กต.จีนเดินหน้า บอกไทย-กัมพูชา พบกัน ‘คนละครึ่งทาง’
จีนส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่ “ตัวกลางเชิงสร้างสรรค์” เพื่อช่วยลดระดับความตึงเครียดระหว่างไทยและกัมพูชา หลังเกิดเหตุสถานการณ์ชายแดนปะทุอีกระลอก ทางการจีนระบุว่าทั้งสองประเทศในฐานะเพื่อนบ้านใกล้ชิดควร “พบกันคนละครึ่งทาง” และหลีกเลี่ยงไม่ให้ข้อพิพาทบานปลาย
รายงานจาก Global Times เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ระบุถ้อยแถลงของ กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่ตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับเหตุปะทะชายแดนรอบล่าสุด เมื่อถูกถามประเด็นเครื่องบินรบของไทยโจมตีจุดปืนใหญ่ของกัมพูชาในวันจันทร์ที่ผ่านมา
กัว เจียคุน กล่าวว่า “หวังอย่างจริงใจให้กัมพูชาและไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ รักษาความยับยั้งชั่งใจ และเดินหน้าในทิศทางเดียวกันเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลาม” พร้อมย้ำว่า จีนจะยังคง “ทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเชิงสร้างสรรค์ในแบบของตนเอง” เพื่อช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายและกลับสู่ความสงบ
ถ้อยแถลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของจีนในการรักษาบทบาทผู้สนับสนุนเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเด็นข้อพิพาทชายแดนที่มีผลต่อความมั่นคงและการค้าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จีนมีผลประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์สูง ทั้งในด้านการคมนาคม เศรษฐกิจ และความร่วมมือด้านความมั่นคง
ก่อนหน้านี้ สื่อทางการจีนยังเผยแพร่บทความที่สะท้อนท่าทีสอดคล้องกัน ได้แก่
- จีนสนับสนุนไทยและกัมพูชาให้จัดการข้อพิพาทผ่าน “การหารือและปรึกษาหารือโดยสันติ”
- จีนรักษาจุดยืน “เป็นกลางและยุติธรรม” พร้อมปฏิเสธรายงานที่จีนถูกกล่าวหาว่าจัดส่งอาวุธในปริมาณมหาศาลให้กัมพูชา ทางการมองว่าข่าวดังกล่าวเป็นความพยายามของชาติตะวันตกในการสร้างภาพลบต่อบทบาทของจีนในภูมิภาค
- รวมถึงรายงานด้านการทูตที่รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ พบหารือกับรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซุน จันทอล ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งสะท้อนว่าสายสัมพันธ์จีน-กัมพูชายังคงแนบแน่น
การออกแถลงการณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นว่าปักกิ่งต้องการย้ำบทบาท “ผู้ประสานความสงบ” ในสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงโดยรวมของอาเซียน ขณะเดียวกันยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังประชาคมอาเซียนว่า จีนต้องการผลักดันการแก้ปัญหาผ่านการทูต