Skip to content

หมอมิ้ง : 6 เดือนรัฐบาลเศรษฐา 1 เปิดแผนกู้เศรษฐกิจ ช่วยชีวิตกบต้ม

11 มี.ค. 2567 | 11:07น.
หมอมิ้ง : 6 เดือนรัฐบาลเศรษฐา 1 เปิดแผนกู้เศรษฐกิจ ช่วยชีวิตกบต้ม

เขาได้รับสมญานามว่า “นายกฯน้อย” นั่งเก้าอี้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ต่างยุคกัน

เป็นคนสำคัญที่สุดในทำเนียบรัฐบาล รองจาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

เป็นทั้งมือทำงาน เป็นทั้งมันสมอง และเป็นเหมือน semiconductor กำหนดจังหวะวาระของรัฐบาล

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี หรือ “หมอมิ้ง” เปิดห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า สนทนาภาษาการเมืองกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงจังหวะการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล 6 เดือนของการเป็นรัฐบาล

นโยบายสำคัญอย่างแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ไปต่ออย่างไร – ได้หรือไม่

นายกฯเศรษฐา กับ นายกฯทักษิณ เหมือน ต่างกันอย่างไร ต่อจากนี้คือคำตอบของ “นพ.พรหมินทร์”

ตัวเลขที่ยอดเยี่ยม และยอดแย่ของรัฐบาล

ผมคิดว่าไม่ใช่ยอดเยี่ยมหรือยอดแย่ ผมคิดว่าประโยชน์ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญกว่า เราทำงานเร็วจนบางครั้งอาจจะรู้สึกว่าเหมือนกับเป็นรูทีน นึกดูให้ดี ตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกเราลดราคาพลังงานมาแล้ว และยังดำรงอยู่ เรายังมีโอกาสคุยว่าจะดูแลค่าพลังงานอย่างไร จัดการอย่างไร

พักหนี้เกษตรกร ตอนนั้นปัญหาของเกษตรกรมีภาระ ปลดเรื่องหนี้สิน แต่อีกด้านหนึ่งคือการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว รัฐบาลได้เปิดประตูรองรับเงินจากต่างประเทศเข้ามา

เราแก้ปัญหาหลายเรื่อง เรื่องวีซ่า จากหลายกลุ่มที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ไทยเดินทางเข้าจีน จีนเดินทางเข้าไทย โดยไม่มีวีซ่าอย่างถาวร ขณะนี้ ผลงานจากการท่องเที่ยวได้ขยายผล ขยับจากสิ่งที่ปรับเป้าหมายไว้ นักท่องเที่ยวจาก 25 ล้านคน เป็น 28 ล้านคน และมกราคม กุมภาพันธ์ ตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เกือบ 40%

บริการด้านอื่น เรื่องของสาธารณสุข บัตรประชาชนใบเดียวสามารถรักษาได้ทุกที่ ขณะนี้เริ่มนำร่องใน 4 จังหวัด ประชาชนพึงพอใจมากขึ้น บริการที่สะดวกขึ้น คนที่ได้รับบัตรประกันสุขภาพ พอตรวจรักษาในเวลาที่สั้นลง แล้วยาส่งตามถึงบ้าน เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้น พวกข้าราชการที่เคยเป็นสิทธิพิเศษ ยังต้องนั่งรอยา ยังมีแผนที่จะขยายไป 8 จังหวัด และปลายปี 2567 เชื่อว่าเราสามารถทำได้ทั้งประเทศ

สิ่งที่เกี่ยวข้องคือราคาพืชผลทางการเกษตร เราสามารถขยับราคาขึ้นไปเฉลี่ยแล้ว 30-40% ทั้งข้าว ยาง ซึ่งราคายางแผ่น 70-80 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ก่อนหน้านี้ 3-4 กิโลร้อย

สิ่งที่สำคัญคือเราขยับทำให้มีการค้าขายได้ ท่านนายกฯ ได้พบนายกฯ มาเลเซีย ซึ่งเขายังขอซื้อยางดิบเพิ่ม แต่แน่นอนที่สุดในระยะยาวเราอยากผลิต แปรรูป และขายเอง ส่วนข้าว ท่านนายกฯ มีโอกาสไปพบผู้นำอินโดนีเซีย เขาขอซื้อข้าวเพิ่ม

