เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำนมดิบล้นตลาด-อ.ส.ค.ค้างจ่าย กดดันสหกรณ์โคนม “เกษตรฯ” งัด 4 มาตรการ เสริมสภาพคล่อง 350 ล้าน
Economic น้ำนมดิบล้นตลาด-อ.ส.ค.ค้างจ่าย กดดันสหกรณ์โคนม “เกษตรฯ” งัด 4 มาตรการ เสริมสภาพคล่อง 350 ล้าน
กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
Economic กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
Tech ตลาด ‘แก็ดเจตสุขภาพ’ เดือด ‘ซัมซุง’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘สแกนร่าง’ ส่ง Galaxy Watch9 มาพลิกเกม
พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
Economic พาณิชย์-มหาดไทย กวาดล้าง “นอมินี” กระบี่ พบชาวอังกฤษถือครองที่ดิน 120 ไร่ ต่างด้าวถือหุ้นบริษัทเพียบ
เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดไทม์ไลน์ “เชียงใหม่ มรดกโลก” ICOMOS ลงพื้นที่ประเมินสิงหาฯ รู้ผลเมื่อไหร่?
สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
Biz Movement สถานทูตอิตาลี แถลงขอโทษคนไทย ปมนักท่องเที่ยววัยรุ่น ประพฤติไม่ดีบนรถไฟฟ้า
เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
Biz Movement เซเว่นฯ มอบรางวัล “7 Innovation Awards 2026” ชู 31 ผลงานเด่น-ดัน SMEs ไทยเต็มกำลัง
ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
Columns ภาษีสหรัฐกับอุตฯ ยานยนต์ไทย
หัวใจของสเปน
Columns หัวใจของสเปน
อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
Politics อภิสิทธิ์ แนะไทยเร่งจับมือประเทศมีกำลัง หลังสหรัฐเก็บภาษี 12.5% ชี้ ‘ทรัมป์’ เดายาก
ดูทั้งหมด

#ล้างหนี้ กยศ. ถอดบทเรียน “อังกฤษ” ยกเลิกเรียนฟรี

27 ส.ค. 2565 | 08:54น.
ล้างหนี้ กยศ.
คอลัมน์ : ระดมสมอง
ผู้เขียน : ชนาภา มานะเพ็ญศิริ
Bnomics : ธนาคารกรุงเทพ

สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐเริ่มมีกระแสกดดันให้รัฐบาลยกหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาบางส่วนเพื่อปลดภาระของประชาชน ส่วนไทย ก็มีผู้เริ่มต้นจุดกระแส #ล้างหนี้ กยศ. เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางการศึกษา

แน่นอนว่าในโลกออนไลน์ย่อมมีผู้คิดเห็นหลากหลาย บางส่วนมองว่าการล้างหนี้ กยศ. และปรับให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปสามารถเรียนมหาวิทยาลัยฟรีทุกคน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องเป็นหนี้

ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นการส่งเสริมให้คนขาดวินัยทางการเงิน และไม่เป็นธรรมต่อผู้กู้ที่มีวินัยตั้งใจทำงานหาเงินมาชำระคืนกองทุน กยศ. และจะทำให้เด็กรุ่นต่อ ๆ ไปมีโอกาสเข้าถึงเงินกู้ได้ยากขึ้นจนอาจหลุดจากระบบการศึกษา

บทความนี้คงไม่ได้มาชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่จะมาเล่ากรณีของ “อังกฤษ” ที่ครั้งหนึ่งเคยให้ทุกคนเรียนมหาวิทยาลัยฟรี แต่ตัดสินใจยกเลิกนโยบายนี้ ด้วยเหตุผลอะไร แล้วผลลัพธ์มาเป็นอย่างไร

ในอดีตนักเรียนทุกคนในอังกฤษสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยรัฐได้ฟรี โดยอาศัยเงินอุดหนุนจากหน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาล นอกจากนี้นักเรียนทุกคนยังสามารถกู้ยืมเงินเป็นค่าครองชีพจากรัฐบาลแล้วค่อยชำระคืนหลังเรียนจบ ส่วนนักเรียนที่มาจากครอบครัวรายได้น้อย ก็ยังจะได้รับเงินช่วยเหลือค่าครองชีพระหว่างเรียนอีกด้วย

ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ไปจนถึงทศวรรษ 1990 ความต้องการแรงงานที่เรียนจบมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น คนก็แห่ไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอย่างมากจนระบบเรียนฟรีเกิดปัญหาด้านงบประมาณ ทำให้งบฯต่อหัวของนักเรียนลดลงไปกว่า 25%

