จีนแซงเยอรมนีส่งออกรถยนต์อันดับ 2 ของโลก คาดอีกไม่กี่ปีแซงญี่ปุ่นขึ้นเบอร์ 1

จีนส่งออกรถยนต์อันดับ 2 ของโลก
AFP / China OUT

ในปี 2565 จีนแซงเยอรมนีขึ้นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 2 ของโลกแล้วด้วยจำนวนการส่งออก 3.11 ล้านคัน คาดแซงญี่ปุ่นขึ้นเบอร์ 1 ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

วันที่ 15 มกราคม 2565 สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา จีนแซงหน้าเยอรมนีขึ้นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลกแล้ว โดยเทียบจากข้อมูลที่สมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศจีน (China Association of Automobile Manufacturers : CAAM) รายงานตัวเลขการส่งออกรถยนต์ในปี 2565 จำนวน 3.11 ล้านคัน ขณะที่สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งเยอรมนี (German Association of the Automotive Industry : VDA) รายงานตัวเลขการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 2.61 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2564 

ทั้งนี้ ข้อมูลของ CAAM ระบุว่า การส่งออกรถยนต์ของจีนในปี 2565 คิดเป็น 11.52% ของการผลิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ทั้งหมดของจีนจำนวน 27 ล้านคัน โดยการผลิตรวมเพิ่มมขึ้น 3.4% จากปี 2564  

นอกจากจีนจะแซงเยอรมนีขึ้นเป็นผู้ส่งออกเบอร์ 2 แล้ว นักวิเคราะห์บอกว่า การส่งออกรถยนต์ของจีนกำลังขยับเข้าใกล้ญี่ปุ่น และมีแนวโน้มที่จะแซงขึ้นไปครองตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 ของโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 

จากข้อมูลของ MarkLines ผู้ให้บริการข้อมูลอุตสาหกรรมยานยนต์ ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2565 ผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นได้ส่งออกรถยนต์จำนวน 3.2 ล้านคัน ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปี 2564 และการส่งออกรวมทั้งปีคาดว่าจะลดลงจากปี 2564 ที่ส่งออกรวม 3.82 ล้านคัน 

เฉา หัว (Cao Hua) หุ้นส่วนของบริษัทจัดการการลงทุนและบริหารสินทรัพย์ Unity Asset Management กล่าวว่า การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของการส่งออกรถยนต์ของจีนช่วยให้ประเทศได้รับชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ที่ทรงอิทธิพล เนื่องจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้คนนอกจีนแผ่นดินใหญ่

เขาบอกอีกว่า รถยนต์ไฟฟ้าของจีนมีส่วนแบ่งการตลาดอย่างมากในประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ และรถยนต์ไฟฟ้าของจีนจะขับเคลื่อนประเทศไปสู่ตำแหน่งผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในที่สุด 

จีนส่งออกรถยนต์อันดับ 2 ของโลก
AFP / China OUT

สำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศของจีนเอง ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาตั้งแต่ปี 2552 ถูกครองโดยแบรนด์ต่างประเทศ เช่น Volkswagen, General Motors, BMW และ Mercedes-Benz แต่ตอนนี้แบรนด์ในประเทศจีน เช่น BYD และ Geely กำลังเร่งทำตลาดทั่วโลก โดยได้รับการสนับสนุนจากห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่แข็งแกร่ง 

ทั้งนี้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกรถยนต์ของจีนโตขึ้น โดยยอดการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2565 อยู่ที่ 679,000 คัน เพิ่มขึ้น 120% เมื่อเทียบกับปี 2564 

Citic Securities ธนาคารเพื่อการลงทุนในประเทศจีนคาดการณ์ไว้ในรายงานการวิจัยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า การส่งออกรถยนต์ของจีนอาจสูงถึง 5.5 ล้านคันในปี 2573 (ค.ศ. 2030) โดย 2.5 ล้านคันจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 

ส่วนตลาดภายในประเทศเอง จีนก็เป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการจูงใจจากรัฐบาล เช่น การอุดหนุนเงินค่ารถยนต์ไฟฟ้า การลดภาษี และการแจกทะเบียนรถ

ตามข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน (China Passenger Car Association : CPCA) ปัจจุบันจีนมีบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 200 ราย และแบรนด์ในประเทศครองส่วนแบ่งตลาดในประเทศถึง 84.7% ในปี 2565 


………………………….