ผมว่าเรามีโอกาสมากมาย แต่ที่ผ่านมายังติดขัดอยู่ เราทำงานเป็นทีม ท่าน รมว.พาณิชย์ (นายภูมิธรรม เวชยชัย) รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ล้วนแล้วแต่พยายามอย่างหนักที่จะทำเรื่องนี้ให้ นี่เป็นเพียงแค่ 6 เดือน

นพ.พรหมินทร์

มีเรื่องไหนที่ยังรู้สึกว่าไม่ได้ดั่งใจ

ทุกเรื่องเราอยากทำให้ดีกว่านี้ทั้งสิ้น 1.เรื่องกฎระเบียบ เป็นวิธีจัดการที่ถูกที่สุด เพียงแต่ปรับกฎระเบียบต่าง ๆ แล้วเราจะสามารถเพิ่มความสะดวกสบาย เพิ่มรายได้ต่าง ๆ ของประชาชนเพิ่มขึ้น

ขณะนี้ คณะกรรมการปรับปรุงกฎหมายเพื่อความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ที่มีอาจารย์ธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน ได้รวบรวมข้อเสนอต่าง ๆ ที่เพียงแต่ปรับกฎหมายระดับของระเบียบหรือกฎกระทรวง เกือบ 10 item ซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยเร็ว

ส่วนอันอื่น เช่น เรื่องของแอลกอฮอล์ ขณะนี้เรามีคำสั่งคณะปฏิวัติซึ่งเทียบเท่ากับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อันนั้นจะต้องไปปรับแก้ด้วยการออกกฎหมาย ออก พ.ร.บ.ที่มีศักดิ์เท่าเทียมกัน เป็นสิ่งที่เราควรได้รับการแก้ไข แต่ไม่ถูกแก้ไข

2.เรื่องบประมาณ ขณะนี้เราอยากจะมีเงินไว้ให้ใช้ แต่การใช้งบประมาณ ยังติดด้วยการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้ากว่ากำหนด จนป่านนี้เดือนที่ 6 แล้วยังไม่สามารถนำงบประมาณแผ่นดินมาลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ได้ขยับเรียกร้องให้หน่วยงาน เช่น รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ สามารถขยับได้เท่าตามเป้าหมาย

และอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกลไกของกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นยังเป็นอุปสรรคอยู่ ความใส่ใจ ความตั้งใจที่จะขยับขับเคลื่อนก็เป็นเรื่องที่สำคัญ

เศรษฐกิจอาจกลับไปเป็นเหมือนวิกฤตต้มยำกุ้ง ถ้าเลวร้ายกว่าต้มยำกุ้งจะนิยามว่าอย่างไร

ปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ ถ้าเราสามารถดำเนินการดิจิทัลวอลเลตได้อย่างถูกต้อง และออกได้ก่อนหน้านี้ก็ช่วยพยุงได้เยอะ ตัวเลขที่เรามีการคาดการณ์ ผมใช้คำว่าเศรษฐกิจของเราเหมือนอยู่ในภาวะกบต้ม พูดง่าย ๆ ว่าซึมยาว คล้าย ๆ ว่าเศรษฐกิจค่อย ๆ ลง จนคนเคยชินกับมัน แต่พอถึงวิกฤตจริง ๆ ทนไม่ได้แล้ว เหมือนกบต้ม ต้มสุก กว่าจะรู้ตัวก็ตายเสียแล้ว

ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้อยู่ภาวะเกินแก้ มาตรการต่าง ๆ จะออกมารองรับ ตัวเลขทางเศรษฐกิจได้บ่งชี้ไว้แล้ว เราเคยคาดการณ์ว่าเรื่องเหล่านี้เริ่มตกมาก่อนต้มยำกุ้ง ตกมาเป็นลำดับ จนล่าสุด การคาดการณ์จากสถาบันต่าง ๆ ไม่ว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ กระทรวงการคลัง ประเมินว่าเศรษฐกิจจะโตดีกว่านี้ แต่ความจริงปรากฏว่า การเติบโตจริงต่ำกว่าเป้า

