เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
Economic ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
Politics ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
Economic รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
Real Estate ‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
News แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ข่าวหน้า 1 อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ดูทั้งหมด

เงินบาทผันผวน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า-เงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย

05 ก.พ. 2566 | 17:05น.
เงินบาท

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบผันผวน ทั้งในช่วงก่อน-หลังการประชุมเฟด ก่อนจะอ่อนค่าลงตามแรงขายหุ้นและพันธบัตรไทยของต่างชาติ และแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ ก่อนรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/65 ของ บจ.

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทปรับตัวผันผวน และอ่อนค่าลงช่วงปลายสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงแรกตามภาพรวมสกุลเงินเอเชีย นำโดยเงินหยวน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับข่าวมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของทางการจีน

อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกอ่อนค่าในช่วงต่อมาท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ ก่อนการประชุมเฟด ก่อนจะแข็งค่ากลับมาอีกครั้ง หลังผลการประชุมเฟดล่าสุด กระตุ้นให้ตลาดคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐที่มีทิศทางชะลอลง อาจทำให้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดกำลังใกล้ที่จะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่รอบการประชุมข้างหน้า

อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ หลังการประชุม ECB และ BOE มีสัญญาณแข็งกร้าวน้อยกว่าที่ตลาดคาด นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน

กราฟแสดงค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 3 ก.พ. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับ 32.87 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (27 ม.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-3 ก.พ. นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 8,994 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 41,586 ล้านบาท (ขายสุทธิ 32,243 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 9,343 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.70-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และผลการประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขการคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือน ก.พ. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค.ของจีนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดบวกได้ช่วงปลายสัปดาห์ ทั้งนี้ หุ้นไทยร่วงลงช่วงต้นสัปดาห์ โดยเผชิญแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ เพื่อลดสถานะเสี่ยงระหว่างรอผลการประชุมเฟด โดยหุ้นกลุ่มที่ถูกเทขายหลัก ๆ ได้แก่ กลุ่มแบงก์และพลังงาน ซึ่งมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลง

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงกลางสัปดาห์ ท่ามกลางความคาดหวังว่าเฟดจะชะลอขนาดการปรับขึ้นดอกเบี้ย ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยหลังตอบรับประเด็นบวกดังกล่าวไปแล้ว และผลประชุมเฟดออกมาตามคาด หุ้นไทยขยับขึ้นอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ก่อนการรายงานผลประกอบการ รวมถึงมีประเด็นเฉพาะจากการปรับลดหน่วยการซื้อหุ้นขั้นต่ำของหุ้นบางบริษัท

กราฟแสดงความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย

ในวันศุกร์ (3 ก.พ.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,688.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.42% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 64,393.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.33% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.77% มาปิดที่ระดับ 613.24 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,670 และ 1,650 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,700 และ 1,720 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ม.ค.ของไทย ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/65 ของ บจ. ไทย รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลนำเข้าและส่งออกเดือน ธ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน ก.พ. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ยอดค้าปลีกเดือน ธ.ค.ของยูโรโซน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค.ของญี่ปุ่น ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ม.ค. ของจีน