ข้อบังคับ มีกรอบบางอย่างที่เราต้องทำตาม เพราะเราไปสัญญากับประเทศอื่น ๆ แล้ว จึงอยากให้มองว่า ต่อจากนี้การไปสู่ net zero หรือการทำเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของการสร้างต้นทุนเพิ่ม แต่มองว่าเป็นการลงทุน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ESG กลุ่มธุรกิจ TCP