การเติบโตปี 2566 คือ 1.9% ถ้าดูให้ดียังต่ำกว่าก่อนหน้าโควิด-19 หมายความว่า เราตกต่ำเพราะโควิด-19 ไป 6.5% แล้วยังไม่ฟื้นมาถึงที่เก่าเลย อย่างนี้เราเรียกว่าวิกฤตยาว

ตัวชี้วัดสำคัญ คนบางคนที่มีรายได้สูง หรือยังอยู่ได้ จะเห็นชัดว่าคนที่มีรายได้สูงพ้นทุกข์ไปตั้งแต่ปีแรกแล้ว ในขณะที่กว่า 50% ยังไปไม่ถึง ตัวเลขนี้ชี้ชัดคือ หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของเราเปลี่ยนแปลงในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาจาก 70% มาเป็น 91.6% ถามว่าคนเหล่านี้อยู่ได้ด้วยอะไร ตัวเลขฟ้องอีกเหมือนกันว่า คนที่รายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท ค่าใช้จ่ายมากกว่ารายรับ คืออยู่ได้ด้วยหนี้ ตัวนี้ฟ้องทันทีว่าทำไมหนี้ถึงโต เพราะค่าใช้จ่ายเปลี่ยนแปลงไม่ได้

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ภาพโดย : สุวัฑ แซงลาด ประชาชาติธุรกิจ)

เหตุที่เราต้องพูดเรื่องดิจิทัลวอลเลต ก็เพราะเราต้องเพิ่มกำลังซื้อ ขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรม เราลงทุนไปแล้ว 100% ขณะนี้ Capacity Utilization (อัตราการใช้กำลังผลิต) 57% ตกลงไปจากหลายเดือนก่อน ซึ่งอยู่ที่ 60%

ไม่ต้องพูดถึงเงินเฟ้อ ยังติดลบอยู่เป็นเดือนที่ 5 แสดงว่ากำลังซื้อไม่มี ซื้อเท่าที่จำเป็น กำลังซื้อหดหายหมด สิ่งเหล่านี้ต้องประกอบกัน

การที่ต้องมีมาตรการในขณะนี้ กฎหมายแบ่งชัดเจนว่า รัฐบาลดูด้านการคลัง ดูการใช้จ่ายของภาครัฐ การใช้จ่ายในการกระตุ้น และนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนด้านการเงินดูแลโดยพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย แน่นอนที่สุด ธปท.ต้องดูในอีกหลายมิติ แต่ถ้าหากปรับเปลี่ยน ลดภาระประชาชนได้ อย่างที่มีการเรียกร้องจากหลายภาคส่วน ถ้าลดดอกเบี้ยได้ เท่ากับลดภาระของประชาชนที่เป็นหนี้อยู่

เรากำลังคืนเงินให้ประชาชนให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ช่วยได้ แต่ต้องมีความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม เราต้องเคารพในการตัดสินในของสถาบันนั้น (ธปท.)  แต่ในความเห็นแต่ละส่วน หลาย ๆ ส่วนเห็นว่า ยังมีที่ให้เราปรับลดดอกเบี้ยได้ เป็นอีกหนึ่งมาตรการ รัฐบาลนี้ไม่เคยดูเป็นเรื่อง ๆ เป็นชิ้น ๆ ดูเป็นองค์รวมหลาย ๆ เรื่อง

กบจะถูกต้มตายหรือกระโดดออกจากหม้อได้

ถ้าอยู่ในมือของรัฐบาลนี้จะไม่ยอมให้กบตาย นั่นหมายความว่าเราต้องทำให้พ้นทุกข์ให้ได้ เครื่องมือมีจำกัด แต่ไม่ได้จำกัดศักยภาพและปัญญา และความร่วมมือของประชาชน

ขณะนี้นอกจากดึงดูดการท่องเที่ยว การลงทุนเป็นเรื่องสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว สิ่งที่นายกฯเดินทางออกไปต่างประเทศ ไม่เฉพาะพบปะกับผู้นำประเทศต่าง ๆ เพื่อฟื้นความสัมพันธ์ ฟื้นการติดต่อค้าขาย และแน่นอนที่สุด พบกับภาคธุรกิจและปรากฏดอกผลเป็นรูปธรรมแล้ว

