เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

ปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ก้าวไปถึงไหน?

14 ต.ค. 2565 | 13:50น.
ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล

ปฏิรูปอุดมศึกษาไทย ก้าวไปถึงไหน? รองปลัดกระทรวง อว. เผยปลดล็อกข้อจำกัดการศึกษาหลายด้าน เน้นผลิตกำลังคน-สร้างความเป็นเลิศ ไม่จำกัดเรียนจบใน 4 ปี ตั้งเป้าปี 2566 ทุกมหาวิทยาลัยจะต้องมีระบบคลังหน่วยกิต 

วันที่ 14 ตุลาคม 2565 ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ปฏิรูปอุดมศึกษาเพื่อไทยก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง” ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าภารกิจของกระทรวง อว. มี 2 เรื่องคือ 1.การพัฒนากำลังคน 2.การสร้างความเป็นเลิศ ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน เพื่อสร้างความเป็นเลิศให้กับประเทศ

โดยสถาบันอุดมศึกษาที่อยู่ในกำกับการดูแลของกระทรวง อว. ทั้งรัฐและเอกชนมีประมาณ 150 มหาวิทยาลัย ซึ่งบทบาทของแต่ละมหาวิทยาลัยคือ การพัฒนาบัณฑิต แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการผลิตบัณฑิตอย่างเดียวไม่อาจเพียงพอ อุดมศึกษาต้องซัพพอร์ตเรื่อง “Life long learning” หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้คนด้วย นั่นหมายความว่ามหาวิทยาลัยจะไม่ใช่แค่สถานที่ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีอายุระหว่าง 18-22 ปี เหมือนเดิม แต่จะเป็นสถานที่ของคนทุกช่วงวัยมากขึ้น 

“การพัฒนากำลังคน เราต้องพัฒนาให้คนมีประสิทธิภาพ สามารถตอบรับกับดิสรัปชั่น ที่เกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตอบสนองความสามารถในการแข่งขันเรื่องคุณภาพชีวิต แต่จุดสำคัญที่ถือเป็นคานงัดคือ การที่เราจะสร้างบัณฑิต หรือพัฒนากำลังคนนั้น ต้องทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน และชุมชน อย่างใกล้ชิด

“เพราะหากย้อนไปสมัยก่อนเราอาจใช้โจทย์ที่ว่า อาจารย์เรียนแบบไหนมาก็เอาความรู้ที่เคยเรียนมาสอนนักศึกษาต่อ หรือมหาวิทยาลัยอยากสอนอะไรก็สอน แต่ต่อจากนี้หลักสูตรต้องเกิดจากการสร้างร่วมกันจากทุก ๆ หน่วยงาน”

สร้างหลักสูตรร่วมเอกชน

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัยกล่าวต่อว่า ในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา อว.พยายามออกแบบกลไกเพื่อให้ตอบโจทย์ปรัชญาอุดมศึกษาในการพัฒนากำลังคน โดยเรามีเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรใหม่ ปี 2565 ที่เพิ่งประกาศใช้ไปเมื่อวัน 27 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา คือทำอย่างไรจะให้หลักสูตรที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย เป็นหลักสูตรที่ถูกสร้างร่วมกันระหว่างภาคเอกชน เข้าไปอยู่ในหลักสูตรมากยิ่งขึ้น และเป็นการพัฒนาคนที่ตอบโจทย์สิ่งที่กำลังเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

“เราก็ให้อำนาจกับสภามหาวิทยาลัย พิจารณาให้องค์กร หรือภาคเอกชนต่าง ๆ เข้ามาร่วมผลิตบัณฑิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบหลักสูตร หรือส่งบุคลากรในองค์กรเข้ามาเป็นอาจารย์สอนก็ได้ ซึ่งเกณฑ์เก่าผู้ที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยได้ต้องผ่านคุณสมบัติทางวิชาการหลายข้อ จึงทำให้บุคคลภายนอก หรือผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสอนในมหาวิทยาลัยได้ยาก แต่เกณฑ์ใหม่ถ้าไม่ได้มีคุณสมบัติทางวิชาการ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ สามารถเข้ามาสอนได้แล้ว

