เลือดข้นคนจาง ดราม่า-สืบสวน ชวนคิดหลากแง่มุม

ช่วงนี้มีละครเรื่องดังเป็นกระแสขึ้นมาอีก 1 เรื่อง คือ “เลือดข้นคนจาง” ของช่อง One กำกับและเขียนบทโดยผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ซึ่งทำละครเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก และเป็นผลงานเรื่องแรกของเขาที่มีตัวละครหลักถึง 3 เจเนอเรชั่น จากเดิมที่ย้งมักจะทำเรื่องเกี่ยวกับวัยรุ่นเป็นหลัก

จุดเด่นแรกของละครเรื่องนี้ที่เผยให้เห็นเป็นสิ่งแรกเลยก็คือ เป็นการรวมตัวนักแสดงเบอร์ใหญ่ ๆ แทบทุกตัวละคร ไล่มาตั้งแต่ นพพล โกมารชุน, ครูเล็ก-ภัทราวดี, ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง,แหม่ม คัทลียา, อุ๋ม อาภาศิริ, กบ ทรงสิทธิ์, ปิ่น เก็จมณี, เจี๊ยบ โสภิตนภาและนักแสดงวัยรุ่นชายอีก 9 คนที่เป็นตัวเด่นไม่แพ้รุ่นใหญ่

เลือดข้นคนจาง เป็นเรื่องราวว่าด้วยความสัมพันธ์ในครอบครัวจีนมั่งคั่งระดับหลายพันล้านที่ยึดถือขนบธรรมเนียมจีนอย่างเคร่งครัด หลังจากพ่อเสียชีวิตและเปิดพินัยกรรมได้ไม่กี่วัน พี่ชายคนโตซึ่งเป็นผู้บริหารธุรกิจกงสีก็เสียชีวิต โดยมีน้องสาวที่เพิ่งทะเลาะกันเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 และต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงกันต่อไป

ด้วยความเป็นละครสืบสวนที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น ละครเรื่องนี้จึงสร้างกระแสได้ดี โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่คนดูนำข้อสันนิษฐานของตัวเองมาแชร์ เกิดเป็นข้อสันนิษฐานล้านแปดใน #เลือดข้นคนจาง และ #ใครฆ่าประเสริฐ

ยิ่งคนดูเผยข้อสันนิษฐานมากเท่าไหร่ ทางทีมงานก็ยิ่งเล่นกับคนดูเป็นการเรียกความสนใจมากขึ้น ๆ โดยฟังฟีดแบ็กแล้วตัดต่อกันสัปดาห์ต่อสัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับยืนยันว่า ละครถ่ายทำครบหมดแล้ว มีบทสรุปที่เขียนไว้แล้ว

“ไม่มีใครทำเราเจ็บปวดได้เท่าเราทำกันเอง” คือข้อความที่จั่วหัวโปสเตอร์ละครเรื่องนี้

ย้ง ทรงยศ บอกว่า เขาอยากสำรวจความเป็นมนุษย์ ทั้งความคิด จิตใจ เหตุผล ของแต่ละคน อยากตั้งคำถามกับขนบธรรมเนียม ตั้งคำถามกับคำว่าครอบครัวและสิ่งที่ปลูกฝังกันมาว่าเป็นครอบครัวเดียวกันต้องรักกัน

นอกจากการที่คนดูร่วมกันขบคิด ตั้งสันนิษฐานและความเป็นไปได้ว่าใครเป็นฆาตกรที่ฆ่าประเสริฐแล้ว ละครเรื่องนี้ยังทำให้เกิดคำถาม เกิดการแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์หลายประเด็น แล้วแต่ว่าใครจะจับประเด็นไหนมาขบคิด

ที่เห็นชัดเจนมากคือ ประเด็นความเหลื่อมล้ำระหว่างลูกชายกับลูกสาวในครอบครัวคนจีน ที่พ่อแม่รักและมอบสมบัติให้ลูกชายซึ่งเป็นผู้สืบทอดสกุลมากกว่าลูกสาวที่จะต้องออกไปใช้สกุลสามี นำมาสู่คำวิพากษ์วิจารณ์และคำถามว่า ความเชื่อและค่านิยมนี้ควรจะสืบทอดต่อไปหรือไม่

อีกประเด็นหนึ่งคือตั้งคำถามว่า “เลือดข้นกว่าน้ำ” เสมอไปหรือไม่ ถ้าลองคิดดู… ในชีวิตเรา มีญาติบางคน

ที่เราไม่สนิท ไม่เคยได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขอะไรกัน รู้แต่ว่าเป็นญาติ เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ยังไม่ต้องไปพูดถึงว่า ถ้าคนในครอบครัวหรือเครือญาติทำร้ายเรา แล้วเราจะยังรู้สึกว่า “เลือดข้น” อยู่หรือเปล่า ขณะเดียวกัน เรามีเพื่อนที่ร่วมหัวจมท้าย ฝ่าฟันทุกข์สุขด้วยกันมาเราก็จะรู้สึกว่า ในบางกรณีน้ำก็ข้นได้ไม่น้อยกว่าเลือด

อีกประเด็นที่เห็นคือ เราเชื่อใจคนในครอบครัวเราได้มากน้อยแค่ไหน และในทางกลับกัน เราคาดหวังความเชื่อใจจากคนในครอบครัวเราได้มากน้อยแค่ไหน “ม้าไม่ได้ทำ พ่อเชื่อม้ามั้ย” ตัวละครที่รับบทโดยแหม่ม คัทลียา ถามสามีของเธอ หลังจากที่พี่ชายเสียชีวิตและเธอตกเป็นผู้ต้องสงสัย ฝั่งสามีเงียบไม่ตอบ หรือแม้แต่คนเป็นแม่ที่ถามลูกสาวว่า “ลื้อทำหรือเปล่า” (เธอฆ่าพี่หรือเปล่า)

นอกจากชวนขบคิด ชวนตั้งคำถาม กระแสของละครเรื่องนี้ยังถูกนำไปใช้ต่อยอดต่าง ๆ นานา อย่างเช่น มีนักกฎหมายนำสถานการณ์แบบในละครมาอธิบายเรื่องทางกฎหมาย อย่างเรื่องการรับมรดก เรื่องภาษี รวมถึงมีการนำไปใช้ในทางการตลาดต่าง ๆ ด้วย ถือว่าเป็นละคร หนึ่งเรื่องที่สร้างกระแสในทางที่ดี ซึ่งนาน ๆ ทีจะมีสักเรื่อง

ลืมบอกไปว่า ละครเรื่องนี้มีชื่อภาษาอังกฤษว่า In Family We Trust …จะ trust มาก trust น้อยแค่ไหน ก็คงเป็นเรื่องส่วนบุคล ที่ต้องตั้งคำถามและหาคำตอบของใครของมัน