ETDA ประกาศชื่อ “ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” ที่แจ้งข้อมูลตามกฎหมาย DPS แล้ว 109 ราย บริษัทไทย-หน่วยงานราชการพรึ่บ ไร้เงา “บิ๊กเทค” ต่างชาติ ย้ำแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าข่ายต้องรีบดำเนินการ ก่อน 18 พ.ย. 2566 นี้
วันที่ 12 ตุลาคม 2566 นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) เปิดเผยว่า หลังจากที่ พ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือกฎหมาย DPS (Digital Platform Service) มีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดให้ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่เข้าข่ายตามที่กฎหมายกำหนด จะต้องดำเนินการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจให้ ETDA ทราบ
โดยหลังจากได้เปิดระบบให้เข้ามาจดแจ้งข้อมูลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2566 จนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา มีธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เข้ามาแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจกับ ETDA แล้ว จำนวนทั้งสิ้น 109 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจบริการแพลตฟอร์ม ประเภท e-Marketplace มากที่สุด
รองลงมาคือ Communication Platform, News aggregators, Searching tool, Web browser, Cloud service, Virtual assistant, Advertising service เป็นต้น ซึ่งมาจากหลากหลายอุตสาหกรรม โดยระยะแรกจะมุ่งเน้นให้กลุ่มบริการแพลตฟอร์มทั่วไปเร่งเข้ามาแจ้งก่อน เพราะมีกำหนดภายในวันที่ 18 พ.ย. 2566 ที่จะถึงนี้
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานด้วยว่า รายชื่อแพลตฟอร์มที่ลงทะเบียนมีชื่อที่คนไทยคุ้นเคย เช่น Bitkub, Robinhood, Fastwork, โรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลพญาไท เป็นต้น แม้กระทั่งหน่วยงานรัฐบาลอย่างกรมหม่อนไหม หรือระบบยืนยันตัวตน NDID ก็มาจดแจ้งตามกฎหมายแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฎแพลตฟอร์มกลาง เช่น โซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มซูเปอร์แอปข้ามชาติมาลงทะเบียน ในช่วงเวลาดังกล่าว
สามารถตรวจสอบรายชื่อ บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่เข้ามาแจ้งข้อมูลกับ ETDA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ของ ETDA หรือที่ลิงก์ https://eservice.etda.or.th/dps/th/opendata/section14
ETDA เชื่อมั่นว่า หลังจากนี้จะมีรายชื่อธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทยอยเข้ามาแจ้งกับทาง ETDA อย่างต่อเนื่อง
โดยกลุ่มแรกที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 18 พ.ย. 2566 คือ กลุ่มธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วไป ทั้งของไทยและต่างประเทศที่จะหมายถึงธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่มีคุณสมบัติดังนี้
1.กรณีบุคคลธรรมดา มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในไทย เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
2.กรณีนิติบุคคล ที่มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายให้ไทย เกิน 50 ล้านบาทต่อปี
3.มีจำนวนผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในไทยเกิน 5,000 คนต่อเดือน (โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศ) ส่วนธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหม่ ที่กำลังจะเริ่มให้บริการ จะต้องเข้ามาแจ้งข้อมูลก่อนให้บริการ
โดยสามารถศึกษาขั้นตอนการแจ้งข้อมูลได้ที่ลิงก์ https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/dps_open.aspx หากธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เข้าข่ายตามกฎหมายแล้วไม่เข้ามาแจ้งข้อมูลภายในเวลาที่กำหนด จะมีโทษตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ภายใต้กฎหมาย DPS สามารถดำเนินการแจ้งได้ครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ETDA จึงได้เดินหน้าจัดกิจกรรม Workshop สำหรับกลุ่มสำนักงานทนายความ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และนักกฎหมาย
โดยจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2566 นี้ เพื่อทำความเข้าใจลงลึกให้มากขึ้น ตั้งแต่นิยามของกฎหมาย DPS ประเภทและลักษณะธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายทั้ง 15 ประเภท หน้าที่และภาพรวมของผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมาย เอกสารหรือข้อมูลที่ประกอบการแจ้งข้อมูลตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปสู่การให้คำปรึกษาในประเด็นของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างชัดเจน
พร้อมตอบข้อซักถามในประเด็นสงสัยโดยผู้เชี่ยวชาญจากทีมกำกับดูแลกฎหมาย DPS จาก ETDA โดยตรง ที่สำคัญหลังจากจบกิจกรรมจะเปิดให้คำแนะนำในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เช่น การปรึกษาในด้านการเตรียมเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
สำหรับสำนักงานทนายความ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และนักกฎหมาย ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ทีมกำกับดูแลกฎหมาย DPS โทร. 0-2123-1234 ในวันและเวลาราชการ (09.00-17.00 น.) หรือติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกฎหมาย DPS ที่ https://www.etda.or.th/th/regulator/Digitalplatform/index.aspx