“อินเดีย”มาแรงโหมเที่ยวไทย แอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์เบียด”จีน”

นักท่องเที่ยวอินเดียมาแรง ! เผยเป็นตลาดใหม่ที่เดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดทั้งปี ไม่มีโลว์ซีซั่น แถมใช้จ่ายต่อหัวสูง ททท.คาดปี 2020 คนอินเดียออกเที่ยวนอกประเทศพุ่งถึง 50 ล้านคน มั่นใจอีก 5 ปี เที่ยวไทยทะลุปีละ 5 ล้านคน ชี้แนวโน้มอีก 10 ปี เพิ่มเป็น 10 ล้านคนต่อปี ขึ้นแท่นเบอร์ 2 รองจากตลาดจีน ด้าน “แอร์ไลน์” ทั้งฟูลเซอร์วิส-โลว์คอสต์แห่เปิดเที่ยวบินรองรับ

อินเดีย:แหล่งข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงแนวโน้มตลาดท่องเที่ยวโดยรวมว่า อินเดียเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เนื่องจากอินเดียมีประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 25-54 ปี) มากถึง 44% มีการเติบโตของจีดีพีในช่วงปี 2559-2560 เฉลี่ยที่ 7.1% และมีอัตราการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ (outbound) เฉลี่ยที่ปีละ 10-11%

ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2020 นี้ จะมีคนอินเดียเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลกประมาณ 50 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่ผ่านมา ที่มีจำนวน 23 ล้านคน และอินเดียจะเป็นตลาดที่มีการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนได้ภายในปี 2030

“ททท.เตรียมนำนักท่องเที่ยวอินเดียเข้ามาทดแทนนักท่องเที่ยวจีนที่ขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประชากรใกล้เคียงกัน เที่ยวบินขยายตัวอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ยังเตรียมให้ความรู้กับผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งมีความต้องการแตกต่างจากนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นทั่วไป”

เจาะเซ็กเมนต์ปั้นตัวเลขรายได้

นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถิตินักท่องเที่ยวอินเดียตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา มีจำนวน 1.4 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 12% สร้างรายได้ 6.8 หมื่นล้านบาท ขยายตัวถึง 31% และคาดว่าตลอดทั้งปีนี้น่าจะมีจำนวนที่ 1.5-1.6 ล้านคน

“อินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีอัตราการใช้จ่ายต่อหัวสูง และเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการทำตลาด โดย ททท.จะมุ่งเน้นเจาะทำตลาดรายเซ็กเมนต์เป็นหลัก เช่น ตลาดเวดดิ้งและฮันนีมูน, เฮลท์แอนด์เวลเนส เป็นต้น เพื่อรักษาอัตราการเติบโตของรายได้ให้อยู่ในระดับราว 20% ต่อปี” นายฉัททันต์กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่ามีความเป็นได้สูงที่ตลาดอินเดียจะเติบโตได้ถึง 5 ล้านคน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้านี้

คาด 10 ปี ขึ้น No.2 รองจากจีน


ขณะที่นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ที่กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไปตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะมีการเติบโตในอัตราที่ลดลง โดยคาดว่าน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10% ต่อปี ไม่หวือหวาเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากฐานตลาดใหญ่ขึ้น ขณะที่คนทำตลาดก็จะมุ่งโฟกัสตลาดคุณภาพให้มากขึ้น (ไม่เน้นปริมาณ) ดังนั้น จึงมองว่าในอนาคตอีกประมาณ 10 ปีข้างหน้า อินเดียจะเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตมากและมีจำนวนเพิ่มขึ้นได้ถึง 10 ล้านคนต่อปี ใกล้เคียงกับตลาดจีนได้ จากปีนี้ที่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ราว 1.5-1.6 ล้านคน โดยจะขยับขึ้นมาเป็นตลาดที่มีจำนวนสูงอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากจีน

“แอร์ไลน์” แห่เปิดไฟลต์บินรับ

แหล่งข่าวจากธุรกิจสายการบินรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการขยายตัวอย่างชัดเจนของนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียในช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมานี้ ทำให้สายการบินต่าง ๆ ทั้งฟูลเซอร์วิสและโลว์คอสต์แอร์ไลน์ของไทยเตรียมแผนเปิดเส้นทางบินรองรับกันอย่างคึกคักทีเดียว โดยสายการบินไทยสมายล์ถือเป็นสายการบินแรก ๆ ที่ได้เปิดเส้นทางบินระหว่างไทย-อินเดีย มาตั้งแต่ปลายปี 2559 ทั้งเส้นทางบินตรงสู่เมืองใหญ่และเมืองรอง และยังคงทำการตลาดอย่างต่อเนื่องพร้อมแต่งตั้งเดอะเบิร์ด กรุ๊ป เป็นตัวแทน (GSA) สำหรับจำหน่ายตั๋วไทยสมายล์และทำการตลาดกับตัวแทนท่องเที่ยวในอินเดียด้วย