ประเทศป่วย ต้องการหมอแบบไหน รักษาอาการป่วยของประเทศได้

หมอที่ต้องการความเข้าใจถึงศักยภาพ สิ่งที่สำคัญของประเทศไทยมีจุดแข็ง คือ เราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค อีกด้านหนึ่งเราต้องเดินนโยบายที่ถูกต้อง คือการบริหารนโยบายที่ถูกต้อง ถ้าเรามีจุดเดียวไม่ได้ประโยชน์

สิ่งที่ทำให้นักลงทุนสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะต้องเกิดขึ้นจากการบริหารที่ถูกต้อง geopolitics ต้องถูกต้อง นั่นหมายความว่าโลกทุกวันนี้เราอยู่คนเดียวไม่ได้ และถ้าอยู่เฉย ๆ ก็ช้าไปเสียแล้วเพราะคนอื่นเดินขึ้นหน้าไปหมด หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เราต่ำกว่าประเทศอื่น ๆ ข้างบ้านมากทีเดียว เราต้องสร้างโอกาสให้ทัดเทียม เพราะไม่เช่นนั้น เราจะถูกทิ้งและด้อยไปเรื่อย ๆ

การเดินนโยบายที่ไม่เป็นศัตรูกับฝ่ายไหนเลย กลายเป็นดินแดนของสันติภาพ กลายเป็นดินแดนที่น่าทำธุรกิจ มาอยู่ในบ้านเราค้าขายกับโลกได้ คุณจะทะเลาะที่ไหนในโลกก็แล้วแต่ แต่มาคุยกันในประเทศไทย ตัวชี้วัดสำคัญคือทางผู้แทนจีน มาคุยกับที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐ เรื่องการคลี่คลายสงครามเศรษฐกิจบนผืนแผ่นดินไทย

การลงทุนของทุกค่ายมองถึงระยะยาว และยังโชคดีที่เรามีทรัพยากร ศักยภาพมากมาย รวมถึงทิศทางการปรับตัวเองไปสู่โลกยุคใหม่ที่ต้องการเทคโนโลยี green economy เราไปในทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างดี เตรียมพลังงานทดแทนอย่างชัดเจน เป็นจุดที่ดึงดูดการลงทุน

ดังนั้น คำตอบคือ การเดินนโยบาย การบริหารที่ถูกต้องจากเรื่องต่างประเทศถึงศักยภาพภายในที่ดึงเศรษฐกิจขึ้นมา

ต้องวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง ถึงจะรักษาได้ถูก

ใช่…เราต้องรู้ว่าเรามีปัญหาอะไร โครงสร้างของเรามีปัญหาอะไร ศักยภาพของเราอยู่ตรงไหนที่ยังดึงออกมาใช้ได้อีก และปรับตรงนี้ให้ถูก

กรอบกฎหมายที่เป็นตัวร้อยรัดอยู่ในขณะนี้ต้องคลี่คลายออกมา เพื่อแก้ไข การแก้กรอบกฎหมายถือว่าเป็นการลงทุนที่ต่ำที่สุด ทำให้การลงทุนสะดวกขึ้น ต้อนรับคนที่เข้ามามากขึ้น เป็นพื้นฐานสำคัญ

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ภาพโดย : สุวัฑ แซงลาด ประชาชาติธุรกิจ)

รัฐบาล กับ แบงก์ชาติในประเด็นลด-ไม่ลดดอกเบี้ย

เราไม่ต้องการใครแพ้หรือชนะ เราต้องการให้ประชาชนชนะ สิ่งที่สำคัญ บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย ทุกความเห็นล้วนมีคุณค่า เรารับฟังความคิดเห็นหมด จะสังเกตแม้โครงการที่มีข้อทักท้วงต่าง ๆ เราพยายามเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และเดินตามกรอบกฎหมายที่อนุญาตให้

พูดง่าย ๆ ว่าขีดกรอบให้เราเล่นแค่ไหน แต่เราเล่นสุดความสามารถหรือ สุดกำลัง หรือเกินกว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ได้เสมอ

ความเห็นที่แตกต่าง ทำให้เกิดการพัฒนา ไม่ใช่นั้นจะเป็นประเทศเผด็จการ ผมเชื่อว่าเราอยู่ในกรอบที่รับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน ในขณะนี้ความคิดเห็นของหลาย ๆ ส่วน ที่สำคัญคนที่เดือดร้อนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศย่อมรู้ดีว่าอยากได้อะไร

