เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
Politics 3 เดือน “ไทยช่วยไทยพลัส” ยอดรวมทะลุ 1.38 แสนล้าน รบ.ชวนใช้สิทธิโค้งสุดท้าย
เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
HR เปิดผลสำรวจ “พนักงานไทย” ใช้ AI แค่ไหน และกังวลอะไร?
รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
Politics รบ.แจ้งคืบหน้าเออร์ลี่รีไทร์ ขรก. เล็ง 2 กลุ่ม ได้เงินสูงสุด 12 เท่า แลกเงื่อนไขห้ามกลับเข้ารัฐ
ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,950 บาท
เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
Politics เส้นทางวิบาก 28 ปี กกต. กรรมการติดคุก – ถูกวางระเบิด  
2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
Real Estate 2 ทายาทแสนสิริ เดินเกมใหญ่-รุกธุรกิจไลฟ์สไตล์
มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตจากไทย ไปไกลทั่วโลก
‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
World ‘ยีลด์’ พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง สงครามอิหร่านรอบใหม่ ‘ซ้ำเติม’
กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
News กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานฝนตกหนักถึงหนักมาก กทม.ฝนฟ้าคะนอง 60% ของพื้นที่
เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
Finance เมื่อประธานเฟดขึ้นดอกเบี้ยด้วยคำพูด
ดูทั้งหมด

ชาวไร่-โรงงานน้ำตาลแตกคอ ล้ม พ.ร.บ.ปม “กากอ้อย”

18 ส.ค. 2565 | 06:12น.
น้ำตาล

การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. … ใช้เวลานานกว่า 4 ปี จากความพยายามของชาวไร่อ้อยที่จะเพิ่มคำนิยามของ “กากอ้อย” เข้าไปเป็นผลพลอยได้ในกฎหมายฉบับนี้

ทั้งที่ 30 ปีก่อนหน้านี้ “กากอ้อย” ถูกจัดว่าเป็นของเสียหรือ “ขยะ” ที่ต้องขออนุญาตในการนำออกจากโรงงาน เพื่อไปเข้ากระบวนการกำจัดของเสียอย่างถูกวิธี

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เกิดการทวงผลตอบแทนจากโรงงานน้ำตาลเพียงเพราะเห็นว่ากากอ้อยที่เคยเป็นขยะในอดีต คือ ของมีค่าในปัจจุบัน จากการลงทุนของโรงงานเพื่อพัฒนานวัตกรรมต่อยอดสินค้าจากขยะสู่ไฟฟ้า ไบโอพลาสติกต่าง ๆ

พร้อมลาออกจากทุกสมาคม

ก่อนหน้านี้ “นายปราโมทย์ วิทยาสุข” ประธาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า การยื่นหนังสือคัดค้านร่างแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ต่อประธานวุฒิสภาครั้งล่าสุดนี้ เพราะ “ไม่ยอมรับ” ที่จะนำกากอ้อยมาตีความว่าเป็นผลพลอยได้ แล้วแบ่งปันผลประโยชน์กับชาวไร่

เนื่องจากกฎหมายฉบับดังกล่าวเปิดโอกาสให้ฝ่ายโรงงานน้ำตาล ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง เข้าไปมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งในชั้นกรรมาธิการได้ผ่านความเห็นชอบ ผ่านการพิจารณาจาก ส.ส. จนในที่สุดเข้ามาถึง ส.ว. ที่กำลังพิจารณาจนได้

ท้ายที่สุดแล้วหากกฎหมายมีผลบังคับใช้จริง แน่นอนว่าโรงงานน้ำตาลทุกแห่ง ซึ่งปัจจุบันมี 57 โรง จะ “ลาออกจากทุกสมาคม” ซึ่งนั่นหมายถึงระบบการรับซื้อขายน้ำตาลของประเทศไทยจะสั่นคลอนทันที ผลที่จะตามมาคือจะไม่มีความร่วมมือ ไม่มีการกำหนดราคา ไม่มีข้อตกลงใด ๆ อีกต่อไป แล้วผู้ซื้อ (โรงงานน้ำตาล) ผู้ขาย (ชาวไร่อ้อย) จะเดินไปในทิศทางใดคือคำตอบที่ “รัฐต้องรับผิดชอบ”

เหตุร้าวฉานโรงงาน-ชาวไร่

อ้อย คือ พืชเศรษฐกิจที่มีระบบการซื้อขายไม่เหมือนกับพืชชนิดอื่น ซึ่งระบบดังกล่าวนี้มีผู้ร่วมใน “โครงสร้างหลัก 3 ตัวละคร” 1.สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กระทรวงอุตสาหกรรม 2.โรงงานน้ำตาล 57 โรง 3.ชาวไร่ผู้ปลูกอ้อยทั่วประเทศ เดิมก่อนที่จะมีกฎหมายอ้อยขึ้นมา 2 ฝ่าย คือ โรงงานน้ำตาลและชาวไร่ ได้มีการตกลงกันให้เกิดระบบการซื้อขาย มีรูปแบบการแบ่งปันผลประโยชน์ 70 : 30

