เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ดูคำกล่าว ปธน.ปาเลสไตน์ มีท่าที-ความเห็นอย่างไรต่อสงครามอิสราเอล-ฮามาส 

14 ต.ค. 2566 | 09:43น.
ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ สงครามอิสราเอล-ฮามาส

สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธ “ฮามาส” ชาวปาเลสไตน์ ไม่ได้ถือว่าเป็นสงครามระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เพราะฮามาสไม่ใช่ตัวแทนของรัฐ แต่เป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่อยู่คนละขั้วกับรัฐบาลปาเลสไตน์ที่บริหารปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ 

เมื่อ “ฮามาส” ไม่เท่ากับ “ปาเลสไตน์” แต่ “ปาเลสติเนียน” ส่วนหนึ่งเป็นฮามาส หรือเชียร์ฮามาส ในสถานการณ์สงครามรอบใหม่ที่จุดชนวนโดยฮามาสซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก จึงน่าจะเป็นภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกพอสมควรสำหรับรัฐบาลปาเลสไตน์

น่าสนใจว่าผู้มีอำนาจปกครองปาเลสไตน์คิดเห็นอย่างไรต่อสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสในครั้งนี้ 

ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส (Mahmoud Abbas) ของปาเลสไตน์แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2023 ระหว่างที่เขาพบกับแอนโทนี บลินเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ในการเยือนกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน 

เมื่อพบกับแอนโทนี บลินเคน ประธานาธิบดีอับบาสของปาเลสไตน์กล่าวกับบลิงเคนว่า ตัวเขาปฏิเสธ “การบังคับย้ายถิ่นฐาน” ที่กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา 

เขากล่าวว่า การอพยพของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาครั้งนี้จะถือเป็น “นักบาห์ครั้งที่สอง” ซึ่งหมายถึงการพลัดถิ่นครั้งใหญ่ของชาวปาเลสไตน์ในสงครามปี 1948 ซึ่งเกี่ยวกับการกำเนิดของประเทศอิสราเอล

พร้อมทั้งเสริมว่า จะต้องมีการอนุญาตให้สร้างช่องทางเพื่อมนุษยธรรม (humanitarian corridor) ในฉนวนกาซาทันที เพื่อป้องกันหายนะด้านมนุษยธรรม 

แอนโทนี่ บลิงเคน และมาห์มูด อับบาส
แอนโทนี่ บลิงเคน และมาห์มูด อับบาส พบกันที่ประเทศจอร์แดน วันที่ 13 ตุลาคม 2023 (ภาพโดย Jacquelyn Martin/ Pool via REUTERS)


ก่อนการพบกับบลิงเคนหนึ่งวัน รอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงสำนักข่าววาฟา (WAFA) ของทางการปาเลสไตน์ว่า อับบาสได้ประณามความรุนแรงที่กระทำต่อพลเรือนของทั้งสองฝ่าย ทั้งการโจมตีอย่างรุนแรงของกลุ่มฮามาสต่ออิสราเอล และการโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งของอิสราเอลในฉนวนกาซา 

ประธานาธิบดีอับบาสของปาเลสไตน์กล่าวในวันที่ 12 ตุลาคมว่า รัฐบาลปาเลสไตน์ซึ่งมีอำนาจปกครองอย่างจำกัดในเขตเวสต์แบงก์และต่อต้านกลุ่มฮามาสขอยืนหยัดต่อต้านความรุนแรง และจะดำเนินการทางการเมืองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการต่อต้านความรุนแรงนี้ 

“เราไม่ยอมรับแนวปฏิบัติในการสังหารหรือการข่มเหงพลเรือนของทั้งสองฝั่ง พวกเขาละเมิดศีลธรรม ศาสนา และกฎหมายระหว่างประเทศ” รอยเตอร์รายงานคำพูดของอับบาส 

ความคิดเห็นสองครั้งหลังสุดของมาห์มูด อับบาส ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีจากก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 อับบาสบอกกับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐว่า ชาวปาเลสไตน์มีสิทธิที่จะปกป้องตนเองจาก “ความน่าหวาดกลัวของผู้ตั้งถิ่นฐานและกองทหารยึดครอง” 

