เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลังเคาะเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เกณฑ์ คืนสิทธิคนจน ชง ครม. 27 ก.ค.นี้
Finance คลังเคาะเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3 เกณฑ์ คืนสิทธิคนจน ชง ครม. 27 ก.ค.นี้
เครือข่ายกัญชาไทย ยื่น กมธ.การเมือง สภาฯ ถกข้อมูลจริงก่อนคลอดกฎหมายควบคุม
Politics เครือข่ายกัญชาไทย ยื่น กมธ.การเมือง สภาฯ ถกข้อมูลจริงก่อนคลอดกฎหมายควบคุม
นับถอยหลัง ‘สะพานเกียกกาย’ เปิดใช้ปลายปี 2570 เชื่อมการเดินทางสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
Real Estate นับถอยหลัง ‘สะพานเกียกกาย’ เปิดใช้ปลายปี 2570 เชื่อมการเดินทางสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
แบงก์ชาติ ยกระดับกำกับซื้อขายทองคำแท่งหน้าร้าน ชำระเป็นเงินสดได้ไม่เกิน 1-10 ล้าน/ราย/วัน/สาขา
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับกำกับซื้อขายทองคำแท่งหน้าร้าน ชำระเป็นเงินสดได้ไม่เกิน 1-10 ล้าน/ราย/วัน/สาขา
Blue Zone – Functional Food ศาสตร์ชะลอวัย ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง สร้างชีวิตยืนยาว
Uncategorized Blue Zone – Functional Food ศาสตร์ชะลอวัย ลดเสี่ยงโรคเรื้อรัง สร้างชีวิตยืนยาว
วาโก้รุกตลาด Gen Z ดัน ‘Bratop’ รับเทรนด์แต่งตัวสบาย ตั้งเป้าขาย 1 แสนชิ้น
Business วาโก้รุกตลาด Gen Z ดัน ‘Bratop’ รับเทรนด์แต่งตัวสบาย ตั้งเป้าขาย 1 แสนชิ้น
สมาคมนักข่าวฯ ห่วงสื่อถูกเลิกจ้าง เดินหน้าช่วยด้านกฎหมาย-ประสานงานหางานใหม่
News สมาคมนักข่าวฯ ห่วงสื่อถูกเลิกจ้าง เดินหน้าช่วยด้านกฎหมาย-ประสานงานหางานใหม่
GULF-ค็อกนิแซนท์ เปิดเกม AI ครบวงจร ปักหมุดไทยศูนย์กลางเทคโนโลยีภูมิภาค
Economic GULF-ค็อกนิแซนท์ เปิดเกม AI ครบวงจร ปักหมุดไทยศูนย์กลางเทคโนโลยีภูมิภาค
ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
Economic ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
จับ มือถือ-แท็บเล็ต เถื่อน ไลฟ์สดขายถูก ไม่ตรงปก
Tech จับ มือถือ-แท็บเล็ต เถื่อน ไลฟ์สดขายถูก ไม่ตรงปก
ดูทั้งหมด

ถอดสูตร “3-5-7” แม่ทัพ NIA ยกระดับนวัตกรรมไทยในเวทีโลก

29 ก.ค. 2566 | 10:08น.
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้การนำของแม่ทัพคนใหม่ “ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง” ได้ปรับบทบาทจากสะพานเชื่อมสู่การเป็น“ผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม” หรือ focal conductor เพื่อยกระดับทิศทางการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศไทยให้สอดรับกับบริบทโลก

ดันไทย “ชาตินวัตกรรม”

“ดร.กริชผกา” กล่าวว่า ปัจจุบันการสร้างนวัตกรรมในประเทศไทยเน้นที่การแก้ปัญหาในรายประเด็น โดยผู้ประกอบการแต่ละรายจะพัฒนานวัตกรรมของใครของมัน จึงไม่สามารถขับเคลื่อนทิศทางการสร้างนวัตกรรมระดับประเทศให้เป็นภาพเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์