รัฐบาลพยายามจำกัดจำนวนนักเรียนที่ได้เรียนฟรีในแต่ละมหาวิทยาลัย แต่งบประมาณต่อหัวก็ยังคงลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี 1998 งบประมาณต่อหัวนักเรียนเหลือเพียง 50% ของที่รัฐบาลเคยให้ในช่วง 2 ทศวรรษก่อนหน้า

จริงอยู่ว่าการให้โอกาสทุกคนเรียนฟรี ทำให้เด็กที่มาจากครอบครัวรายได้น้อยเข้าถึงการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้ คนสมัครเรียนโดยรวมจึงเพิ่มขึ้นมาก แต่เมื่อพิจารณาสัดส่วนของคนที่เรียนจบปริญญาพบว่า ช่องว่างระหว่างนักเรียนที่มาจากครอบครัวรายได้สูงและรายได้น้อย กลับมีความแตกต่างกันมากขึ้นเป็นเท่าตัว

เพราะแม้จะมีนโยบายเรียนฟรี เด็กจากครอบครัวรายได้น้อยก็ยังคงไม่มีเงินค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าหอพัก ค่าหนังสือ ค่าเดินทาง

คนที่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ จึงเป็น นักเรียนจากครอบครัวรายได้ปานกลางและรายได้สูงมากกว่า ทั้งเมื่อรัฐบาลให้ทุกคนเรียนฟรี ก็ทำให้งบประมาณช่วยเหลือนักเรียนที่รายได้น้อยลดลง

หลังการปฏิรูปการศึกษาในปี 1998 อังกฤษยกเลิกระบบเรียนมหาวิทยาลัยฟรี และเก็บค่าเรียนสูงสุดราว ๆ 1,000 ปอนด์ต่อปี ถ้านักเรียนที่ครอบครัวรวยก็จ่ายค่าเรียนตามปกติ แต่ใครจ่ายไม่ไหวก็มีโปรแกรมกู้ยืมเงินแบบ income-contingent loan (ICL) คือ การกู้ตามความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคต โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นศูนย์

และให้ชำระคืนหลังเรียนจบ ทำงานมีรายได้เกินเกณฑ์ขั้นต่ำ อีกทั้งรัฐบาลยังจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือที่สุด

ผลปรากฏว่าจำนวนคนอายุถึงเกณฑ์เข้ามหาวิทยาลัยที่สมัครเรียนหลังปี 1998 ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และถึงแม้นักเรียนจากครอบครัวรายได้สูง มีสัดส่วนเข้าเรียนมากกว่า แต่นักเรียนที่มาจากครอบครัวรายได้น้อย ก็มีสัดส่วนในการเข้าเรียนเพิ่มขึ้นหลังปฏิรูปการศึกษา ด้านงบประมาณต่อหัวของนักเรียนก็เพิ่มขึ้นกว่าครึ่ง หลังปี 1999 เป็นต้นมา

มาถึงตรงนี้ ทุกคนคิดว่า การให้เรียนฟรี เป็นคำตอบสำหรับทุกอย่างหรือไม่ ?

คำตอบอาจจะเป็น ไม่

เพราะนอกจากประเด็นต้นทุนการศึกษาในรูปค่าเล่าเรียนแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ผู้ออกนโยบาย ควรคำนึงถึงคือ สภาพคล่อง ของผู้เรียนในการจ่ายค่าครองชีพต่าง ๆ ระหว่างเรียนมากกว่า

การที่คนยังเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น แม้จะไม่มีเรียนฟรีแล้ว เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องไปหาเงินก้อนมาจ่ายก่อนถึงจะได้เรียน แต่เป็นการ “เรียนก่อน จ่ายทีหลัง” แล้วบางคนที่เรียนจบไปมีรายได้น้อยกว่าเกณฑ์ไปตลอด ก็เสมือนไม่ต้องจ่ายค่าเรียนเลยด้วยซ้ำ

จริงอยู่ว่าในประเทศที่มีทรัพยากรจำนวนมาก การให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนจนถึงระดับมหาวิทยาลัยอาจเป็นเรื่องที่ดีต่อสังคม

แต่หากทรัพยากรมีไม่เพียงพอ จนการให้ทุกคนเรียนมหาวิทยาลัย ทำให้คุณภาพมหาวิทยาลัยโดยรวมด้อยลง การเลือกสนับสนุนคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด เพื่อให้เข้าถึงการศึกษา และช่วยให้คนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานมีรายได้มากพอแม้จะไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย ส่วนใครที่อยากเรียนมหาวิทยาลัยก็มีเงินให้ยืมไปเรียนก่อน ผ่อนจ่ายเมื่อมีเงินเดือนมากพอ อาจจะเป็นคำตอบที่เป็นประโยชน์ และดีต่อทุกคนในสังคมมากกว่า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กยศ. อังกฤษ