ซึ่งเราถือว่าเรามาจากการเลือกตั้ง เราต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ประชาชนเรียกร้องต้องการ วันนี้จะสังเกต นายกฯไปต่างจังหวัด สำนักข่าวต่าง ๆ เสนอข่าวเสมอว่า ประชาชนเรียกร้องดิจิทัลวอลเลต…รออยู่

เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ได้เมื่อไหร่

ได้เมื่อเราพร้อม แต่เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

ติดขัดปัญหาอะไร

เราพยายามทำตามกรอบที่มีข้อทักท้วง และเราเชื่อว่าเราสามารถทำได้ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไทม์ไลน์ถูกเลื่อนมา 2 ครั้ง สามารถบอกไทม์ไลน์ครั้งใหม่ได้ไหม

เร็วที่สุด..ผมเชื่อว่าในกำหนดการเดิมคงเลื่อนไปไม่เท่าไหร่ อาจจะก่อนไตรมาส 3 กำหนดเดิมคือเดือนพฤษภาคม คงไม่เกินนั้นเท่าไหร่

ตอนนี้ร่างกฎหมายกู้เงิน อยู่ที่ไหน

ขณะนี้ เตรียมร่างกฎหมายไว้เรียบร้อย คณะกรรมการที่จัดทำไปรับฟังความเห็นเพิ่มเติม ตามข้อเสนอ สิ่งที่สำคัญคือการทำตามกฎหมาย กรอบกฎหมายที่ให้ไว้ ในรัฐธรรมนูญคนที่จะสามารถบอกได้ว่าประเทศวิกฤต คือรัฐบาล

จำนวนเงิน จำนวนคนที่จะได้ ยังได้เท่าเดิมหรือไม่

ไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยน กรอบเดิม ที่ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนจากการรับฟังความคิดเห็นครั้งแรก ขณะนี้คือเดินตามให้ครบ ความคิดเห็นไม่ได้ต่างจากที่เราประเมิน และได้มีการแก้ไขไว้ล่วงหน้าแล้ว

ประชาชนฝากความหวังการแก้เศรษฐกิจกับรัฐบาลได้แค่ไหน

ถ้าไม่ฝากกับเรา ก็ไม่รู้จะฝากกับใครได้ที่ไหนอีกแล้ว เพราะเราถือว่าเราเป็นคนที่มีความสามารถ มีศักยภาพ และทำตามสิ่งที่เป็นจริงและพิสูจน์สิ่งที่ผ่านมาโดยตลอด ความสำเร็จในอดีต และบวกกับศักยภาพที่มีอยู่ ทำให้มีความมั่นใจ และที่สำคัญประชาชนไว้วางใจมา จะเป็นตัวที่ทำให้เราขับเคลื่อน ตามความมุ่งมั่น ตั้งใจ และความปรารถนาของประชาชนทั้งประเทศ

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ภาพโดย : สุวัฑ แซงลาด ประชาชาติธุรกิจ)

6 เดือนของรัฐบาล มีอีเวนต์ไปต่างประเทศ และไปต่างจังหวัดทุกสัปดาห์ คนไทยได้อะไร

ได้ไปแล้ว ทั้งเรื่องการแก้หนี้ กระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ มีคนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย และในขณะเดียวกันเราวางแผนระยะยาวด้วย

ในขณะนี้การลงทุน กลุ่มใหญ่ ๆ อย่างรถ EV มีการตัดสินใจที่จะมาลงทุนและลงทุนเพิ่มชัดเจนมาก จากกลุ่มประเทศญี่ปุ่น 1.5 แสนล้านบาท ในขณะที่กลุ่มประเทศตะวันตก และกลุ่มยุโรปต่าง ๆ มีการเตรียมแผนที่ชัดเจนขึ้น กลุ่มของจีน ลงมาเรียบร้อย 4-5 บริษัท สิ่งนี้คือการสร้างงานในระยะยาว

ส่วนระยะสั้น นอกจากการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการดึงดูดนักท่องเที่ยว ขณะนี้มีศิลปินต่าง ๆ ขอเข้ามาจัดในประเทศไทย ถามว่าประชาชนได้ไหม…ได้ มีนักท่องเที่ยวเข้ามา ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ มีชื่อเสียงขจรขจายกว้างขวางขึ้น

