“วีซ่าฟรี” ไม่ใช่สูตรสำเร็จ “ความเชื่อมั่น” คือหัวใจของตลาดจีน

วีซ่าฟรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า มาตรการยกเว้นวีซ่า หรือ visa exemption สำหรับชาวจีน ตั้งแต่ 25 กันยายน 3566-สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จะทำให้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2566 นี้บรรลุเป้าหมาย 5 ล้านคน และสร้างรายได้ 2.7-3 แสนล้านบาทได้แน่นอน

ผู้ประกอบการนำเที่ยวตลาดจีนรายหนึ่งให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อย่าเข้าใจผิดว่ามาตรการยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนของรัฐบาลคือ “สูตรสำเร็จ” ในการกระตุ้นการเดินทางของคนจีน แต่เป็นเพียงปัจจัยเรื่องความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น

เพราะประเด็นที่เป็นปัญหาของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนในช่วงที่ผ่านมาคือ ความปลอดภัย และขั้นตอนการขอวีซ่าออนไลน์ผ่านระบบ e-Visa รวมถึงเอกสารที่ใช้ประกอบการการยื่น ซึ่งกลุ่มที่ได้รับผลกระทบคือ กลุ่ม “กรุ๊ปทัวร์” ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนไม่เกิน 20%

ส่วนอีก 80% เป็นกลุ่มเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) กลุ่มนี้จะเดินทางเข้ามาขอวีซ่าหน้าด่าน หรือ visa on arrival ไม่มีปัญหาทั้งเรื่องการยื่นขอวีซ่าและการจ่ายค่าธรรมเนียม 2,000 บาท

ปัจจุบันกลุ่ม FIT กลับมาเดินทางปกติแล้ว เหลือเพียงแค่ “กรุ๊ปทัวร์” ทั่วไปเท่านั้นที่ยังไม่ออกเดินทาง ฉะนั้น โจทย์ของการกระตุ้นคือ ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวกลุ่ม “กรุ๊ปทัวร์” ซึ่งเป็นกลุ่มที่มาครั้งละจำนวนมาก ๆ และมีนัยสำคัญเชิงจำนวนกลับมาอีกครั้ง

“สำหรับตลาดจีนถ้าเราไม่กระตุ้นกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ ตลาดจะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้”

วีซ่าฟรี

“ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมดูแลทัวร์อินบาวนด์ หรือต่างชาติเที่ยวไทย บอกว่า มาตราการดังกล่าวเป็นมาตรการที่ดีและเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นให้คนจีนเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม FIT

แต่สำหรับตลาด “กรุ๊ปทัวร์” ยังไม่เห็นผลทันที แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงวันหยุดชาติจีน หรือ Golden Week (29 กันยายน-6 ตุลาคม 2566)

“ตั้งแต่ 1 มกราคม-24 กันยายน 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนสะสม 2.4 ล้านคน ในจำนวนนี้สมาคม ATTA ได้รับบริการจากกรุ๊ปทัวร์และกลุ่ม FIT บางส่วนเพียงใน 2 สนามบินคือ สุวรรณภูมิและดอนเมืองแค่กว่า 3 แสนคน สะท้อนชัดเจนว่ากรุ๊ปทัวร์ยังไม่ออกเดินทาง”

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า หลังประกาศยกเว้นวีซ่าผู้ประกอบการนำเที่ยวฝั่งจีนเริ่มกลับมาคึกคักขึ้นบ้าง และนำประเด็นเรื่องยกเว้นวีซ่าไปเป็นเครื่องมือช่วยขายแล้ว เชื่อว่าจะเริ่มเห็นการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์ราวเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

ส่วนจำนวนจะมาได้มากแค่ไหนนั้น “ศิษฎิวัชร” บอกว่า ส่วนตัวมองว่ายังคาดการณ์ยากเพราะประเด็นหลักอยู่ที่ว่า บริษัทนำเที่ยวในจีนสามารถทำตลาดและหาที่นั่งสายการบิน หรือหาสายการบินที่ให้บริการชาร์เตอร์ไฟลต์ได้หรือไม่


และสิ่งสำคัญที่สุดคือ รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นว่ามาเที่ยวประเทศไทยแล้วมีความปลอดภัยให้ได้เร็วที่สุดด้วย