ไบเดน เล็งรีดภาษีเศรษฐี เพิ่มงบฯความมั่นคงต้านอิทธิพลจีน-รัสเซีย

Photo by Nicholas Kamm / AFP

ไบเดน เปิดแผนงบประมาณปี 2023 เตรียมเพิ่มเก็บภาษีคนรวยที่ครองทรัพย์สินเกิน 100 ล้านดอลลาร์ – ลดงบฯขาดดุล ทุ่มวิจัยเทคโนโลยีความมั่นคง

วันที่ 29 มีนาคม 2565 ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า คณะบริหารรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน เปิดแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 2023 วงเงินเกือบ 6 ล้านล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า แผนดังกล่าวนอกจากมาตรการกระตุ้นการฟื้นเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ แล้วยังถือเป็นการลงทุนด้านความมั่นคงของชาติครั้งใหญ่สุดของประเทศ ท่ามกลางช่วงเวลาที่สหรัฐเผชิญภัยคุกคามจากรัสเซียและจีน

ในการแถลงแผนงบประมาณที่ทำเนียบขาวระบุว่า รัฐบาลไบเดนมุ่งเป้าหมายสำคัญ 3 ประการสำหรับแผนงบประมาณปีหน้าคือ ความรับผิดชอบทางการเงิน ความปลอดภัยและความมั่นคง และการลงทุนเพื่อสร้างอเมริกาที่ดีขึ้น

ภายใต้แนวคิดความรับผิดชอบทางการเงิน รัฐบาลไบเดนระบุว่ารวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีผ่านการเรียกเก็บภาษีขั้นต่ำ 20% จากครัวเรือนในสหรัฐที่มีทรัพย์สินตั้งแค่ 100 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามลดการขาดดุลงบประมาณและฟื้นฟูด้านการคลังของประเทศในระยะยาว ตลอดจนเสริมสร้างและสนับสนุนแนวทางสร้างความมั่นคงของประเทศ

ในการแถลงข่าวร่วมกับ Shalanda Young ผู้อำนวยการสำนักจัดการงบประมาณสหรัฐระบุว่า รัฐบาลไบเดนได้บรรลุสิ่งที่สำนักงบประมาณสหรัฐพยายามผลักดันมานาน โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลตั้งแต่ยุครัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสหรัฐประสบเหตุขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน

สำหรับแผนงบประมาณปี 2023 ซึ่งจะเริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะรวมถึงการจัดสรรงบฯให้กับกระทรวงกลาโหมในวงเงิน 7.73 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งจำนวนนี้รวมถึงงบประมาณสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวกับยูเครนถึง 6.9 พันล้านดอลลาร์ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสำหรับสหรัฐและชาติพันธมิตรในการรับมือต่อภัยคุกคามจากรัสเซีย

แผนงบนปี 2023 ยังครอบคลุมถึงการทุ่มงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาในด้านความมั่นคงเป็นมูลค่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการทุ่มงบฯแก่การวิจัยมากที่สุดเท่าที่กระทรวงกลาโหมเคยเสนอ โดยมีเป้าเพื่อยกศักยภาพหลายส่วนทั้งปัญญาประดิษฐ์ ยุทโธปกรณ์ล้ำสมัย และการต่อต้านสงครามไซเบอร์


“นี่ถือเป็นการลงทุนด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์สหรัฐ บางคนอาจมองว่ารัฐบาลไม่ควรเพิ่มงบฯดังกล่าว แต่ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว” ไบเดนกล่าวในตอนหนึ่งของการแถลงแผนงบประมาณ