ท่องเที่ยวดิ้นแก้ลำตลาดจีน แอตต้าโรดโชว์เจาะกรุ๊ปทัวร์

ดิ้นปลุกท่องเที่ยว ททท.เดินกลยุทธ์ 2Q+4 New จัดใหญ่ Media and Agent Fam Trip เชิญอินฟูเอ็นเซอร์จากจีน กระตุกดีมานด์จีนเที่ยวไทยอีกระลอก ดันปี’67 พุ่ง 8.2 ล้านคน สมาคมแอตต้าบุกโรดโชว์ “เซี่ยงไฮ้-เฉิงตู” กระตุ้นเชื่อมั่น “กรุ๊ปทัวร์” หนุนอีกทาง “สปริงแอร์ไลน์” เล็งเพิ่มไฟลต์บินเข้าไทยรับไฮซีซั่น-ตรุษจีน

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า ขณะนี้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกตลาด โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่มีจำนวนสูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวนกว่า 4 ล้านคน เกาหลีใต้ ที่เติบโตในเชิงจำนวนตามมาเป็นอันดับ 3 (รองจากจีน) ด้วยจำนวนกว่า 1.5 ล้าน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขปี 2562 เช่นเดียวกับตลาดจีนที่อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากเปรียบเทียบแบบเดือนต่อเดือน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ และวันต่อวัน

ชูกลยุทธ์ 2Q+4 New

นายฉัททันต์กล่าว่า ททท.ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานเพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน ภายใต้กลยุทธ์ 2Q และ 4 New โดย 2Q ประกอบด้วย 1.Quick Win ฟื้นคืนฐานตลาดกลุ่มกระแสหลักโดยกระต้นกลุ่มเดินทางซ้ำ ขยายฐานกลุ่มเดินทางครั้งแรก และส่งเสริมการเดินทางในช่วงโลว์ซีซั่น และ 2.Quality เพิ่มจำนวนและกระตุ้นการใช้จ่ายของกลุ่มความสนใจพิเศษ อาทิ Health & Wellness, Wedding & Honeymoon, Sport Tourism, Luxury, Sub-Culture เป็นต้น

ส่วน 4 New ประกอบด้วย 1.New Segment การขยายสู่นักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ 2.New Area การขยายตลาดสู่ตลาดพื้นที่ใหม่ 3.New Alliance (Airline) เพิ่มพันธมิตรสายการบิน และ 4.New Mode ขยายการเข้าถึงประเทศไทยด้วยวิธีการใหม่ เช่น ทางบก รถไฟฟ้าความเร็วสูง ฯลฯ

ดึง “สื่อ-เอเย่นต์” สัมผัสของจริง

อย่างไรก็ตาม ททท.ได้กำหนดแผนระยะเร่งด่วนด้วย โดยเตรียมดำเนินการจัดกิจกรรม Media and Agent Fam Trip นำสื่อและบริษัทนำเที่ยวจากทั้งเมืองหลักและเมืองรองของจีนเข้ามาสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยว

รวมถึงเรื่องการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวหลังจากไทยมีมาตรการยกเว้นวีซ่า และมาตรฐานความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งสร้างโอกาสให้บริษัทนำเที่ยวของจีนมาพบปะคู่ค้าและบริษัทนำเที่ยวฝั่งไทย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในและกระตุ้นการขาย โดยมีแผนจัดในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2566 นี้

จัดทำ User Generated Content ในลักษณะ Testimonial ของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น มีแผนสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย พร้อมนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อในจีน เพื่อสื่อสารถึงคนจีนว่ามาเที่ยวไทยมีความสุขอย่างไร

จัดกิจกรรมร่วมกับ Social Media Douyin โดยเชิญ KOL/KOC ที่มีชื่อเสียงบนแพลตฟอร์ม (อินฟลูเอนเซอร์) ร่วมเดินทางมายังประเทศไทย และนำเสนอคอนเทนต์เชิงบวกเกี่ยวกับประเทศไทย เน้นว่ามาเที่ยวเมืองไทย นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่ดีอย่างไรบ้าง รวมถึงมีกิจกรรมส่งเสริมการขาย (joint promotion) เพื่อกระตุ้นการเดินทางร่วมกับพันธมิตรทุกเซ็กเตอร์ ครอบคลุมตลอด customer journey

