เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
Biz Movement “วุ้นเส้นต้นสน” ปลื้มผลงานออกบูธ “Makro HORECA 2026” ลุยต่อยอดความสำเร็จ
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
ดูทั้งหมด

เฟด กระหน่ำขึ้นดอกเบี้ย เสี่ยงทำ “เอเชีย” วิกฤต ?

01 ต.ค. 2565 | 17:02น.
เฟด ขึ้นดอกเบี้ย
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

นับตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชัดว่าทิศทางดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นโดยตลอด เพื่อควบคุมเงินเฟ้อและซ้ำด้วยการขึ้นดอกเบี้ยต่อครั้งในอัตรา “สูงผิดปกติ” 0.75% ติดต่อกัน ทำให้เกิดเสียงแสดงความกังวลว่าอาจเป็นสาเหตุเกิดวิกฤตการเงินในเอเชียและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพราะค่าเงินของประเทศเหล่านี้จะถูกแรงกดดันจากค่าดอลลาร์ที่แข็งขึ้น

การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอย่างดุเดือด ทำให้บางคนหวนนึกถึงประวัติศาสตร์วิกฤตการเงินในเอเชียเมื่อปี 1997 หรือที่เรียกว่า “ต้มยำกุ้ง” เพราะครั้งสุดท้ายที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงในทศวรรษ 1990 ทำให้เงินทุนไหลออกจากประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เข้าไปสหรัฐ ค่าเงินบาทไทยและค่าเงินประเทศเอเชียอื่น ๆ ล่มสลาย ก่อให้เกิดวิกฤตการเงินเอเชียและสุดท้ายตลาดหุ้นดิ่งเหว

อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้นักวิเคราะห์บางคนกลับมองว่า ฤทธิ์ของดอกเบี้ยเฟดไม่น่าจะก่อวิกฤตการเงินรอบใหม่ให้กับเอเชีย เพราะว่าหลังจากผ่านไป 25 ปี พื้นฐานตลาดประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชียได้พัฒนาสู่ความมีวุฒิภาวะมากขึ้น มีสุขภาพดีขึ้น และอยู่ในสถานะที่ดีกว่าเดิมในการทนทานต่อแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน

“ตัน เต็ก เหล็ง” ผู้อำนวยการบริหารยูบีเอส โกลบอลเวลท์ เอเชีย-แปซิฟิก ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเฟดอาจทำให้หลายคนหวนนึกถึงปี 1997 ที่ทำให้เงินทุนไหลออกจากเอเชีย แต่ตนคิดว่าครั้งนี้จะต่างออกไป เนื่องจากระบบอัตราแลกเปลี่ยนของเอเชียมีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์มากกว่าช่วงปี 1997

ขณะเดียวกันในแง่การถือครองสินทรัพย์ท้องถิ่นของต่างชาติในเอเชียมีไม่มาก ดังนั้นจึงไม่คิดว่าจะเกิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนล่มสลาย การไหลออกใด ๆ หากจะมีก็จะสร้างผลกระทบค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม มีค่าเงินบางประเทศเช่นเปโซของฟิลิปปินส์ค่อนข้างเปราะบาง เนื่องจากดุลบัญชีเดินสะพัดอ่อนแอ

หลุยส์ คูอิส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอสแอนด์พี โกลบอล เรตติ้ง เอเชีย-แปซิฟิกชี้ว่า แรงกดดันต่อค่าเงินเอเชียอาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2023 อย่างไรก็ตาม ไม่คิดว่าจะเกิดวิกฤตการเงินเอเชียอีกรอบ

“โชคดีที่นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของตลาดเกิดใหม่เอเชียตอนนี้แข็งแกร่งขึ้น และบรรดาผู้วางนโยบายก็มีความพร้อมมากกว่าเดิม บรรดาธนาคารกลางมีความยืดหยุ่นด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น พวกเขาปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนดูดซับแรงกดดันภายนอก แทนที่จะอุ้มค่าเงินโดยขายทุนสำรองออกมา” คูอิสกล่าวและว่า ช่วงไม่กี่ปีมานี้รัฐบาลเอเชียยังดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างระมัดระวังมากกว่าปี 1997

มานิชิ เรย์ชอดูริ นักกลยุทธ์หุ้นเอเชียของ “บีเอ็นพี พาริบาส์” เห็นว่าสภาวการณ์ปัจจุบันในเอเชียไม่สามารถเทียบได้กับวิกฤตเอเชียปี 1997 เพราะตอนนี้ส่วนใหญ่มีงบดุลที่แข็งแรง มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูง

ส่วน “เบิร์ต ฮอฟแมน” ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า บางประเทศในเอเชียดำเนินนโยบายดุลชำระเงินเกินดุลด้วยซ้ำไป และทุนสำรองระหว่างประเทศดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลจากความพยายามร่วมกันในระดับพหุภาคี เช่น “ความริเริ่มเชียงใหม่” เมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นกลไกช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกันเอง และบวกอีก 3 ประเทศ เป็นมาตรการเพิ่มเติมจากความช่วยเหลือของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

วิษณุ วราธัน หัวหน้าด้านกลยุทธ์มิซูโฮแบงก์ ระบุว่า ความปั่นป่วนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ยังคงมีนัยสำคัญต่อตลาดเอเชีย และมีแนวโน้มจะสร้างความกังวลในรูปแบบคล้ายกับปี 2013 เมื่อตลาดมีปฏิกิริยารุนแรงต่อความพยายามของเฟดที่จะลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลง ด้วยการลดซื้อพันธบัตร มีผลให้เกิดการเทขายในตลาดหุ้น การตื่นตกใจว่าอาจเกิดวิกฤตการเงินรอบใหม่และอัตราแลกเปลี่ยน “ล่มสลาย” ดูจะเกินไปหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นภัยคุกคามจากความปั่นป่วนของอัตราแลกเปลี่ยนยังมีอยู่ จึงไม่สามารถเพิกเฉยโดยไม่ระมัดระวัง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดอกเบี้ย เฟด