เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
ดูทั้งหมด

“อินเดีย” กับเป้าหมาย เจ้าตลาด SaaS 1 ล้านล้านดอลลาร์

18 ก.ย. 2564 | 15:16น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
นงนุช สิงหเดชะ

บรรดานักวิเคราะห์ประเมินว่า “สิ่งใหญ่ ๆ” ลำดับต่อไปด้านเทคโนโลยี ที่จะเกิดกับประเทศใหญ่ ๆ อย่างอินเดีย ก็คือการก้าวสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านระบบคลาวด์ หรือ software-as-a-service (SaaS) ซึ่งแพลตฟอร์ม SaaS ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีอยู่แล้วในขณะนี้ ก็อย่างเช่น Zoom, SAP Concur, Slack เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นบริษัทจากฝั่งอเมริกา โดยปัจจุบันแม้อินเดียจะยังเป็นเพียงผู้เล่นรายเล็กในตลาดโลก แต่ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญภายในปี 2030

อินเดียได้เริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่านเพื่อไปสู่การเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลด้านเทคโนโลยีตั้งแต่ 20 กว่าปีที่แล้ว เพื่อนำทางไปสู่การสร้างความมั่งคั่งและสร้างงานให้กับประเทศอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และตอนนี้พร้อมแล้วที่จะก้าวสู่พรมแดนใหม่ครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งก็คือ SaaS ที่กำลังเติบโตทั่วโลก โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ที่บังคับให้ธุรกิจทั่วโลกต้องทำงานที่บ้าน กระตุ้นให้ความต้องการใช้แพลตฟอร์ม SaaS สูงขึ้น โดยปีที่แล้วธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลกใช้จ่ายสัปดาห์ละ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อลงทุน SaaS

ข้อมูลที่รวบรวมโดยบริษัทที่ปรึกษา McKinsey และ SaaSboomi ซึ่งเป็นชุมชนผู้นำธุรกิจ SaaS ในอินเดีย ประเมินว่าภายในปี 2030 อุตสาหกรรม SaaS ของอินเดีย อาจแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และช่วยให้เกิดการจ้างงานเกือบ 5 แสนตำแหน่ง โดยปัจจุบันบริษัทที่ทำธุรกิจ SaaS ในอินเดีย มีอยู่แล้วเกือบ 1,000 บริษัท ในจำนวนนี้เป็นบริษัทสตาร์ตอัพที่มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป หรือยูนิคอร์น 10 บริษัท

“กริช มัตรุบูทัม” ซีอีโอของ Freshworks บริษัท SaaS ชื่อดังของอินเดีย บอกว่า นี่อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมบริการไอทีแบบเดียวกับทศวรรษ 1990 โดยบริษัทของเขาเพิ่งยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นให้สาธารณชนครั้งแรก หรือไอพีโอ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เช่นเดียวกับบริษัทยูนิคอร์นอีกหลายแห่งที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้นปีนี้

นักลงทุนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจเข้าลงทุน SaaS ของอินเดีย โดยปีที่แล้วเงินลงทุนอยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ประมาณ 4 เท่า เนื่องจากนักลงทุนมองเห็นว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การยอมรับซอฟต์แวร์ประเภทนี้ทั่วโลกมีมหาศาล ขณะเดียวกันเชื่อว่า 
อินเดียอาจจะกลายเป็นเจ้าตลาด SaaS เนื่องจากปัจจัยสำคัญ 2 อย่าง คือ มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมากที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และค่าจ้างค่อนข้างต่ำ

ต้นทุนปฏิบัติการที่ต่ำในอินเดียเป็นข้อได้เปรียบอย่างยิ่ง ตามข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา Bain & Company ระบุว่า เงินเดือนแรกเข้าของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในอินเดียต่ำกว่าอเมริกาถึง 85% การเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมไอที ทำให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์กลายเป็นหนึ่งในอาชีพที่ชาวอินเดียอยากทำมากที่สุด “โมหิต ภัตนคร” กรรมการผู้จัดการ Sequoia Capital ชี้ว่า อันที่จริง อินเดียมีชุมชนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หลายคนเคยทำงานในบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ที่สุดของโลกในอเมริกามาแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ระบุว่า การที่บริษัท SaaS ของอินเดียจะเข้าสู่ตลาดโลกนั้น ง่ายกว่าบริษัทอีคอมเมิร์ซอย่าง Flipkart เพราะเพียงแค่เขียนซอฟต์แวร์ครั้งเดียวก็สามารถใช้ได้หลาย ๆ ครั้ง แต่อีคอมเมิร์ซนั้นหากอยากเติบโตในตลาดโลกต้องใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ SaaS ใช้เงินน้อยกว่ามาก เพราะว่าอีคอมเมิร์ซต้องใช้เงินมากเพื่อใช้ในปฏิบัติการทางกายภาพ เช่น เช่าโกดัง ต้องจ้างคนขับรถเพื่อจัดส่ง และต้องซื้อสินค้าคงคลัง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่า แม้จะมีความหวังในทางบวกว่า ธุรกิจ SaaS ของอินเดีย จะทะยานไปสู่ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ แต่บริษัทอินเดียต้องเอาชนะอุปสรรคหลายอย่างก่อนจะก้าวไปถึงจุดนั้น เพราะวิศวกรอินเดีย
ที่ได้รับการฝึกฝนในอุตสาหกรรมบริการไอที รู้สึกว่ายากที่จะพัฒนาระเบียบวินัยที่จำเป็นเพื่อสร้างบริษัทที่เน้นการออกผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งโดยเฉพาะ

ระบบนิเวศของกิจการสตาร์ตอัพในอินเดียยังไม่มีวุฒิภาวะหรือโตเต็มที่ เมื่อเทียบกับซิลิคอนวัลเลย์ แม้ว่าจะมีบริษัทยูนิคอร์นขนาดใหญ่ของตัวเอง แต่อินเดียยังไม่มีแบรนด์ทรงอิทธิพลระดับโลกเป็นของตัวเอง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อินเดีย