ในอีกด้านหนึ่งเรามองหาศักยภาพของประเทศไทย เป็นวิสัยทัศน์ที่จะวางแนวกำหนดทิศให้ประเทศไทยไปทางไหน เป็นการรวมศูนย์พลังต่าง ๆ เข้ามาในทิศทางเดียวกัน ที่นายกฯ เสนอวิสัยทัศน์ 2030 นั่นคือการปักหลักให้ทุกคนเห็นเป้าหมายร่วมกัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องสร้างขึ้นใหม่ แต่สิ่งที่เราชัดเจนว่าเรามีศักยภาพ

ขณะนี้พยายามรวมศูนย์และรวบรวมมา ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว ซึ่งเราเด่นอยู่แล้ว นายกฯ เวียดนาม และนายกฯ มาเลเซีย อยากให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในด้านนี้ เราก็ริเริ่ม เช่น การขอวีซ่าร่วมกัน การขอวีซ่าในประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่มนี้ สามารถเที่ยวได้ในทุกที่ในกลุ่มนี้ เป็นโอกาสสำคัญและมาได้เร็วด้วย

กิจกรรมต่าง ๆ ที่จะอาศัยซอฟต์พาวเวอร์ ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ นายกฯ หยิบผ้าขาวม้าไทย ประกอบชุดสากลได้อย่างดี นั่นเป็นเพราะเรากำลังจะเชิญชวนเอาสิ่งที่เป็นเข้มแข็งของคนไทยไปนำเสนอให้กับนักลงทุน เจ้าของกิจการแฟชั่นใหญ่ของโลกในหลาย ๆ แบรนด์

ที่ประเทศอังกฤษ ที่นายกฯพูดถึงศิลปะมวยไทย ท่านก็จะไปคุย และไปดูว่าในโอกาสนี้จะนำเสนอศิลปะมวยไทยไปขยายได้อย่างไรบ้าง

กระทรวงสาธารณสุข นอกเหนือจากการให้บริการทางการแพทย์ ทันสมัยระดับโลกแล้ว ในราคาที่เหมาะสมที่ต่างประเทศยังต้องเข้ามา

นอกจากนี้ จะหยิบศักยภาพของไทย เช่น การนวด การบริการแบบ wellness center รมว.สาธารณสุขได้เล่าให้ฟังว่า นวดไทยของเราได้รับการส่งเสริม ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของเรา ถ้าได้รับการพัฒนา เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ยาบำรุงต่าง ๆ มูลค่าอีกหลายหมื่นล้านบาท ถามว่าใครได้ประโยชน์…เกษตรกรไทย

การนวดไทย เราสามารถส่งออกนวดไทย ถามว่าคนจะต้องจบสูงไหม..ไม่ต้องเลย เพียงแค่มีความพยายาม ก็สร้างรายได้เพิ่มได้ สิ่งเหล่านี้เป็นโอกาส ที่เราเตรียมพร้อม และสร้างโอกาสเหล่านี้รองรับไว้เรียบร้อย

การโรดโชว์ แลนด์บริดจ์ได้ผลแค่ไหน

พยายามหาจุดที่เป็นโอกาส ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เช่น การหารือกับประเทศจีน หวังอี้ จดเรื่องนี้เป็นหนึ่งในข้อที่ดูการส่งเสริม เพราะเป็นการเชื่อมต่อคมนาคมที่เป็นโอกาสสำคัญ ถ้าจำให้ดีในสมัยท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ ท่านชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น รมว.คมนาคม ได้มีการเสนอเรื่องการทำรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อจากจีน ลาวเสร็จแล้ว แต่เรายังสร้างไม่ถึงไหน

ดังนั้น เราต้องกระชับและเร่งรัดในเรื่องนี้ ยังเป็นความประสงค์ที่เป็นประโยชน์ ไทย จีน ลาว ด้วยกัน ซึ่งจะต้องต่อยอด ถ้าเราทำแลนด์บริดจ์ตัดเส้นทางทำให้สินค้าที่ผลิตในประเทศไทย หรือในภูมิภาคนี้ สามารถส่งออกได้ทั้งสองข้าง ทางตะวันออก และทางตะวันตก ซึ่งมีตลาดของตัวเองเรียบร้อย แลนด์บริดจ์ถึงเป็นสิ่งสำคัญ

