เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เงินบาทผันผวน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า-เงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย

05 ก.พ. 2566 | 17:05น.
เงินบาท

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบผันผวน ทั้งในช่วงก่อน-หลังการประชุมเฟด ก่อนจะอ่อนค่าลงตามแรงขายหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติ และแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ ก่อนรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/65 ของ บจ.

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทปรับตัวผันผวน และอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงแรกตามภาพรวมสกุลเงินเอเชีย นำโดยเงินหยวน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับข่าวมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของทางการจีน

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกอ่อนค่าในช่วงต่อมาท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ ก่อนการประชุมเฟด ก่อนจะแข็งค่ากลับมาอีกครั้ง หลังผลการประชุมเฟดล่าสุด กระตุ้นให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐที่มีทิศทางชะลอลง อาจทำให้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดกำลังใกล้ที่จะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่รอบการประชุมข้างหน้า

อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ หลังการประชุม ECB และ BOE มีสัญญาณแข็งกร้าวน้อยกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

กราฟแสดงค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 3 ก.พ. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับ 32.87 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-3 ก.พ. นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 8,994 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 41,586 ล้านบาท (ขายสุทธิ 32,243 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 9,343 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.70-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือน ก.พ. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค.ของจีนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดบวกได้ช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ หุ้นไทยร่วงลงช่วงต้นสัปดาห์ โดยเผชิญแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ เพื่อลดสถานะเสี่ยงระหว่างรอผลการประชุมเฟด โดยหุ้นกลุ่มที่ถูกเทขายหลัก ๆ ได้แก่ กลุ่มแบงก์และพลังงาน ซึ่งมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลง

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังว่าเฟดจะชะลอขนาดการปรับขึ้นดอกเบี้ย ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยหลังตอบรับประเด็นบวกดังกล่าวไปแล้ว และผลประชุมเฟดออกมาตามคาด หุ้นไทยขยับขึ้นอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก่อนการรายงานผลประกอบการ รวมถึงมีประเด็นเฉพาะจากการปรับลดหน่วยการซื้อหุ้นขั้นต่ำของหุ้นบางบริษัท

กราฟแสดงความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

ในวันศุกร์ (3 ก.พ.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,688.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.42% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,393.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.77% มาปิดที่ระดับ 613.24 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,670 และ 1,650 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,700 และ 1,720 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/65 ของ บจ. ไทย รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลนำเข้าและส่งออกเดือน ธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน ก.พ. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค.ของยูโรโซน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค.ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค. ของจีน