อุตสาหกรรม “การบิน” เป็นภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะการเดินทางที่หยุดชะงักทำให้การบินเป็นอัมพาตแทบทั้งหมดและความต้องการ “เครื่องบิน” ของสายการบินต่าง ๆ ก็ลดลงในทันที แต่สถานการณ์ที่คลี่คลายลงในขณะนี้สร้างความหวังในการฟื้นตัวให้กับผู้ผลิตเครื่องบินอีกครั้ง แม้ว่าจะยังคงมีความท้าทายอีกมากที่รออยู่ข้างหน้า
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า กำหนดการ “งานจัดแสดงอากาศยานนานาชาติฟาร์นโบโรห์ 2022” (Farnborough International Airshow 2022) ที่สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 18 ก.ค.-22 ก.ค.นี้ โดยมีผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำกว่า 70 รายทั่วโลก อาทิ แอร์บัส, โบอิ้ง, ล็อกฮีด มาร์ติน, โรลส์-รอยซ์ และบีเออี ซิสเต็มส์ เข้าร่วมจัดแสดงเครื่องบินทั้งเชิงพาณิชย์และทางการทหารที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้
งานแอร์โชว์ครั้งนี้นับเป็นการพบปะกันแบบตัวต่อตัวของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอีกครั้ง หลังจากที่เว้นวรรคการจัดแสดงเครื่องบินครั้งสุดท้ายที่กรุงปารีสในปี 2019 ด้วยสถานการณ์โควิด-19
ผู้ผลิตเครื่องบินต่างมุ่งหวังจะได้รับคำสั่งซื้อมากขึ้นในงานฟาร์นโบโรห์แอร์โชว์ครั้งนี้ โดย “แอร์บัส” ผู้ผลิตเครื่องบินยุโรปซึ่งได้บรรลุข้อตกลงกับสายการบิน “เดลตา แอร์ไลน์” ของสหรัฐไปก่อนหน้านี้ในการสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น A220 จำนวน 95 ลำ ก็คาดหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงซื้อเครื่องบินเพิ่มเติมกับเดลตาฯอีกราว 12 ลำในงานนี้
ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า “โบอิ้ง” ผู้ผลิตเครื่องบินอเมริกันเตรียมเจรจาข้อตกลงขายเครื่องบิน รุ่น 737 Max ถึง 130 ลำให้กับสายการบินเดลตาฯในงานนี้เช่นกัน ส่วนผู้ผลิตเครื่องยนต์อากาศยานอังกฤษอย่าง “โรลส์-รอยซ์” ก็เปิดเผยถึงสัญญาณการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน จากปริมาณคำสั่งซื้อที่กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อีกประเด็นที่เป็นที่จับตา คือ ความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมการบินของ “จีน” ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของผู้ผลิตเครื่องบินระดับโลกที่ยังไม่เปิดพรมแดนระหว่างประเทศ ขณะเดียวกัน จีนก็กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของตนเองอย่างรวดเร็ว แต่ข้อจำกัดการเดินทางที่เข้มงวดในปัจจุบันส่งผลให้ตลาดการบินของจีนยังคงไม่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม เมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แอร์บัสได้รับคำสั่งซื้อเครื่องบิน รุ่น A320 จากสายการบินจีน 4 ราย รวม 292 ลำ ถือเป็นคำสั่งซื้อเครื่องบินจำนวนมากจากจีนครั้งแรกนับจากการระบาดของโควิด-19
“แอนดี้ โครนิน” ซีเอฟโอของ “อโวลอน” บริษัทให้เช่าเครื่องบินระดับโลกชี้ว่า “เมื่อไรที่จีนเปิดพรมแดนระหว่างประเทศอีกครั้งจะเกิดความต้องการครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม ซึ่งในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมามีเครื่องบินจำนวนมากที่ถูกปลดระวางทั้งถาวรและกึ่งถาวร ประกอบกับปัญหาวิกฤตพลังงานและการผลิตที่ล่าช้าในปัจจุบันอาจเป็นผลให้เครื่องบินไม่เพียงพอต่อความต้องการได้”
ขณะที่ข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) แสดงให้เห็นการฟื้นตัวของภาคการบินอย่างต่อเนื่อง โดปริมาณการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาขยายตัวขึ้น 83.1% จาก พ.ค. 2021 แต่ยังคงมีสัดส่วนเพียง 68.7% เมื่อเทียบกับปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่มากที่สุดในปี 2019 ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความไม่แน่นอนในปัจจุบันยังคงท้าทายการฟื้นตัวของภาคการบิน ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ ปัญหาด้านซัพพลายเชน รวมถึงการขาดแคลนแรงงาน ล่าสุดรอยเตอร์สรายงานว่า โบอิ้งได้ปรับลดคาดการณ์ความต้องการเครื่องบินทั้งอุตสาหกรรมในช่วง 20 ปีข้างหน้าลงเล็กน้อยจากเดิม 43,610 ลำ มาอยู่ที่ 41,170 ลำ
สาเหตุหลักมาจากสงครามยูเครนที่ทำให้รัสเซียถูกแบนออกจากตลาดการซื้อขายเครื่องบินนานาชาติ