Skip to content

สงครามอิหร่านวันที่ 12 เรือไทยถูกจรวดโจมตีแรงสุด-กองทัพ IRGC เผยเป้าหมายชอบธรรม เตือนไม่ฟัง

11 มี.ค. 2569 | 16:58น.
สงครามอิหร่านวันที่ 12 เรือไทยถูกจรวดโจมตีแรงสุด-กองทัพ IRGC เผยเป้าหมายชอบธรรม เตือนไม่ฟัง
ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 11 มี.ค. 2026 เวลา 16.58 น. และอัพเดตเมื่อ 21.30 น.

เรือติดธงไทย Mayuree Naree ฺBangkok ถูกจรวดโจมตีรุนแรงที่สุดในช่องแคบฮอร์มุซ ในสถานการณ์ที่สงครามอิหร่านย่างเข้าวันที่ 12 เผยเรือเต็มใจจะเข้าสู่เขตอันตราย ด้าน IRGC อิหร่านยอมรับโจมตีเรือไทย เนื่องจากพยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยไม่สนคำเตือน อีกทั้งยืนยันเป้าหมายถูกต้องชอบธรรม

เว็บไซต์ splash247.com รายงานว่า ในวันที่ 12 ของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและพันธมิตรสหรัฐ-อิสราเอล เรือที่เต็มใจจะเข้าสู่เขตอันตรายยังคงถูกโจมตีทั้งในและรอบ ๆ ช่องแคบฮอร์มุซ

การโจมตีที่รุนแรงที่สุดในวันนี้ (11 มีนาคม 2026) เกิดขึ้นกับเรือ Mayuree Naree หรือมยุรี นารี ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท Precious Shipping โดยถูกยิงด้วยจรวดบริเวณทางเหนือของประเทศโอมานในช่องแคบ ส่งผลให้เกิดไฟไหม้และต้องอพยพลูกเรือ ไฟถูกดับลงหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง

สํานักข่าวฟาร์ส สื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า กองกําลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่าได้โจมตีเรือสองลําในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพุธที่ 11 มีนาคม 2026

ตามแถลงการณ์ IRGC ระบุว่า เรือบรรทุกสินค้าจํานวนมากที่ติดธงไทย Mayuree Naree ถูกยิงหลังจาก “ไม่สนใจคําเตือนและพยายามอย่างแน่วแน่ที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างผิดกฎหมาย”

ขณะที่เรือลําอื่น Express Rome ที่ติดธงไลบีเรีย ถูกโจมตีด้วยกระสุนปืนของอิหร่านหลังจากเพิกเฉยต่อคําเตือนจากกองทัพเรือ IRGC

“เรือใด ๆ หรือเรือสินค้าน้ำมันใด ๆ ที่เป็นของสหรัฐอเมริกา อิสราเอล หรือพันธมิตรของศัตรูจะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม” แถลงการณ์ระบุ

“เราจะดําเนินนโยบายโจมตีซ้ำ ๆ จนกว่าคุณจะถูกลงโทษอย่างเต็มที่และเสียใจกับการกระทําของคุณ” แถลงการณ์ระบุ

เรือมยุรีนารี

นอกจากนี้ เว็บไซต์ splash247.com ระบุอีกว่า เรือ ONE Majesty ขนาด 6,724 ทีอียู ซึ่งจดทะเบียนในญี่ปุ่น ก็ได้รับความเสียหายจากการโจมตีแยกต่างหาก โดยกัปตันเรือรายงานว่าเรือได้รับความเสียหายเป็นรูขนาด 10 เซนติเมตร เรือบรรทุกสินค้าลำนี้ได้แล่นไปยังจุดจอดเรือที่ปลอดภัยแล้ว ลูกเรือทุกคนปลอดภัย

เรือบรรทุกสินค้าขนาดคัมซาร์แม็กซ์ Star Gwyneth ของบริษัท Star Bulk ซึ่งจดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ ก็ถูกโจมตีเช่นกัน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของดูไบ ทำให้ตัวเรือได้รับความเสียหาย แต่ลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ซึ่งนับเป็นหนึ่งในวันที่อันตรายที่สุดสำหรับการขนส่งสินค้าทางทะเลนับตั้งแต่การโจมตีกรุงเตหะราน

กองทัพสหรัฐรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ได้ทำลายเรือรบของอิหร่านหลายลำ รวมถึงเรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำ ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐระบุเมื่อวานนี้ (10 มีนาคม 2026) เรียกร้องให้อิหร่านถอนทุ่นระเบิดทางทะเลที่อาจวางไว้ในช่องแคบ

สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจโลกโดยรวม สิ่งที่น่าจับตามองคือสงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน

“ตอนนี้ตัวแปรสำคัญคือระยะเวลา” นักวิเคราะห์จากบริษัทโบรกเกอร์ Xclusiv ของกรีกระบุในรายงานฉบับใหม่

นักวิเคราะห์ระบุอีกว่า ประวัติศาสตร์การขนส่งทางทะเลแสดงให้เห็นตัวอย่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือการปิดคลองสุเอซในปี 1967 ก่อให้เกิดภาวะบูมของเรือบรรทุกน้ำมันเป็นเวลาหลายปี ในขณะที่วิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1973 ทำลายความต้องการเรือบรรทุกน้ำมัน

หากการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเพียงชั่วคราว ผลกระทบในทันทีอาจช่วยหนุนรายได้และมูลค่าสินทรัพย์ของเรือบรรทุกน้ำมันอย่างมาก แต่หากความขัดแย้งพัฒนาไปสู่สงครามระดับภูมิภาคที่ยืดเยื้อ ความเสี่ยงจะเปลี่ยนจากภาวะช็อกด้านอุปทานไปสู่ความเสียหายทางเศรษฐกิจมหภาค