ผนึก “พันธมิตร” 360 องศา

นอกจากนี้ ในส่วนที่ ททท. และพันธมิตรจีนที่ได้ร่วมลงนาม LOI ไปแล้ว 8 ราย ได้แก่ Huawei Technologies, Trip.com Group, Meituan.com, Spring Airlines, Sina News, Alipay, iQIYI และ Jego Trip เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมาอย่างจริงจังใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ เรื่องของการสื่อสาร การทำโปรโมชั่น และการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน เพื่อวางแผนการทำการตลาดร่วมกัน

“ล่าสุดคือจับมือกับแอปพลิเคชั่น Fliggy แพลตฟอร์มท่องเที่ยวเครือของอาลีบาบาในตลาดจีน เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทางการท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวคุณภาพจากจีน” นายฉัททันต์กล่าวและว่า ไม่เพียงแต่ตลาดจีนเท่านั้น ปัจจุบัน ททท.ยังพร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรแบบ 360 องศา และเชื่อว่าประเทศไทยเป็นพาร์ตเนอร์ที่ทั่วโลกแสวงหาด้วย

ตั้งเป้าปี’67 จีนมา 8.2 ล้านคน

นายฉัททันต์กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-23 พฤศจิกายน 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยแล้วรวม 3,013,190 คน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12.62% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยทั้งหมด 23.88 ล้านคน

ทั้งนี้ ททท.คาดการณ์ว่า ปี 2566 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนรวมราว 3.4-3.5 ล้านคน สร้างรายได้ได้ประมาณ 190,400-196,000 ล้านบาท (ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน/ทริปอยู่ที่ 56,000 บาท) จากเป้าหมายเดิมที่คาดว่าจะมีจำนวน 4.04-4.4 ล้านคน อย่างไรก็ตาม จากแผนการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องนี้ คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนรวม 8.2 ล้านคน สร้างรายได้รวมประมาณ 451,800 ล้านบาท

แอตต้าบุกเซี่ยงไฮ้-เฉิงตู

ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมแอตต้าในฐานะภาคเอกชนที่ดูแลตลาดท่องเที่ยวขาเข้า (อินบาวนด์) มีแผนนำผู้ประกอบการไทย อาทิ บริษัทนำเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม รวมประมาณ 60-70 บริษัท ไปโรดโชว์ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ และเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวฝั่งจีน ในช่วงระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2566

“ที่ผ่านมาบริษัททัวร์ฝั่งจีนไม่มีความเชื่อมั่นในการเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเลย เพราะมีข่าวเชิงลบของไทยในจีนเป็นจำนวนมาก เมื่อบริษัททัวร์ไม่เชื่อมั่นก็ไม่ได้ช่วยทำตลาด ทำให้สายการบินจำนวนหนึ่งจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบิน ครั้งนี้เราตั้งใจไปเรียกคืนความเชื่อมั่นของไทยทั้งในเรื่องความพร้อมในการรองรับของไทย รวมถึงความปลอดภัยระหว่างการท่องเที่ยวในประเทศไทย” นายศิษฎิวัชรกล่าวและว่า

การจัดโรดโชว์ของสมาคมแอตต้าครั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการไทยจะมีโอกาสพบปะกับบริษัทนำเที่ยวฝั่งจีนในแต่ละเมืองไม่ต่ำกว่า 300 บริษัท จากเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตติดต่อเมืองเซี่ยงไฮ้และเฉิงตู

สปริงแอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์

นายเอกลักษณ์ งิ้วพรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายการบินสปริงแอร์ไลน์ กล่าวเสริมว่า แนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวมีแนวทางการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง สายการบินสปริงแอร์ไลน์มีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินจากจีนสู่ไทยจาก 52 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็น 74 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2566 ไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (ตรุษจีน) เช่น เพิ่มความถี่เส้นทางเซี่ยงไฮ้-กรุงเทพฯ จาก 2 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 3 เที่ยวบินต่อวัน เส้นทางเซี่ยงไฮ้-ภูเก็ต จาก 1 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน เป็นต้น


“ปัจจุบันสปริงแอร์ไลน์ให้บริการเที่ยวบินจากทั้งเมืองหลักและเมืองรองของสาธารณรัฐประชาชนจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ซีอาน หนานหนิง เฉิงตู และให้บริการเส้นทางสู่เมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ โดยมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย90%” นายเอกลักษณ์กล่าว