อาจารย์ปวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โพสต์เฟซบุ๊ก วิเคราะห์ถึงผลกระทบ 4 ข้อที่ไทยอาจได้รับ จากกรณีผู้นำสหรัฐส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ โยงการไม่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเข้ากับการยึดครองกรีนแลนด์
ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ศาสตราจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (CSEAS) มหาวิทยาลัยเกียวโต นักรัฐศาสตร์ และอดีตนักการทูต โพสต์โซเชียลมีเดียวิเคราะห์ผลกระทบที่ไทยอาจต้องเผชิญ จากกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งข้อความส่วนตัวถึงนายโยนาส การ์ สเตอร์ นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ โดยเชื่อมโยงความล้มเหลวในการได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เข้ากับแผนการเข้ายึดครองกรีนแลนด์
โดยแม้กรีนแลนด์จะอยู่ไกลจากไทยมาก แต่ผลกระทบที่ตามมาจะส่งถึงคนไทยในหลายมิติ ดังนี้
1. สงครามการค้าโลกรอบใหม่ การที่ทรัมป์ใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองกับพันธมิตรยุโรป (อียู) จะทำให้ห่วงโซ่อุปทานโลกปั่นป่วน และหากยุโรปตอบโต้ด้วยมาตรการทางการค้า อาจทำให้สินค้าส่งออกของไทยและต้นทุนสินค้านำเข้าผันผวนตามความตึงเครียดนี้
2. บรรทัดฐานใหม่ของกฎหมายระหว่างประเทศ หากสหรัฐสามารถเข้ายึดครองหรือบังคับซื้อดินแดนจากประเทศอื่นได้สำเร็จโดยอาศัยกำลังหรือการบีบคับทางเศรษฐกิจ จะเป็นการทำลายหลักการ “อธิปไตยเหนือดินแดน” ซึ่งเป็นพื้นฐานของความปลอดภัยของทุกประเทศ รวมถึงไทย
3. ความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียน เมื่อทรัมป์ประกาศว่า “ไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องสันติภาพ” และมุ่งเน้นผลประโยชน์ของสหรัฐเป็นหลัก ยุทธศาสตร์ในทะเลจีนใต้หรือความสัมพันธ์กับจีนอาจเปลี่ยนไปในทิศทางที่รุนแรงขึ้น ไทยซึ่งอยู่ตรงกลางของความขัดแย้งมหาอำนาจจึงต้องเฝ้าระวังท่าทีที่คาดเดาไม่ได้นี้ นอกจากนั้น ไทยยังมีสงครามกับกัมพูชา การที่สหรัฐ เปลี่ยนจากผู้สนับสนุนสันติภาพมาเป็นผู้ก่อสงคราม จะมีผลต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาแน่นอน
4. วิกฤตความเชื่อมั่นในองค์กรระหว่างประเทศ การที่ผู้นำประเทศมหาอำนาจเมินเฉยต่อองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต (North Atlantic Treaty Organization : NATO) และกดดันกลไกอิสระอย่างคณะกรรมการโนเบล สะท้อนถึงยุคสมัยที่ข้อตกลงพหุภาคีอาจไม่มีความหมาย ซึ่งจะกระทบต่ออำนาจการต่อรองของประเทศขนาดกลางและเล็กในเวทีโลก
“สรุปได้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การระบายอารมณ์ของผู้นำคนหนึ่ง แต่เป็นการเปลี่ยนทิศทางนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ จากผู้รักษาสันติภาพ เป็นผู้ล่าผลประโยชน์อย่างเต็มตัว ซึ่งจะส่งผลให้ระเบียบโลกที่ไทยคุ้นเคยเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง” ศ.ดร.ปวินกล่าว
ก่อนหน้านี้รอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 19 มกราคมว่า ทรัมป์ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ว่า ไม่จำเป็นต้องคิดถึงเรื่องสันติภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
“ถึงโยนาส เมื่อพิจารณาว่าประเทศของคุณตัดสินใจไม่มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ผม สำหรับการหยุดยั้งสงครามมากกว่า 8 ครั้ง ผมจึงไม่รู้สึกว่า มีภาระผูกพันที่จะต้องคิดถึงแต่เรื่องสันติภาพเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แม้ว่าสันติภาพจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ แต่ตอนนี้ผมสามารถคิดถึงสิ่งที่ดีและเหมาะสมสำหรับสหรัฐอเมริกาได้แล้ว” ทรัมป์ระบุในจดหมายที่ส่งถึงนายโยนาส
ด้านนายโยนาสระบุว่า อธิบายให้ทรัมป์ฟังอย่างชัดเจนหลายรอบแล้วว่า คณะกรรมการโนเบลที่มอบรางวัลนั้นเป็นอิสระ และไม่ใช่รัฐบาลนอร์เวย์

บริบทดังกล่าว เริ่มจากการที่คณะกรรมการโนเบลนอร์เวย์ประกาศมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2025 ให้กับมาเรีย คอรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา แทนที่จะเป็นทรัมป์ซึ่งเฝ้ารอรางวัลนี้มาตลอด
“ทรัมป์จึงหันมาทำในสิ่งที่ดีและเหมาะสมต่อสหรัฐแทน ซึ่งก็คือการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์อย่างเบ็ดเสร็จ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง เพื่อป้องกันอิทธิพลจากรัสเซียและจีน” ศ.ดร.ปวินกล่าว
การประกาศดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงคำขู่ลอย ๆ เพราะทรัมป์สั่งเก็บภาษีนำเข้า 10% และจะเพิ่มเป็น 25% ต่อ 8 ชาติพันธมิตรนาโตที่คัดค้านดีลนี้ รวมถึงเดนมาร์กและนอร์เวย์ อีกทั้งยังตั้งคำถามถึงสิทธิความเป็นเจ้าของ ของเดนมาร์กเหนือกรีนแลนด์ว่า ไม่มีหลักฐานทางกฎหมายที่ชัดเจน เป็นเพียงเรื่องของเรือที่มาจอดเมื่อหลายร้อยปีก่อนเท่านั้น
“ผมทำเพื่อนาโตมากกว่าใคร ๆ นับตั้งแต่ก่อตั้ง และตอนนี้นาโตควรทำอะไรบางอย่างเพื่อสหรัฐอเมริกาบ้าง โลกจะไม่ปลอดภัยหากเราไม่มีอำนาจควบคุมกรีนแลนด์อย่างสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ ขอบคุณครับ” ทรัมป์กล่าวปิดท้ายข้อความ