เอกชนผวา กกต. ฟัน “พิธา” ปมหุ้นไอทีวี ทำตั้งรัฐบาลช้า กระทบการลงทุน

หุ้นไอทีวี-พิธา

เอกชนผวา กกต.ฟัน “พิธา” ปมถือหุ้นไอทีวี ทำรัฐบาลตั้งล่าช้า กระทบจิตวิทยาการลงทุน นักลงทุน ประชาชน ไม่หวั่นหากมีม็อบที่ไม่รุนแรง โชว์ความพร้อมเสนอรัฐบาลใหม่ผลักดันภาคท่องเที่ยว

วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประชุม กกต.มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล สิ้นสุดลงหรือไม่ จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นสื่อบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น รวมทั้งมีคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ได้ลงนามในคำร้องและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานนำไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญทันทีนั้น

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เบื้องต้นประเด็นหลักของภาคเอกชน คือ เราต้องการรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานให้เร็วที่สุด ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นพรรคใดหรือฝ่ายใดเท่านั้น แต่อยากให้ผ่านกระบวนการตามขั้นต้นทั้งหมด และจัดตั้งเป็นรัฐบาลใหม่ขึ้นมาให้ได้ เพื่อให้สามารถผลักดันงบประมาณออกมาได้ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเทศไทยต่อไป ส่วนนี้ถือว่าสำคัญมากที่สุด

“การเกิดขั้นตอนจาก กกต.ขึ้นมาแบบนี้ ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป แน่นอนว่าส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาของทั้งธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน รวมถึงส่งผลกระทบในแง่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้อยากให้เข้าสู่กระบวนการของการแก้ไขปัญหา และก้าวผ่านไปให้ได้ เพราะการที่ทุกอย่างจะไปขึ้นอยู่กับนายพิธาเพียงคนเดียวก็คงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องมากนัก พรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องหาวิธีแก้ไขเพื่อเดินข้ามปัญหาตรงนี้ไปให้ได้” นายอดิษฐ์กล่าว

ส่วนความกังวลว่าประเด็นนี้จะส่งผลทำให้เกิดการลงถนนชุมนุมประท้วงขึ้นมา และกระทบกับธุรกิจ หรือการท่องเที่ยวหรือไม่นั้น นายอดิษฐ์กล่าวว่า ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ณ เวลานี้ยังไม่เห็นความกังวลต่อตลาดการเดินทางท่องเที่ยว เพราะที่ผ่านมาเจอปัญหาแบบนี้ต่อเนื่องมาหลายปี หลังจากมีรัฐบาลทหารมากว่า 8 ปี ภาพเหล่านี้มันหมดไปในช่วงแรก ๆ ก็จริง แต่ช่วงหลัง ๆ ก็มีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


โดยในแง่ธุรกิจหากมีการประท้วงขึ้น และหากการประท้วงไม่ได้นำไปสู่ความรุนแรง ก็คงไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เพราะภาคธุรกิจมีประสบการณ์ในการรับมือแล้ว นอกจากนี้ ความคืบหน้าการทำงานร่วมกันในฐานะสมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตต้า) ขณะนี้มีการหารือร่วมกันเพื่อจัดทำข้อเสนอถึงรัฐบาลใหม่ในแง่การสนับสนุนและผลักดันภาคการท่องเที่ยวไทยแล้ว ซึ่งจะหารือร่วมกันอีกครั้ง และเมื่อมีรัฐบาลแล้วจะนำเสนอถึงทันที