“นี่คือโจทย์ที่เราพยายามดำเนินการเพื่อทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีโอกาสสร้างหลักสูตรร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้น ทำอะไรที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ทราบว่าหลายมหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการอยู่

collaboration college

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัยเผยว่า ความฝันบนเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรใหม่ และเป็นนโยบายของ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. คือ เมื่อเรามีความร่วมมือกับเอกชนมากขึ้น มีโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แล้ว ก็จะสามารถต่อยอดได้อีกเยอะมาก เช่น อาจมีการตั้งวิทยาลัยที่เป็นชื่อของภาคเอกชน อยู่ในเขตมหาวิทยาลัย (collaboration college) เหมือนอย่างต่างประเทศ ก็จะเป็นการเปลี่ยนมิติในการพัฒนากำลังคน แต่ทั้งนั้นก็เข้าใจ จะทำได้ก็ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก เราอาจต้องเริ่มจากการผลักดันให้เกิดความร่วมมือ ร่วมสร้างหลักสูตรไปก่อน

ระบบคลังหน่วยกิต

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือ ระบบคลังหน่วยกิต (credit bank) เพื่อรองรับสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้น เราอยากให้มหาวิทยาลัยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย ซึ่งระบบนี้จะมาจากหลากหลายทางได้แก่

1.มหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยต้องมีระบบคลังหน่วยกิต มีวิชาที่เปิดให้คนเข้ามาเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิตได้ เช่น เด็ก ม.3 อยากเรียนเขียนโปรแกรมโค้ดดิ้งในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เมื่อเรียนผ่านแล้ว หน่วยกิตวิชานั้นก็จะถูกเก็บในระบบคลังหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยที่เรียน 

2.หลักสูตรเทรนนิ่งจากสถาบันต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองจาก อว. แต่ฝากไว้ที่มหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง ก็คือสถาบันนั้นทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 

3.ประสบการณ์การทำงาน ทุกคนสามารถเอาประสบการณ์การทำงานมาเป็นเครดิตตนเองได้ 

“พอเรียนสะสมหน่วยกิตแล้ว ก็สามารถนำเอาหน่วยกิตเป็นเครดิตมาขอใบปริญญาได้ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ว่าปริญญาที่จะรับต้องตอบโจทย์ด้านใดบ้าง ถึงจะขอได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับประกาศมหาวิทยาลัย แต่เราไม่ได้อยากให้โฟกัสแค่ว่าเรียนแล้วต้องเอามาเบิกใบปริญญาเท่านั้น เพราะมันมีความซับซ้อน อีกทั้งเรายังพูดกันเสมอว่า ใบปริญญาไม่จำเป็นอีกแล้ว บางคนไปเรียนหลักสูตรที่ตลาดกำลังขาดแคลน แล้วเรียนในหลายมหาวิทยาลัยจนมีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดี ก็สามารถนำเอาเครดิตตรงนี้ไปสมัครงานได้ มันก็จะตอบโจทย์โลกการทำงานอนาคต”

เราพูดกันเสมอว่าปริญญาอาจไม่ใช่คำตอบ สิ่งที่เราต้องทำคือสกิลของผู้เรียนต้องเป็นคำตอบ ดังนั้น แล้วระบบคลังหน่วยกิตที่เราประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2565 จะครอบคลุมเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด แต่เชิงเทคนิค ต้องทำงานกันอีกสักระยะหนึ่ง เพราะต้องมีข้อมูลฮาร์ดแวร์ถึงจะทำให้ระบบนี้ประสบความสำเร็จ ตอนนี้ก็เริ่มใช้แล้วในบางมหาวิทยาลัย แต่หลายมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ได้ใช้ จึงต้องเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนี้ คาดว่าภายใน 6-7 เดือน หรือในอีก 1 ปีทุกมหาวิทยาลัยต้องมีระบบคลังหน่วยกิต เราจะพยายามขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้สำเร็จ” 

ไม่จำกัดเรียน 4 ปี

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัยกล่าวอีกว่า บนเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรใหม่จะไม่จำกัดการจบการศึกษาแบบเดิมคือ 4 ปี และห้ามเกิน 8 ปี เรายกเกณฑ์กลางออกทั้งหมด นักศึกษาสามารถเรียนจบปริญญาตรีได้ใน 2 ปี แต่ต้องได้มาตรฐานตามมาตรฐานอุดมศึกษา หรือมหาวิทยาลัยจะดีไซน์หลักสูตรเรียนเกิน 8 ปีก็ได้ หรือให้เด็กเรียน 1 ปี ฝึกประสบการณ์ทำงาน 5 ปี กับสถานประกอบการจริง ก็ทำได้เช่นกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการบูรณาการหลักสูตรของสภามหาวิทยาลัยนั้น ๆ นับเป็นการพลิกโฉมอุดมศึกษาไทยที่เรากำลังเดินหน้าขณะนี้