นักลงทุนจากตะวันออกกลาง อินเดีย ตะวันตก แม้กระทั่งรัฐบาลจีน ก็ให้ความสำคัญทั้งสิ้น ที่นายกฯ บินไปออสเตรเลีย เยอรมนี และยุโรป จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอ และเชิญชวนนักลงทุนมาลงทุน ผมยืนยันว่าได้รับการสนใจมากจากนักลงทุน

จากนี้มีหลายประเทศประสานมาแล้ว การเยี่ยมคือการสร้างโอกาส การเปิดประเทศให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น การกระชับความสำคัญ การเปิดโอกาสต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนายกฯเร่งรัดตัวเอง ทำงานเพิ่มขึ้น พร้อมกับทีมงานต่าง ๆ จะปรากฏผลออกมาเป็นระยะ

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี (ภาพโดย : สุวัฑ แซงลาด ประชาชาติธุรกิจ)

แผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในครึ่งปี 2567 เป็นอย่างไร

ท่านนายกฯบอกแล้ว ดูง่าย ๆ เรื่องการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแน่นอน การลงทุนไหลเข้ามาเรื่อย ๆ โรงงานอุตสาหกรรมที่จะขยายขึ้น ด้านชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อาจจะยังไม่ถึง semiconductor เพราะต้องลงทุนระยะยาว เรื่องการผลิตรถยนต์ เขาตัดสินใจเรียบร้อย การจ้างงานต่าง ๆ ก็จะฟื้นคืนมา ศักยภาพของโรงงานที่ลงทุนไว้แล้วก็จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น

พืชผลการเกษตรที่เพิ่มขึ้น 40% ย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น

การลงทุนอาจจะช้า แต่การสร้างกิจกรรมทางท่องเที่ยว กิจกรรมบันเทิง มีเกินกว่าที่เราคาด มีดาราระดับโลก ใช้ประเทศไทยในการจัดการ เท่าที่รู้มาไม่ต่ำกว่า 3 ราย ประเทศอื่นทำปีละ 1 ราย

นอกจากนี้ มีต่างประเทศที่จะลงทุนใช้ประเทศไทยทำภาพยนตร์ ส่วนเกม Raknarok เขาจะใช้ประเทศไทยเป็น background คนที่อยู่ในเกมเล่นเป็น 100 ชั่วโมง ก็จะเข้าใจศักยภาพของประเทศไทย แล้วจะไม่มาดูของจริงเลยเหรอ นี่คือควิกวิน

นอกจากนั้น เป้าหมายการลงทุนในประเทศที่ชัดเจนแล้ว เช่น เรื่องของศูนย์กลางการบิน การขยายสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง เพื่อรองรับคนมากขึ้น เปิดประตูกว้างขึ้น ขณะเดียวกัน แผนการบริหารจัดการ สามารถขยายเรื่องการคมนาคม ชนส่ง เป็นเหมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ ถนนไปถึงไหน ความเจริญไปถึงนั่น

การสร้างโอกาสให้เกษตรกร เอาตลาดมา ประเทศต่าง ๆ ที่เป็นลูกค้า มีโอกาสที่จะรับโคมากขึ้น สะดวกขึ้น การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ นายกฯพยายามทำให้ระบบด่านต่าง ๆ ง่ายขึ้น ทำให้เปิดประตูมากขึ้นในปีนี้ และเม็ดเงินในการลงทุนเพื่อให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนอีกหลาย ๆ ตัวจะไล่กลับมาในปีหน้า

พรรคก้าวไกลมีการขับเคลื่อนแก้ปัญหาโครงสร้าง เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อไทยมีอะไรแข่ง

ใครแข่งกับใครครับ…ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความไว้วางใจขนาดไหน การนำเสนอนโยบายและไปสู่นโยบายได้อย่างไร แต่การได้พูดกับโอกาสได้ทำจริง บางครั้งการพูด เนื่องจากเรารู้เยอะว่าอุปสรรคอยู่ตรงไหน ทำอะไรได้

