พาณิชย์หนุนโลคอลแฟรนไชส์ สร้างรายได้คนจนประชารัฐ 11 ล้านคน
กรมพัฒนาฯรับนโยบายรัฐสร้างอาชีพผู้มีรายได้น้อยกว่า 11.43 ล้านคน เข้าถึงอาชีพเลี้ยงตัวเอง เร่งเปิดรับสมัคร “โลคอลแฟรนไชส์โรดแมป” ยกระดับมาตรฐานแฟรนไชส์ต่างจังหวัด หากเข้มแข็งนำออกโรดโชว์หาลูกค้า
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า ปี 2561 กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขยายแผนส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดกลางและขนาดเล็กไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการโลคอลแฟรนไชส์โรดแมป โดยจะเปิดให้ผู้ประกอบการธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพในต่างจังหวัดที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้มีศักยภาพในการแข่งขันและยกระดับมาตรฐานร้านให้เป็นที่ยอมรับ และขยายธุรกิจแฟรนไชส์ไปให้กับผู้ที่สนใจทำธุรกิจ หรือผู้ประกอบการสามารถต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.43 ล้านคน ได้มีอาชีพเป็นของตัวเองกรมพัฒนาฯประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ในวันที่ 8 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป โดยเป้าหมายผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ 75 แบรนด์ หลังจากสมัครเข้ามาร่วมโครงการแล้ว กรมจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้ความรู้ในการพัฒนาธุรกิจต่อยอดธุรกิจว่าจะขยายตลาดอย่างไร พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อผู้ประกอบการมีศักยภาพ กรมก็จะส่งเสริมสนับสนุนในการออกไปโรดโชว์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
“โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการรวบรวมแฟรนไชส์ เพื่อเปิดตลาดให้กับลูกค้าที่สนใจในการทำธุรกิจโดยไม่ต้องไปหา แต่สามารถเข้ามาเลือกดูหรือลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ที่สนใจที่กรมได้ยกระดับขึ้นมา และได้การรับรองมาตรฐานจากกรมแล้ว ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับลูกค้า หรือผู้ที่สนใจทำธุรกิจสามารถเข้ามาซื้อและนำไปสร้างรายได้ให้กับตนเองได้ โดยกรมได้จัดงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทย 4 ครั้งต่อปี โดยจัดขึ้นที่ศูนย์การแสดงสินค้าไบเทค บางนา, อิมแพ็ค เมืองทองธานี และเซ็นทรัลฯ ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยภาคเอกชน และจะนำผู้ที่มีศักยภาพออกร่วมแสดงธุรกิจภายในงาน รวมไปถึงในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย”
นอกจากนี้ ในปีนี้กรมได้พัฒนาหลักสูตร พัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ซึ่งมีการเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีที่ได้นำเข้ามาใช้และพัฒนาให้ธุรกิจมีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายต้องการพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์รายใหม่ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ ซึ่งจะอบรมให้ความรู้ตั้งแต่การเริ่มต้นทำธุรกิจ จนสามารถขยายออกไปในตลาดได้อย่างเข้มแข็ง พร้อมทั้งสร้างมาตรฐานยกระดับผู้ประกอบการรายเดิมให้ดีขึ้น ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อน-จุดแข็ง เพื่อนำไปพัฒนาแก้ไขในการทำธุรกิจต่อไป
สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ที่กรมให้ความสำคัญและสนับสนุนในการขยายตลาด ยกระดับมาตรฐานเพื่อการแข่งขันและสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ เช่น กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การศึกษา การบริการ กลุ่มค้าปลีก สปา ความงาม ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต่างเป็นสิ่งที่ต้องการในตลาด และมีโอกาสในการเติบโตเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ หลายประเทศ เช่น เวียดนาม กัมพูชา ต่างได้เร่งพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ของตัวเอง ซึ่งก็มีเป้าหมายขยายออกไปสู่ตลาดผู้บริโภคให้มากขึ้น
นางกุลณียังกล่าวอีกว่า กรมได้มีการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดกลางและขนาดเล็กไม่ใช่เพียงในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเดิมดำเนินการพัฒนาไปแล้ว 60 แบรนด์ และปีนี้ก็ได้ต่อยอดขยายออกไปสู่ต่างจังหวัด สำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพได้พัฒนาต่อยอดขยายเข้ามาสู่ตลาดธุรกิจมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หรือผู้ที่อยู่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้มีโอกาสมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยการเข้ามาคัดเลือกธุรกิจที่ตนเองสนใจ และสามารถกลายเป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับตนเองหรือครอบครัวได้
โดยธุรกิจแฟรนไชส์ที่อยู่ภายใต้โครงการและอยู่ในการดูแลและการพัฒนาของกรมนั้นเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ใช้งบประมาณในการลงทุนทำธุรกิจตั้งแต่ 10,000-50,000 บาทต่อธุรกิจได้ เป็นการลงทุนในงบประมาณที่ไม่สูง ซึ่งผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ นี้ได้ อีกทั้งกรมยังได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นธนาคารแห่งรัฐเข้าร่วมโครงการในการสนับสนุนเงินกู้ในการทำธุรกิจ คิดดอกเบี้ย 0% เมื่อผู้ที่สนใจได้ธุรกิจที่สนใจแล้ว เจ้าของธุรกิจนั้นก็จะเข้าไปช่วยเหลือเป็นพี่เลี้ยงกระทั่งสามารถดำเนินการได้เอง