โดยปัจจุบันสายการบินไทยสมายล์เปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างไทย-อินเดีย แล้วจำนวน 5 เมือง ประกอบด้วยเมืองคยา, พาราณสี, ชัยปุระ, ลัคเนา และมุมไบ โดยได้ทยอยเปิดมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 เป็นต้นมา

เช่นเดียวกับสายการบินไทยแอร์เอเชียที่วางกลยุทธ์ขยายเส้นทางบินใหม่สู่อินเดียเพิ่มอย่างต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา ปัจจุบันให้บริการไปแล้วรวม 8 เส้นทาง คือ เมืองเจนไน, บังคาลอร์, โกลกาตา, โกชิ, ชัยปุระ, คยา, ภูวเนศวร และวิชาคปัจมา

ขณะที่นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานสายการบินไทยแอร์เอเชีย ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า อินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเป็นตลาดใหญ่ โดยไทยแอร์เอเชียได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากเส้นทางอินเดียจากประมาณ 3-5% ของรายได้รวมในปัจจุบันเป็น 15% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และเป็น 20% ในระยะยาว เพื่อบาลานซ์ความเสี่ยงจากตลาดเส้นทางจีน ซึ่งปัจจุบันครองสัดส่วนสูงถึง 30% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งเป้าหมายในอนาคตอยากมีสัดส่วนรายได้จากตลาดจีนและอินเดียอย่างละ 20% เท่ากัน

เช่นเดียวกับนายยอดชาย สุทธิธนกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต ที่เปิดเผยว่า สายการบินนกสกู๊ตได้ประกาศเปิดเส้นทางบินสู่อินเดียเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-เดลี ประเทศอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ด้วยเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 จำนวน 415 ที่นั่ง นอกจากนี้ ยังได้วางแผนขยายเส้นทางบินสู่เมืองต่าง ๆ ของอินเดียเพิ่มอีกเป็นระยะในปี 2562 นี้

ชี้คนอินเดียอยู่ทั่วโลก

นายปรีชา จำปี ผู้จัดการทั่วไป ห้างหุ้นส่วนจำกัด เดสติเนชั่น สยาม ผู้นำการขายตลาดอินเดีย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อินเดียถือเป็นตลาดที่ใหญ่ เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง มีขนาดจีดีพีใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก และเป็นประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยคาดว่าในปี 2020 หรืออีก 2 ปีข้างหน้านี้ จะมีมหาเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 35% หรือราว 4 แสนคน

โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พยายามผลักดันตลาดท่องเที่ยวของไทยให้เข้าถึงตลาดอินเดียให้มากขึ้น รวมทั้งมุ่งเน้นยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพมากขึ้น ทั้งในตลาดนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มแต่งงาน กลุ่มตลาดประชุมสัมมนา (ไมซ์) และตลาดด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอ และภาพยนตร์โฆษณาที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย

“ผมอยากให้มองตลาดคนอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วย ไม่ใช่มองอินเดียแค่ประเทศอินเดียที่มีประชากร 1,300 ล้านคน เนื่องจากกลุ่มเหล่านั้นเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมหาศาลมาก ที่สำคัญเป็นกลุ่มที่มีการเดินทางตลอดทั้งปี ไม่มีโลว์ซีซั่น เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศและพฤติกรรมการเดินทางที่หลากหลาย” นายปรีชากล่าว

คลิกอ่านเพิ่มเติม…  “แอตต้า” ชี้อินเดียมาแรง คาดอีก 10 ปี พุ่ง 10 ล้านคน

คลิกอ่านเพิ่มเติม … “แอร์เอเชีย” เปิด 10 เส้นทาง บุกหนักตลาด “จีน-อินเดีย”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleENDLESS SUMMER PHUKET เนรมิตตึกเก่าทำโชว์รูมขายสินค้าทั่วโลก
Next articleฮอนด้า โชว์นวัตกรรมสุดล้ำใน CES 2019