เขาบอกว่า “ความอยุติธรรม” ต่อชาวปาเลสไตน์กำลังผลักดันความขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลไปสู่ “การระเบิด” และเขายังกล่าวอีกว่า การยกระดับ (ความขัดแย้ง) ขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นขึ้นอยู่กับ “การปฏิบัติของพวกนักล่าอาณานิคมและกองกำลังยึดครองของอิสราเอล และการรุกรานต่อความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามและคริสเตียน” 

ซึ่งหากตีความจากคำพูดของเขา ณ วันนั้น ก็ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีปาเลสไตน์เป็นอีกคนหนึ่งที่มองว่าชาวปาเลสไตน์มีความชอบธรรมที่จะลุกฮือขึ้นสู้อิสราเอลทุกเมื่อ 

ต่อมา ในวันที่ 9 ตุลาคม หลังจากอิสราเอลโจมตีโต้กลับอย่างหนักต่อพื้นที่ฉนวนกาซา ส่งผลให้มีพลเมืองเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ได้เรียกร้องให้สหประชาชาติ (UN) เข้าแทรกแซงสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาสทันที เพื่อป้องกันการเกิดหายนะด้านมนุษยธรรมอันเนื่องมาจาก “การรุกรานอย่างต่อเนื่องของอิสราเอล โดยเฉพาะในฉนวนกาซา” 

ถ้าสรุปตามไทม์ไลน์ช่วง 7 วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ซึ่งถือว่าพูดในนามรัฐบาลปาเลสไตน์ เริ่มจากบอกว่า ชาวปาเลสไตน์ (ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นฮามาสหรือกลุ่มไหน) มีสิทธิที่จะปกป้องตนเองจากความน่าหวาดกลัวของผู้ยึดครองดินแดน ต่อมาได้เรียกร้องให้ UN เข้าแทรกแซงเพื่อยุดติสงคราม และตามมาด้วยการประณามทั้งสองฝ่ายที่โจมตีพลเมือง 

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าอิสราเอลเข้าใจดีว่าฮามาสไม่ได้เท่ากับปาเลสไตน์ และเขตเวสต์แบงก์ก็ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของฮามาส ซึ่งดูเหมือนว่าความขัดแย้งของอิสราเอลกับฮามาสครั้งนี้ไม่น่าจะถูกเหมารวมมาถึงชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ แต่ลำพังเพียงชาวอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่อยู่ร่วมกันของในเวสต์แบงก์นั้นก็หาใช่ว่าจะอยู่กันอย่างสงบสุข เพราะมีการกระทบกระทั่งกันอยู่เป็นธรรมดาของคนสองชาติที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งกันมานาน

ตามการรายงานของรอยเตอร์บอกว่า ในเขตเวสต์แบงก์ซึ่งชาวปาเลสไตน์ต้องการให้เป็นแกนกลางของรัฐในอนาคตก็ได้เห็น “คลื่นแห่งความรุนแรง” มาเป็นเวลานานกว่า 18 เดือนแล้ว ซึ่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นกระตุ้นให้เกิดความกังวลว่า “ปาเลสติเนียน อินติฟาดา” (Palestinian Intifadas) หรือการลุกฮือของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองจะเกิดขึ้นซ้ำอีก หลังจากที่เคยเกิดขึ้นแล้วสองครั้งในช่วงทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 2000 

ในขณะที่อิสราเอลเจอการโจมตีระดับรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยฝีมือของกลุ่มฮามาส และขณะที่ฉนวนกาซาตกอยู่ภายใต้การโจมตีโต้กลับที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขตเวสต์แบงก์จึงมีความเสี่ยง และผู้คนในพื้นที่ก็รู้สึกว่ามีลางไม่ดี

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคมมาถึงวันที่ 13 ตุลาคม ในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเลมตะวันออกก็มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 30 ราย