แหล่งข่าวจากโรงงานน้ำตาลรายหนึ่ง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงเบื้องลึกปัญหาโรงงานกับชาวไร่ว่า เปรียบเสมือน “ผัวเมีย” คนในครอบครัวเดียวกัน คุยกันตกลงกันแล้วก็ให้คนนอกอย่าง “สอน.เป็นญาติผู้ใหญ่” ช่วยร่างกฎหมายขึ้นมาให้เป็น พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ปี 2527

จากนั้นเมื่อสถานการณ์โลกเปลี่ยนไปมีหลายสาเหตุที่ต้องปรับแก้ เพราะต้องการที่จะ “หลุดจากข้อครหาของ WTO” ผัวเมียตกลงกันแล้วยื่นเสนอให้รัฐเข้ากระบวนการปรับแก้ตามปกติ แต่อยู่มาวันหนึ่งเมื่อเมียกลับหักหลัง ยื่นเพิ่มเรื่องกากอ้อยเข้าไปโดยไม่ปรึกษาผัว โดยมีญาติผู้ใหญ่เห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา ใช้วิธีการโหวตเป็นที่น่าเสียใจเมื่อเสียงข้างน้อยกลับชนะในเกมนี้ กากอ้อยถูกดันเข้าไปลึกจนถึงชั้นของ ส.ว.

คำถามคือเหตุใดคนในบ้านถึงไม่คุยกันก่อน และเหตุใด สอน. ในฐานะผู้กำกับดูแลถึงยอมให้เรื่องดังกล่าวไปไกลจนก่อให้เกิดความร้าวฉานกันได้ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ในเมื่อ “กระทรวงอุตสาหกรรม” เองมีอำนาจในการดึงเรื่องกลับ และให้ทั้ง 2 ฝ่าย โรงงาน-ชาวไร่ ได้ตกลงจนตกผลึกเสียก่อน

จ่อร้องศาลปกครองสูงสุด

แน่นอนว่าแก้วที่ร้าวย่อมพร้อมจะแตก แนวทางที่โรงงานน้ำตาลต้องทำคือการร้องต่อ “ศาลปกครอง” และอาจไปถึง “ศาลรัฐธรรมนูญ” เพื่อให้พิจารณาถึงความไม่ชอบธรรม ขณะเดียวกันก็จะกลับไป “ซื้อขายอ้อยกันแบบปกติ ซื้อมาขายไป” จ่ายเงิน จบ เพราะจากการหารือกับชาวไร่อ้อยในพื้นที่จริง นับ 10,000 ราย ยังคงพอใจกับ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย ฉบับที่กระทรวงอุตสาหกรรมยื่นไปก่อนหน้านี้

และยินยอมที่จะซื้อมาขายไปกับโรงงานน้ำตาลกันแบบปกติ เนื่องจากโรงงานเองก็ต้องดำเนินธุรกิจ ต้องผลิตน้ำตาลป้อนคนทั้งประเทศ ส่วนชาวไร่เองก็ไม่สามารถทิ้งอ้อยได้เมื่อปลูกแล้วก็ต้องขาย

เร็ว ๆ นี้จะมีการคำนวณราคาค่าอ้อยขั้นต้น ก่อนเปิดหีบฤดูกาลปี 2565/2566 ในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ ก็ต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวกันพอสมควร เพราะต้องยอมรับว่ากระแสการปรับ ครม. การเลือกตั้งใหม่ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงการเมืองในด้านอื่น ๆ ย่อมมีผลต่อกฎหมายอ้อยฉบับนี้ไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม โรงงานน้ำตาลยังคงย้ำเสมอว่า “ยอมรับการใช้กฎหมายอ้อย แต่ไม่ยอมรับกฎหมายฉบับใหม่ที่ร่างโดยคนเพียงกลุ่มเดียว”

ลุ้น ส.ว. เคาะจบภายใน ส.ค.นี้

นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และหัวหน้าสำนักงานสมาคมชาวไร่อ้อย เขต 7 เปิดเผยว่า การลงความเห็นของ ส.ว.จะมีเวลาอีกราว 2 สัปดาห์ ในการพิจารณาว่าจะเป็นไปตามที่ ส.ส. ได้ผ่านร่าง นี้มาแล้วหรือไม่ หากเห็นต่างจะต้องนำเรื่องเข้ารัฐสภาเคาะให้จบตามกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่ส่งเรื่องเข้าไปเมื่อ 2 เดือนก่อน

ดังนั้นแล้วร่าง พ.ร.บ.อ้อยฯฉบับแก้ไขนี้จะต้องพิจารณาให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ส.ค. 2565 หากไม่ทันร่าง ดังกล่าวจะต้องประกาศใช้โดยอัตโนมัติ แน่นอนว่าตามที่โรงงานน้ำตาลประกาศ จะลาออกจากคณะกรรมการและทุกสมาคมนั้น จะต้องมีผลต่อหลักการบริหารงานเพราะตามกฎหมายมันคือความร่วมมือแบบไตรภาคี

ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีชาวไร่บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการนำกากอ้อยเข้ามาในระบบ และมีเพียงบางส่วนที่เห็นด้วย การพิจารณามันอยู่ที่ดุลพินิจ ในเมื่อมันถูกเดินหน้ามาไกลขนาดนี้ อยู่ที่ว่าจากนี้ไปหน้าที่ของรัฐบาลคือการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ และจะมีแนวทางบริหารอย่างไรให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทย ทั้งต้นน้ำ ปลายน้ำ ไม่สะเทือนทั้งระบบ