ตลาดหุ้นญี่ปุ่นดีดแรง ขานรับ ‘ทาคาอิจิ’ นำแอลดีพี กวาดชัยถล่มทลาย ขณะที่เงินเยนอ่อนค่า ‘ทรัมป์’ ร่วมยินดี
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง โดยดัชนีหุ้นนิกเคอิดีดขึ้น 4.4% ในการเปิดซื้อขายในเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ขานรับชัยชนะอย่างเด็ดขาดของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) กวาดชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปอย่างถล่มทลายเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งสื่อญี่ปุ่นหลายสำนักอย่างสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคเรียกขานว่าเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์
โดยผลคะแนนล่าสุดที่คาดการณ์โดยสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคชี้ว่า พรรคแอลดีพีครองเสียงข้างมาก 2 ใน 3 อย่างเด็ดขาด โดยคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไปได้ 316 ที่นั่ง จากทั้งสิ้น 465 ที่นั่ง เมื่อรวมกับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) หรือ อิชิน พรรคพันธมิตร ทำให้มีเสียงชนะรวมกัน 352 ที่นั่ง
นักวิเคราะห์มองว่าชัยชนะอย่างถล่มทลายตามคาดของทาคาอิจิได้ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางเมืองและเพิ่มความคาดหวังว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะได้รับแรงหนุนจากนโยบายของทาคาอิจิ
ยูกะ มาโรเซก นักวิเคราะห์การลงทุนกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งและการดำเนินการตามแนวนโยบายที่จะเกิดขึ้น เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การปรับลดภาษีและการลดกฎระเบียบจะเป็นเชื้อเพลิงเพิ่มเติมช่วยกระตุ้นแนวโน้วขาขึ้นที่มีอยู่แล้ว
ด้านอุลริเก ชาเดอ อาจารย์ภาคธุรกิจประจำมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก กล่าวว่าชัยชนะอย่างถล่มทลายตามที่คาดการณ์ไว้ของนางทาคาอิจิ ทำให้ญี่ปุ่นแข็งแกร่ง ดังนั้น เงินเยนจึงแข็งค่าขึ้น
โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้นต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับขึ้นราว 0.5% อยู่ที่ 156.394 เยนต่อดอลลาร์ จากที่อ่อนค่าลง 0.3% ก่อนหน้านี้ซึ่งอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ เงินเยนยังฟื้นตัวจากการอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้อ่อนค่าลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย
เจสเปอร์ คอลล์ นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า มีความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยชัยชนะของทาคาอิจิยังถือเป็นการให้อำนาจและความชอบธรรมแก่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งเขากล่าวว่าตลาดจะสะท้อนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้ง ไม่ใช่ 2 ครั้ง ภายในปีนี้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ทาคาอิจิ แถลงผ่านทางโทรทัศน์หลังทราบผลเลือกตั้งในคืนวันอาทิตย์ว่า เรามีความรับผิดชอบที่หนักยิ่งในการมุ่งมั่นดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ในช่วงหาเสียงอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกล่าวว่า ทาคาอิจิจะยังไม่ปรับคณะรัฐมนตรีซึ่งเพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อไม่ถึง 4 เดือนที่ผ่านมา โดยเรียกคณะรัฐมนตรีชุดนี้ว่าเป็น “ทีมที่ดี” และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่นซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะร่วมกันรับผิดชอบในคณะรัฐมนตรี แม้ว่าพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่นจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใด ๆ ตามข้อตกลงการร่วมรัฐบาลกับพรรคแอลดีพีก็ตาม
นอกจากนี้ ทาคาอิจิยังให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุกอย่างมีความรับผิดชอบ หลังจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นเผชิญกับการเติบโตที่ซบเซามาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศสนับสนุนนางทาคาอิจิในศึกเลือกตั้งญี่ปุ่นครั้งนี้ ออกมาโพสต์บนทรูทโซเชียล ในวันที่ 8 ก.พ. แสดงความยินดีกับนางทาคาอิจิ หลังจากพรรคร่วมรัฐบาลของเธอชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย โดยทรัมป์อวยพรให้ทาคาอิจิ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการผลักดันวาระอนุรักษนิยมและสันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สนับสนุนคุณ” ทรัมป์โพสต์ และเสริมว่าเธอเป็นผู้นำที่ได้รับความเคารพอย่างสูงและความนิยมอย่างมาก การตัดสินใจอย่างกล้าหาญและชาญฉลาดของซานาเอะในการประกาศจัดการเลือกตั้งนั้น ให้ผลตอบแทนอย่างงดงาม
ทาคาจิ นักการเมืองสายอนุรักษนิยมอย่างแข็งกร้าว ผู้ได้ฉายาว่า “สตรีเหล็ก” ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น หลังเธอได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแอลดีพีในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทาคาอิจิได้ให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลและลดภาษี แต่บรรดานักวิจารณ์เตือนว่านโยบายดังกล่าวอาจยิ่งซ้ำเติมความไม่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ซบเซาอยู่แล้ว
ทาคาอิจิยังให้คำมั่นว่าจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม เข้มงวดกฎระเบียบด้านการย้ายถิ่นฐาน และทบทวนข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือครองที่ดินในญี่ปุ่นของชาวต่างชาติ
ในเวทีระหว่างประเทศ เธอได้ผลักดันความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งประกาศสนับสนุนเธอเพียงไม่กี่วันก่อนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ท่าทีแข็งกร้าวของเธอในประเด็นไต้หวันได้สร้างความตึงเครียดอย่างรุนแรงต่อความสัมพันธ์กับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น
ที่มา : มติชน