จึงต้องนำทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น ผลิตภัณฑ์ของสตาร์ตอัพหรือเอสเอ็มอี (SMEs) และความต้องการของบริษัทขนาดใหญ่ มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดโจทย์ของงานวิจัยและพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ทำเงินได้ ซึ่งการขยายสเกลไปในเชิงพาณิชย์ต้องดูอีกทีว่าจะเป็นเอกชนซื้อไลเซนส์ไปทำต่อ หรือมหาวิทยาลัย spin off ออกมาเป็นบริษัท

“ถ้ายกระดับให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันได้ ทิศทางการสร้างนวัตกรรมระดับชาติจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามมา สิ่งที่จะช่วยให้ภาพลักษณ์ชาตินวัตกรรมของไทยแข็งแกร่งขึ้น คือ การผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมของตนเอง ถ้ามองว่านวัตกรรมต้องมาจากห้องแล็บอย่างเดียว จะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามองว่า นวัตกรรมคือก้าวแรกของการสร้างความเปลี่ยนแปลง เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ก็จะมีโอกาสเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมระดับสูงทัดเทียมประเทศอื่นได้ แม้ช่วงแรกจะต้องฝากความหวังไว้กับบริษัทใหญ่ ๆ หรืองานวิจัยจากมหาวิทยาลัยก็ตาม”

อีกสิ่งที่สำคัญ คือ คนไทยต้องยอมรับและใช้ผลิตภัณฑ์ของคนไทยด้วย ถึงจะเติบโตได้จริง ๆ โดยทุกคนต้องมีแนวคิด “Innovation in Your Heart” หรือการมีนวัตกรรมอยู่ในหัวใจก่อน

3 พันธกิจ-5 เป้าหมาย 7 กลยุทธ์

ดร.กริชผกากล่าวต่อว่า NIA มี 3 ภารกิจ คือ สร้างและส่งเสริมระบบนวัตกรรมแห่งชาติ สร้างโอกาสในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรม และยกระดับทักษะและขีดความสามารถทางนวัตกรรมของกลุ่มเป้าหมาย กับ 5 เป้าหมาย คือ 1.สร้างและเชื่อมโยงแพลตฟอร์มพัฒนา IBEs 2.สร้างนวัตกรรมและ IBEs ผ่าน NIA Academy 3.สร้างระบบนวัตกรรมไทยและอินโนเวชั่นอีโคซิสเต็ม 4.ยกระดับนวัตกรรมไทยในดัชนีนวัตกรรมโลก และ 5.ปรับบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม

ภายใต้ 7 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.สร้างและยกระดับความสามารถผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายร่วมกับเครือข่าย ตลอดห่วงโซ่อุปทาน 2.ส่งเสริมนวัตกรรมแบบเปิดและทำให้ระบบนวัตกรรมไทยเปิดกว้าง 3.ส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์

4.เป็นศูนย์กลางการสร้างระบบนิเวศที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม 5.ส่งเสริมตลาดนวัตกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ 6.สร้างความตระหนักและการรับรู้ความสำคัญของนวัตกรรมในทุกภาคส่วน และ 7.พัฒนาองค์กรให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรเมื่อ 20 ปีก่อน NIA ทำงานผ่านกลไกหลัก “3G” คือ ดูแลผู้ประกอบการรายเล็ก (groom) ให้เงินทุนผู้ประกอบการรายเล็ก (grant) และผลักดันให้ผู้ประกอบการรายเล็กเติบโต (growth) ผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการเติบโตด้านนวัตกรรมของไทย

ไม่ว่าจะเป็นโครงการ “นิลมังกร” การแข่งขันสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมที่ช่วยให้สตาร์ตอัพระดับภูมิภาคเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น, งาน “SITE” (Startup x Innovation Thailand Expo) อีเวนต์ใหญ่ที่เปิดโอกาสให้สตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีพูดคุยกับพันธมิตรทางธุรกิจของตนเอง และการยื่นร่าง พ.ร.บ.สตาร์ตอัพ ช่วยทลายข้อจำกัดทางกฎหมายสำหรับการพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจ

บทบาท Focal Conductor

ในฐานะผู้อำนวยการคนใหม่ ต้องการให้ NIA เป็นองค์กรที่มีความเข้มแข็งทั้งภายในและภายนอก มีระบบการทำงานที่แข็งแรง เจ้าหน้าที่มี career path ชัดเจน เป็นองค์กรนวัตกรรมระดับชาติที่ขับเคลื่อนประเทศได้อย่างแท้จริง จึงต้องขยายขอบเขตและหน้าที่ให้สร้างอิมแพ็กต์ ทำงานได้อย่างไร้รอยต่อระหว่างองค์กรต่าง ๆ และวัดผลความสำเร็จเป็นตัวเลขได้ว่าผู้ประกอบการแต่ละรายโตขึ้นกี่เท่า

“วันที่ ผอ.คนแรก (ดร.ศุภชัย หล่อโลหการ) ก่อตั้งองค์กร และให้ทุนสร้างนวัตกรรม มาถึง ผอ.คนที่สอง (ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์) ทำให้มิติการสร้างนวัตกรรมเป็นมากกว่าการลงทุนผ่านโครงการฝึกอบรมและอีเวนต์ต่าง ๆ และวันนี้เราจะทำให้การสร้างนวัตกรรมในประเทศไทยสมบูรณ์ ผ่านการเปลี่ยนตัวเองจากสะพานเชื่อมสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม ดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาทำงานร่วมกันมากขึ้น”

ผ่านแนวคิด “2 ลด 3 เพิ่ม” โดย 2 ลด ได้แก่

1.ลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการเปิดรับแนวคิดใหม่จากสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอี เติมเต็มจุดอ่อนหรือแก้ปัญหาด้านสังคมและเศรษฐกิจให้มากขึ้น

2.ลดอุปสรรคการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมให้ทุกภาคส่วน แก้ไขกฎระเบียบที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต

3 เพิ่ม คือ 1.เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากรัฐและเอกชน 2.เพิ่มจำนวนนวัตกรและผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ให้เกิดการจ้างงาน เพิ่ม GDP และภาพลักษณ์ “ชาตินวัตกรรม” และ 3.เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ให้มีโอกาสขยายตลาดและสร้างแบรนด์นวัตกรรมสัญชาติไทยที่พร้อมแข่งขันกับนวัตกรรมจากต่างประเทศ

ขยับดัชนีนวัตกรรมโลก

“ใน 4 ปี (2566-2570) เราตั้งเป้าหมายยกอันดับไทยในดัชนีนวัตกรรมโลก GII ของ WIPO จากที่ 43 ปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 30 ในปี 2573 รวมถึงสร้างความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเป็นบันไดขั้นแรกของการพาธุรกิจฐานนวัตกรรมสัญชาติไทยออกสู่ตลาดต่างประเทศ หนึ่งในประเทศที่ต้องเจาะเข้าไปให้ได้ คือ สหรัฐอเมริกา แต่การที่เขาเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านนวัตกรรมและสตาร์ตอัพ เขาจึงเลือกที่จะให้ความสำคัญกับประเทศที่มีเทียร์ทางนวัตกรรมสูงกว่าไทยก่อน เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ดังนั้นนี่จึงเป็นโจทย์สำคัญที่เราต้องแก้ให้ได้”

แม้จะพร้อมขับเคลื่อนและผลักดันองค์กรตามโรดแมปที่วางไว้ภายในกรอบระยะเวลา 4 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กร โดยทั้งสานต่อภารกิจเดิมและเพิ่มเติมการทำสิ่งใหม่ ๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจัยที่อาจมีผลกระทบและทำให้แผนต่าง ๆ ล่าช้าออกไป คือ เรื่องการจัดสรรงบประมาณ

“ตอนนี้การตัดสินใจหลาย ๆ อย่างต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ ทุกหน่วยงานทำใจแล้วว่างบประมาณล่าช้าแน่นอน ทำให้ต้องใช้งบประมาณกับเรื่องที่จำเป็นก่อนเท่านั้น แต่ไม่ว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นอย่างไร หรือใครจะมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวง อว.คนใหม่ ก็อยากฝากว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญค่อนข้างมาก เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นชาตินวัตกรรม และทำให้เรื่องนวัตกรรมอยู่ในหัวใจของคนไทยและนักการเมืองทุกคน”