สหรัฐออกมาตรการเพิ่ม “ระงับการโอนเงิน-ซื้ออาวุธ” คณะรัฐประหารเมียนมา
ทางการสหรัฐฯ วางมาตรการเพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านรัฐประหารเมียนมาเพิ่ม คุมการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทหารไปยังเมียนมา และระงับธนาคารกลางเมียนมาในการเคลื่อนย้ายเงินทุนสำรองที่ฝากอยู่ในธนาคารในนิวยอร์ก
วันที่ 5 มีนาคม 2564 สำนักข่าวแชนเนล นิวส์ เอเชีย รายงานว่า ทางการสหรัฐอเมริกาออกมาตรการเพื่อลงโทษคณะรัฐประหารเมียนมาเพิ่ม บล็อกหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงต่างประเทศของเมียนมา รวมทั้งกลุ่มบริษัทของกองทัพ ในการค้าขายบางประเภท
โดยหนึ่งในมาตรการของสหรัฐฯ คือการควบคุมการส่งออก “สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทหาร” (military end use) อย่างอาวุธ โดยให้ซัพพลายเออร์จากสหรัฐฯ ต้องไปขอใบอนุญาตการส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นมา ก่อนจะสามารถส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังเมียนมาได้

“วิลเลี่ยม ไรนช์” อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่า มาตรการนี้จะทำให้กองทัพเมียนมา ได้อุปกรณ์ทางการทหารจากสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางเมียนมาได้พยายามที่จะเคลื่อนย้ายเงินทุนสำรองที่ฝากอยู่ในธนาคารในนิวยอร์ก มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (3 หมื่นล้านบาท) ออกจากบัญชี
แต่ทว่าทางการสหรัฐฯ ระงับการเคลื่อนย้านเงินออกจากกองทุนดังกล่าว โดย “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ออกคำสั่งให้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย สามารถระงับการทำธุรกรรมทางการเงินกับเมียนมาตลอดไป

ก่อนหน้านี้ ไบเดนเซ็นรับรองคำสั่งพิเศษ “อายัด” สินทรัพย์สหรัฐ และไม่ให้ผู้บัญชาการทหารเมียนมา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ทั้งหมด 10 คน สามารถเข้าถึงสินทรัพย์เหล่านี้ภายในประเทศสหรัฐได้ โดยสินทรัพย์มีมูลค่าทั้งสิ้น 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (30 หมื่นล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงไม่วางมาตรการคว่ำบาตรระดับรุนแรงต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บัญชาการทหารเมียนมา อย่างการ “เตะ” บริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บัญชาการทหาร ออกจากระบบธนาคารประเทศ