คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมปอง แจ่มเกาะ
ช่วงนี้คงไม่ช้าไปที่จะพูดถึงประเด็นแพทย์อินเทิร์น หรือแพทย์จบใหม่ ที่อยู่ระหว่างการเพิ่มพูนทักษะหาประสบการณ์ตามโรงพยาบาลรัฐบาลแห่ลาออก ข่าวใหญ่เมื่อสัก 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะงานหนัก คนไข้เยอะ ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไล่ตั้งแต่ต้อง round ward ตรวจเยี่ยมผู้ป่วยช่วงเช้าและเย็น การอยู่เวร ควงกะ ลากเวร เวลากินไม่ได้กิน เวลานอนไม่ได้นอน ไม่มีเวลาพักผ่อน เสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต
จริง ๆ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ที่ผ่านมาคนในแวดวงต่างก็รับรู้กันดีว่า แต่ละปีมีแพทย์อินเทิร์นที่อยู่ระหว่างการใช้ทุน (1-3 ปี) ลาออก มากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งอาจจะลาออกไปศึกษาต่อเฉพาะทาง เพื่อความก้าวหน้าและมั่นคงในอาชีพ และอีกส่วนหนึ่งอาจจะลาออกไปประกอบอาชีพอื่นที่ไม่ใช่แพทย์ หรืออาจจะด้วยภาระงานที่หนักขึ้นชื่อ และเงื่อนไขการใช้ทุนที่กว่าจะเป็นอิสระได้
หลายคนก็ยอมจ่ายเงินคืนให้รัฐตามสัญญาเป็นจำนวน 4 แสนบาท (ตอนหลังอาจปรับขึ้นแล้ว) เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้ทุน และส่วนที่เหลือซึ่งคาดว่าเป็นส่วนใหญ่ก็ยังปฏิบัติงานใช้ทุนจนครบ 3 ปี และได้บรรจุเป็นข้าราชการ
แต่ช่วงหลัง ๆ มานี้ว่ากันว่าการลาออกแพทย์อินเทิร์นนั้นหนักขึ้น ๆ และยังไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาไปในทิศทางที่ถูกที่ควร จึงเริ่มวิกฤตและปะทุขึ้นมาตามข่าว
นอกจากนี้ ก็ยังมีคนที่อยากเรียนหมอจำนวนหนึ่งที่ยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าเทอมแพง ๆ (ประมาณ 550,000 บาท/ภาคการศึกษา) ไปเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนแทนโรงเรียนแพทย์ของรัฐ (ประมาณ 22,000-25,000 บาท/เทอม) เพราะเมื่อจบแล้วก็ไม่ต้องทำงานใช้ทุน
ถือเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่กำลังซ้ำเติมปัญหาของระบบสาธารณสุขที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะปัญหาแพทย์ไม่เพียงพอ สวนทางกับจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย แพทย์กระจุกตัวในเมืองใหญ่ ไม่กระจายไปต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตาม อย่างที่ทราบกันดีว่า ตอนนี้ทั้งกระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา ตลอดจนองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ต่างกำลังเร่งหาทางออกกันอยู่
ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาคุยก็เพราะอยากเป็นกำลังใจให้แพทย์ทุกคน ซึ่งในที่นี้ยังหมายความรวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลทุกคน
จริง ๆ ผู้เขียนเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้ามานานเกือบ ๆ 30 ปีเห็นจะได้ และช่วง 4-5 ปีหลังมานี้มีโอกาสไปใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง ต้องพาแม่-น้าไปหาหมอ 2 เดือนครั้ง 3 เดือนครั้ง
เห็นสภาพโรงพยาบาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ มีผู้ป่วยเข้าใช้บริการในแต่ละวันจำนวนมาก ยิ่งช่วงหลัง ๆ มานี้พบว่าผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงวัยนั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และมากเกินกว่าสรรพกำลังที่มีอยู่จะดูแลได้อย่างทั่วถึง ผู้ช่วยพยาบาล พยาบาล จำนวนไม่น้อยที่เสียสละเวลาส่วนตัวเข้างานตั้งแต่ 06.00-07.00 น. เย็น 17.00-18.00 น. เลิกงานแล้ว หลายคนยังไม่ได้กลับบ้านก็มี
ขอยกกรณีของผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุเป็นตัวอย่าง
ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ไปโรงพยาบาลเองโดยลำพัง โดยที่ไม่มีลูกหลานมาคอยช่วยเหลือดูแล การเดินทางขึ้นลงบันไดเลื่อน ขึ้นลิฟต์ เดินข้ามอาคารข้ามตึก ขึ้นลงบันได ล้วนเป็นอุปสรรค
หลายคนมาตั้งแต่ตีสี่ตีห้า แต่บางคนมาผิดวันนัด บางคนไปยื่นบัตรนัดผิดแผนก บางคนมาถึงแล้วไม่ได้วัดความดัน ไม่ได้เจาะเลือด ก็เป็นหน้าที่ที่พยาบาลก็ต้องบอกกล่าว
บางคนลูกหลานขับรถมาส่งเสร็จก็ไปทำงาน ทิ้งพ่อแม่ไว้เป็นภาระเจ้าหน้าที่เวรเปล ฯลฯ คนไข้กลุ่มนี้ต้องใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลแทบทั้งวัน กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืดค่ำ
ภาพที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่เฉพาะที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เท่านั้น เชื่อว่าโรงพยาบาลอีกหลาย ๆ แห่งก็มีสภาพไม่ต่างกัน
นี่เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่เป็นการเพิ่มภาระเพิ่มงานให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโดยไม่รู้ตัว
หากลูก ๆ หลาน ๆ ช่วยตรงนี้ได้ก็จะเป็นการแบ่งเบาภาระหมอ-พยาบาลได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ช่วยกันคนละไม้ละมือครับ…หมอ-บุคลากรทางการแพทย์ คือเสาหลักสุขภาพของคนไทย