เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

อิหร่านฉลองปฏิวัติอิสลาม ทูตเล่าสัมพันธ์ไทยยาวนาน 420 ปี

13 ก.พ. 2569 | 15:39น.

สถานทูตอิหร่านจัดงานเฉลิมฉลองในโอกาส 47 ปี แห่งการปฎิวัติอิสลามอิหร่าน โดยมีเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย และรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นกล่าวเปิดงาน ชูจุดเด่นความสัมพันธ์ไทย-อิหร่านยาวนาน 420 ปี โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว 

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 47 ปี วันแห่งการปฏิวัติอิสลามและวันชาติอิหร่าน ณ โรงแรมอัล มีรอซ โดยเอกอัครราชทูต ดร.นัสเซอร์เรดดีน ไฮดารี กล่าวเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ไทย-อิหร่านยาวนานกว่า 420 ปี ย้อนไปได้ถึงสมัยอยุธยา พร้อมระบุไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวอิหร่าน

เอกอัครราชทูตไฮดารีกล่าวเปิดงานด้วยการเล่าถึง การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ซึ่งเกิดจากเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการเอกราชและศักดิ์ศรีคืนจากระบอบเผด็จการที่เห็นแก่ประโยชน์ต่างชาติ โดยตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา แม้จะเผชิญกับความท้าทายและการคว่ำบาตร แต่อิหร่านมีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ และเศรษฐกิจ อีกทั้งยึดมั่นในนโยบายต่างประเทศที่สมดุล เน้นความร่วมมือพหุภาคีเพื่อสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืน

ทูตไฮดารีกล่าวถึงความสัมพันธ์ ไทย-อิหร่าน ซึ่งมีความสัมพันธ์ยาวนานเริ่มต้นตั้งแต่ 420 ปีก่อน เมื่อ เชค อะหมัด กุมมีพ่อค้าชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) เข้ามาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา และสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ศาสนา และประชาชนระหว่างสองอารยธรรม ภายหลังเชค อะหมัดเข้ารับตำแหน่งจุฬาราชมนตรีคนแรกของสยามและเป็นต้นตระกูลบุนนาค

นอกจากภูมิหลังทางประวัติศาสตร์แล้ว ปีที่ผ่านมายังเป็นปีครบรอบ 70 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอิหร่านและไทย การรำลึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่ยาวนานนี้ เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจในความสัมพันธ์อันดีเยี่ยมระหว่างสองชาติทูตไฮดารีกล่าว

ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ของชาวไทยและอิหร่านกำลังเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ โดยทูตเน้นย้ำถึงความร่วมมือทางวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวอิหร่าน

ในปี 2025 มีนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านมากกว่า 71,000 คน เดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยอิหร่านมีความกระตือรือร้นที่จะขยายความร่วมมือทวิภาคีในด้านวัฒนธรรม การเมือง และเศรษฐกิจ รวมถึงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ

แม้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านที่มาเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ในทางตรงกันข้ามจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปอิหร่านยังคงอยู่ในระดับปานกลาง สถานเอกอัครราชทูตจึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการขั้นพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟูรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของสองประเทศทูตไฮดารีกล่าว

ในเดือนมกราคม 2025 สถานเอกอัครราชทูตอิหร่านได้จัดงานในกรุงเทพฯ โดยมีบริษัทท่องเที่ยวสัญชาติไทยเข้าร่วมมากกว่า 30 บริษัท เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ และส่งเสริมให้คนไทยได้เห็นความงามของเปอร์เซีย และในเดือนพฤษภาคม 2025 ก็มีบริษัทท่องเที่ยวของไทยจำนวนหนึ่ง เข้าร่วมงาน IRAN EXPO ในกรุงเตหะรานและเกาะคิช

ทูตไฮดารีกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยได้สัมผัสอิหร่านด้วยตนเอง โดยอิหร่านมีโบราณสถานและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดอันดับ 10 ของโลก และติดอันดับ 5 ของโลก ในด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย

นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว บริษัทด้านวิทยาศาสตร์จาก 2 ชาติ ยังประสบความสำเร็จในการแลกเปลี่ยนปรึกษาหารือ ด้วยเหตุนี้ สถานทูตอิหร่านจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้เห็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในทุกด้านที่ทั้งสองฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งยังมีศักยภาพมหาศาลที่สามารถเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศได้

ด้านนางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขึ้นกล่าวแสดงความยินดี โดยกล่าวว่า ประชาชนคือสะพานเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ ดังที่ทราบกันดีว่า มีชุมชนชาวไทยเชื้อสายอิหร่านอาศัยอยู่ในประเทศไทย และในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านจำนวนมากเดินทางมาเยือนไทย สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพที่แข็งแกร่งและงดงามระหว่างประชาชนของสองประเทศ

อีกทั้งนอกเหนือจากความสัมพันธ์ในระดับประชาชนแล้ว ไทยและอิหร่านยังส่งเสริมความร่วมมือในทุกระดับตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผ่านกลไกทวิภาคีต่าง ๆ อาทิ คณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission) คณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee) การประชุมปรึกษาหารือทางการเมืองระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ (Political Consultations) และการประชุมหารือด้านการกงสุล (Consular Consultations) ซึ่งกลไกเหล่านี้ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันดีของรัฐบาลทั้งสองประเทศในการส่งเสริมความร่วมมือที่เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในหลากหลายมิติ

ในโอกาสนี้ ดิฉันยินดีที่จะแจ้งให้ทราบถึงความสำเร็จของการจัดการประชุมหารือด้านการกงสุลไทย-อิหร่าน ครั้งที่ 5 ระหว่างกรมการกงสุลของกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2025 ในกรุงเทพฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่สร้างสรรค์และเน้นย้ำถึงโอกาสการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันที่มากขึ้นในอนาคตนางศิริลักษณ์กล่าว