แต่สิ่งที่สำคัญ ก่อนพูดเราเป็นเจ้านายของคำพูด แต่ถ้าพูดแล้วคำพูดเป็นเจ้านายเรา และต้องทำให้ได้จริง นั่นคือสิ่งสำคัญของการนำเสนอเรื่องการเมือง

แสดงว่าก้าวไกลได้พูด เพื่อไทยได้ทำ

พรรคเพื่อไทยทำในสิ่งที่พูดไว้ ผมขออนุญาตไม่วิจารณ์พรรคอื่น

คนอื่นเรียกว่านายกฯน้อย เรียกตัวเองว่าอะไร

ผมเรียกว่า ผมเป็นคนที่ปรารถนาประเทศ ฉายาใครจะเรียกก็เรียกไป แต่ผมเคารพตัวเอง รู้สึกว่าถ้าได้ทำประโยชน์อย่างเต็มความสามารถ ก็เป็นความปิติของตัวเอง

ตอนอยู่กับคุณทักษิณ เปรียบเหมือนผู้ช่วยพ่อครัว ตอนนี้เป็นอะไร

ผมเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ก็คงคล้าย ๆ เดิมผมเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ก็ถือว่าเราจัดการ ส่วนที่เราคุ้นเคยและจัดการได้ ปรับศักยภาพในภาครัฐให้เข้าสู่เป้าหมาย ร่วมในการศึกษาและกำหนดทิศทาง ค้นหาศักยภาพของประเทศขึ้นมา

สิ่งที่ช่วยท่านนายกฯ ตอนนี้ เหมือนกับท่านนายกฯ ดำริริเริ่มการจะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง ต้องอาศัยองคาพยพต่าง ๆ ช่วยกันมองหาโอกาส มองหาศักยภาพอยู่ ทำงานร่วมกันเป็นคณะ คณะนี้รวมถึงในคณะรัฐมนตรีด้วย

ล่าสุดน้ำกำลังจะท่วม ฝนตก รถติด น้ำท่วม กำลังดำริร่วมกับ กทม.และทหาร เตรียมลอกคลอง ระบายน้ำให้เรียบร้อยไม่ให้น้ำท่วม รถติด

เทียบการทำงานกับนายกฯ​ทักษิณ และนายกฯเศรษฐา

สิ่งที่เหมือนกันคือ 1.ความมุ่งมั่นและจิตใจที่อยากทำประโยชน์ให้กับบ้านเมือง 2.ประสบการณ์หรือความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก โลกที่ต้องอาศัยเศรษฐกิจ เพราะการเมืองที่แท้จริงคือการสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชนในประเทศ ความเข้าใจ และประสบการณ์ 2 สิ่งนี้เหมือนกัน

สิ่งที่สำคัญ ด้วยประสบการณ์ที่แตกต่างกัน อาจมีวิธีการที่ต่างกันบ้าง แต่เป้าหมายและเจตนารมณ์ที่ต้องการทำประโยชน์ให้กับประชาชนนั้นเหมือนกัน

ส่วนที่ต่างคือ รายละเอียดคนละสไตล์ ประสบการณ์คนละแบบ เครือข่ายไม่เหมือนกัน  แต่ในที่สุดเป้าหมายเป็นทางร่วมกัน

เครือข่ายไม่เหมือนกันคือ เพื่อนฝูง เพื่อนในต่างประเทศ โอกาส แต่พรรคการเมืองเอาเครือข่ายต่าง ๆ มารวมกัน ศักยภาพมารวมกัน มาช่วยผสมผสานอยู่ในทิศเดียวกัน มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน

สไตล์ของคุณทักษิณ การปรับ ครม.เฉลี่ยทุก 6 เดือน สไตล์ของคุณเศรษฐา เป็นอย่างนั้นด้วยไหม

ไม่มีกฎตายตัว การปรับเพื่อให้มีประสิทธิภาพ หากมีการปรับต้องให้ประสิทธิภาพและประโยชน์ดีขึ้น แน่นอนที่สุด ประโยชน์สำหรับประชาชนย่อมดีขึ้น ในเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องหาสิ่งที่เหมาะสม

จะปรับ ครม.เมื่อไหร่

เมื่อไหร่ที่มีความจำเป็นและเหมาะสม

ถึงเวลาที่เหมาะสมหรือยัง

ไม่น่าจะถึงเวลามั้ง…